<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลิฟท์ - The House</title>
	<atom:link href="https://thehouse.online/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thehouse.online</link>
	<description>เว็บไซต์เพื่อความบันเทิงแนวสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 08 Feb 2020 09:23:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/04/cropped-tag-32x32.jpg</url>
	<title>ลิฟท์ - The House</title>
	<link>https://thehouse.online</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>706 เด็กชายในหอพัก</title>
		<link>https://thehouse.online/story706/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story706/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Feb 2020 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5792</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้จากสมาชิกพันทิปหมายเลข 1002581ครับ เรื่องเกิดเมื่อหมายปีมาแล้ว ตอนนั้นผมอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งแถววงเวียนใหญ่ เข้าใจว่าที่นี่สร้างบนพื้นที่ชุมชนเก่า อาจเพราะพลังงานวิญญาณที่นี่ค่อนข้างแรง เรื่องหลอนๆ จึงมีเยอะมาก มีวันหนึ่ง ผมขึ้นลิฟท์จะไปยังชั้น 4 ห้องของผม ขึ้นมาคนเดียวนะ แต่กลับได้ยินเสียงเด็กพูดอยู่ข้างหลัง บอกว่า ‘ชั้น 3 ชั้น 3..’ ผมคิดว่าคงโดนแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไร เพราะค่อนข้างชินกับเรื่องพวกนี้ ผมก็กลับห้องไปนอน พร้อมสวดคาถากันไม่ให้เด็กคนนั้นเข้าห้องได้ แต่! วันต่อมาน้องเขาก็เอาอีกครับ ได้ยินเสียงในลิฟท์บอก ชั้น 3 อีกแล้ว ผมชักหงุดหงิดเลยไปถาม รปภ. ว่ามีใครเคยเจอไหม? รปภ. หน้าซีดแล้วบอก เจอกันเยอะ โดยเฉพาะแม่บ้าน มีโดนกระตุกเสื้อด้วยนะ ลาออกไปแล้วเพราะหลอน พอวันถัดมา ด้วยความที่เป็นคนไม่กลัวเรื่องพวกนี้ พอเข้าไปในลิฟท์ได้ยินเสียงอีก คราวนี้ผมกดเปิดชั้น 3 เลย เข้าใจว่ายังไงคนที่อยู่ชั้น 3 เขาก็ต้องเปิดเข้าเปิดออกอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหรอก ผมเปิดลิฟท์ชั้น 3 เพื่อจะได้รู้ว่าแล้วจะยังไงต่อ? แต่มันไม่จบแค่นั้นครับ.. หลังจากผมเปิดลิฟท์แล้ว ชายเสื้อด้านหน้าผมก็โดนกระตุกจากด้านนอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story706/">706 เด็กชายในหอพัก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้จากสมาชิกพันทิปหมายเลข 1002581ครับ เรื่องเกิดเมื่อหมายปีมาแล้ว ตอนนั้นผมอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งแถววงเวียนใหญ่ เข้าใจว่าที่นี่สร้างบนพื้นที่ชุมชนเก่า อาจเพราะพลังงานวิญญาณที่นี่ค่อนข้างแรง เรื่องหลอนๆ จึงมีเยอะมาก มีวันหนึ่ง ผมขึ้นลิฟท์จะไปยังชั้น 4 ห้องของผม ขึ้นมาคนเดียวนะ แต่กลับได้ยินเสียงเด็กพูดอยู่ข้างหลัง บอกว่า <em>‘ชั้น 3 ชั้น 3..’</em> ผมคิดว่าคงโดนแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไร เพราะค่อนข้างชินกับเรื่องพวกนี้</p>
<p>ผมก็กลับห้องไปนอน พร้อมสวดคาถากันไม่ให้เด็กคนนั้นเข้าห้องได้ แต่! วันต่อมาน้องเขาก็เอาอีกครับ ได้ยินเสียงในลิฟท์บอก ชั้น 3 อีกแล้ว ผมชักหงุดหงิดเลยไปถาม รปภ. ว่ามีใครเคยเจอไหม? รปภ. หน้าซีดแล้วบอก เจอกันเยอะ โดยเฉพาะแม่บ้าน มีโดนกระตุกเสื้อด้วยนะ ลาออกไปแล้วเพราะหลอน</p>
<p>พอวันถัดมา ด้วยความที่เป็นคนไม่กลัวเรื่องพวกนี้ พอเข้าไปในลิฟท์ได้ยินเสียงอีก คราวนี้ผมกดเปิดชั้น 3 เลย เข้าใจว่ายังไงคนที่อยู่ชั้น 3 เขาก็ต้องเปิดเข้าเปิดออกอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหรอก ผมเปิดลิฟท์ชั้น 3 เพื่อจะได้รู้ว่าแล้วจะยังไงต่อ? แต่มันไม่จบแค่นั้นครับ.. หลังจากผมเปิดลิฟท์แล้ว ชายเสื้อด้านหน้าผมก็โดนกระตุกจากด้านนอก ด้วยความสงสัยอีก ผมก็เลยเดินออกไป แล้วก็ปากพร่อยพูดไปว่า <em>‘น้อง มาให้พี่เห็นเลย จะให้ช่วยอะไรก็บอก..’</em> พอพูดจบก็ไม่มีอะไร ผมก็คิดว่าคงเป็นวิญญาณเด็กขี้เล่น พอผมกำลังจะหันหลังกลับ ภาพที่ผมเห็นคือ มีเด็กผู้ชายแต่งตัวน่ารักยืนอยู่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง ถัดไปจากผมประมาณ 2 ก้าว เขายืนมองผมด้วยสายตาเป็นกังวลอยู่ประมาณ 2 วินาทีแล้วก็หายไป..</p>
<p>ในใจตอนนั้นผมคิดว่า หรือว่ามีเด็กตายในห้องนั้น จึงรีบลงไปแจ้ง รปภ. และนิติบุคคล รปภ. บอกว่า น่าจะเป็นลูกคนงานก่อสร้างสมัยก่อน แต่ผมว่าไม่น่าใช่ เพราะผมอยู่มาหลายเดือนก็เพิ่งจะเคยเห็นเด็กคนนี้ กลัวว่าจะมีอะไรไม่ดี ผมพยายามกล่อมนิติบุคคลอยู่นานมาก ทางนิติบุคคลเลยแจ้งไปทางเจ้าของห้อง ทำทีว่าต้องเข้าไปซ่อมไฟด่วน เจ้าของห้องถึงรีบกลับมาด้วยอาการปกติ และดูเป็นคนดีคนหนึ่ง ผมทียืนอยู่ตรงนั้นก็ตีเนียนว่าเป็นพนักงานของนิติบุคคลไป แล้วแอบคุยกับนิติบุคลว่า <em>‘ผมว่าไม่น่าจะใช่เรื่องมีเด็กตายแล้วล่ะ..’</em> แล้วเจ้าของห้องก็พูดขึ้นมาเองว่า <em>‘ขอโทษค่ะ พี่ไม่ได้อยู่ห้องเลย ไปอยู่บ้านเพื่อนมาเป็นเดือน..’</em> ผมรวบรวมความกล้า แล้วก็ถามเขาไปว่า <em>‘ทำไมไม่อยู่ห้องล่ะครับ เกี่ยวกับเรื่องเด็กผู้ชายไหม?’</em> เท่านั้นล่ะ เขาปล่อยโฮออกมาเลย</p>
<p>แล้วเจ้าของห้องก็เล่าให้ฟังว่า เขาย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ทิ้งลูกชายไว้ให้แม่เลี้ยงที่บ้าน นานๆ ทีลูกจะมาหาบ้าง แต่ครั้งล่าสุดลูกกลับไปแล้วป่วย ก็นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก กะว่าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ค่อยกลับไปบ้าน แต่ไม่ทัน ลูกเขาป่วยตายเสียก่อน เขายังทำใจไม่ได้ เลยต้องไปอยู่ที่อื่นพลางๆ และก่อนตาย ลูกก็เอาแต่เพ้อว่า <em>‘จะมาหาแม่ที่ชั้น 3..’</em> ถึงตรงนี้ผมนี่ขนลุกเลยครับ คงเป็นความปรารถนาเล็กๆ ของเด็กก่อนตาย..</p>
<p>ผมเลยเล่าทุกอย่างที่ผมเจออย่างละเอียดใหม่ให้ฟัง สรุปว่า เสื้อผ้าที่ผมเห็นน้องใส่ เป็นชุดที่น้องเขาใส่วันอาบน้ำศพเลย พี่เขาเลยชวนเปิดเข้าไปดูในห้อง แต่สิ่งที่เห็นคือพี่เขาคงลืมเปิดประตูระเบียงแง้มไว้ เลยไม่แน่ใจว่าแมวหรือนกเข้ามาทำที่ใส่อัฐิน้องล้ม ผงกระดูกหล่นเต็มพื้นเลย ก็เลยช่วยกันเก็บ แล้วพี่เขาก็ขอบคุณพวกเรา จากนั้นเขาก็ย้ายกลับมาอยู่ที่คอนโด ตั้งแต่นั้นมา ผมรวมถึงคนอื่นๆ ก็ไม่เจอเสียงเด็กขอไปชั้น 3 อีกเลย..</p>
<p><b>Story by</b> สมาชิกพันทิป 1002581</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story706/">706 เด็กชายในหอพัก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story706/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>449 เรื่องสยองที่ชั้น 9</title>
		<link>https://thehouse.online/story449/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story449/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jul 2017 14:30:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลานจอดรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิศ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3822</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณกุลครับ คุณกุลเล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปี ก่อนเราจะมารับราชการ เราทำงานกับเอกชนมาก่อนค่ะ ทำที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ นี่ล่ะ ในตำแหน่งพนักงานบัญชี ซึ่งออฟฟิศของแผนกบัญชีจะอยู่ติดกับลานจอดรถชั้น 3 ของโรงแรม ส่วนลานจอดรถชั้น 2 จะเป็นทางเชื่อมเข้าสู่ตัวโรงแรม เราทำงานที่นี่ไปตามปกติ วันหนึ่ง เรา กับน้องในแผนกได้เดินลงมาชั้น 2 เพื่อจะไปทานข้าวที่แคนทีนของพนักงาน ระหว่างเดินอยู่ น้องก็บอก ‘พี่ๆ หนูว่าหนูได้กลิ่นเหม็นๆ อะไรก็ไม่รู้..’ ซึ่งเราก็ได้กลิ่นนะ แต่ก็บอกน้องไปว่า ‘สงสัยหนูตายมั้ง เดี๋ยวค่อยแจ้งแม่บ้านแล้วกัน’ แล้วก็ไปทานข้าวกันตามปกติ พอทานข้าวเสร็จเดินกลับมาทางเดิม ไปเจอพี่คนขับรถของเจ้านาย พี่คนขับรถก็บอกเหมือนกันว่า ‘เหม็นเน่ามากเลยตรงนี้ กลิ่นมาจากไหน?’ พี่เขาพยายามเดินตามหากลิ่นนั้น แต่ก็ไม่เจออะไร จนตอนเย็นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พอวันรุ่งขึ้นมาทำงานตามปกติ โหยยย..กลิ่นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว เหม็นมาก กลิ่นทะลุมาถึงชั้น 3 แผนกบัญชีเลยทีเดียว เจ้านายเองลงรถมาก็ได้กลิ่น คราวนี้ต้องเรียก รปภ. ของโรงแรมหลายคนมาช่วยกันหาเลย ผ่านไปสักพัก เริ่มรู้ว่ากลิ่นมันรุนแรงตรงด้านบนบริเวณระเบียงลานจอดรถชั้น 2 นั่นล่ะ เลยให้แผนกช่างปีนขึ้นไปดู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story449/">449 เรื่องสยองที่ชั้น 9</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณกุลครับ คุณกุลเล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปี ก่อนเราจะมารับราชการ เราทำงานกับเอกชนมาก่อนค่ะ ทำที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ นี่ล่ะ ในตำแหน่งพนักงานบัญชี ซึ่งออฟฟิศของแผนกบัญชีจะอยู่ติดกับลานจอดรถชั้น 3 ของโรงแรม ส่วนลานจอดรถชั้น 2 จะเป็นทางเชื่อมเข้าสู่ตัวโรงแรม เราทำงานที่นี่ไปตามปกติ วันหนึ่ง เรา กับน้องในแผนกได้เดินลงมาชั้น 2 เพื่อจะไปทานข้าวที่แคนทีนของพนักงาน ระหว่างเดินอยู่ น้องก็บอก ‘พี่ๆ หนูว่าหนูได้กลิ่นเหม็นๆ อะไรก็ไม่รู้..’ ซึ่งเราก็ได้กลิ่นนะ แต่ก็บอกน้องไปว่า ‘สงสัยหนูตายมั้ง เดี๋ยวค่อยแจ้งแม่บ้านแล้วกัน’ แล้วก็ไปทานข้าวกันตามปกติ พอทานข้าวเสร็จเดินกลับมาทางเดิม ไปเจอพี่คนขับรถของเจ้านาย พี่คนขับรถก็บอกเหมือนกันว่า ‘เหม็นเน่ามากเลยตรงนี้ กลิ่นมาจากไหน?’ พี่เขาพยายามเดินตามหากลิ่นนั้น แต่ก็ไม่เจออะไร จนตอนเย็นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน</p>
<p>พอวันรุ่งขึ้นมาทำงานตามปกติ โหยยย..กลิ่นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว เหม็นมาก กลิ่นทะลุมาถึงชั้น 3 แผนกบัญชีเลยทีเดียว เจ้านายเองลงรถมาก็ได้กลิ่น คราวนี้ต้องเรียก รปภ. ของโรงแรมหลายคนมาช่วยกันหาเลย ผ่านไปสักพัก เริ่มรู้ว่ากลิ่นมันรุนแรงตรงด้านบนบริเวณระเบียงลานจอดรถชั้น 2 นั่นล่ะ เลยให้แผนกช่างปีนขึ้นไปดู ลักษณะระเบียงลานจอดรถมันไม่ได้กว้างนะ เหมือนกระดานครึ่งแผ่น แค่เอาไว้พอให้ช่างเดินได้เท่านั้นเอง และอาคารที่จอดจะติดอยู่กับบ้านร้าง ไม่มีคนอาศัยอยู่เลย เก่า สกปรก.. ช่างก็ปีนขึ้นไปสำรวจ และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าช่าง เมื่อมองทะลุกระจกที่ฝุ่นเกาะเต็ม พอเห็นได้ลางๆ มันคือศพ! ศพที่ขึ้นอืดเต็มที่ หนอนไชยั้วเยี้ยะ ช่างถึงกับร้องเสียงหลงเลยค่ะ</p>
<p>จากนั้นก็แจ้งตำรวจ และมูลนิธิ ให้มาเก็บไปตามระเบียบ แต่กลิ่นมันยังไม่ค่อยหายเท่าไร แค่ดีขึ้นหน่อย สรุปสาเหตุที่ตายเนื่องจากตกตึก ผู้ตายเป็นคนในพื้นที่ ที่ขึ้นไปยังลานจอดรถชั้น 10 ของโรงแรม ซึ่งเป็นห้องสนุ๊กเกอร์ และมีเครื่องดื่มต่างๆ ผู้ตายเป็นโรคซึมเศร้า แต่จะชอบเล่นพนันสนุ๊กเกอร์ วันนั้นเล่นจนเกือบตี 2 แล้วเสียหมดตัว คงเกิดอาการเครียด เลยเดินลงมาสูบบุหรี่ที่ระเบียงลานจอดรถชั้น 9 แล้วคงคิดสั้นกระโดดลงไป ฝั่งที่ผู้ตายกระโดดลงไปจะอยู่ด้านหลังติดกับบ้านร้าง เลยไม่มีใครสังเกตเห็น มีเพียงก้นบุหรี่ กับรองเท้าของผู้ตายที่กองไว้อยู่ชั้น 9</p>
<p>1 เดือนผ่านไป จนเกือบจะลืมเหตุการณ์นั้น วันนั้นออดิตฯ เข้ามาตรวจสอบบัญชี เรา และพนักงานคนอื่นๆ ก็เลยต้องทำงานล่วงเวลาจนดึก เรียกว่าโต้รุ่งก็ได้ ประมาณเกือบ 4 ทุ่ม มีพี่คนหนึ่งเขาท้องอ่อนๆ ทำล่วงเวลาไปได้หน่อยเดียวก็ขอกลับก่อน พี่เขาออกไปได้สัก 10 นาที ก็วิ่งหน้าตาตื่น น้ำตาคลอ กลับเข้ามาที่ออฟฟิศ เราเลยถามว่าเป็นอะไร? เขาก็ไม่ตอบ ได้แต่วุ่นวายโทรให้แฟนมารับ แล้วก็ไม่พูดอะไร เอาแต่นั่งร้องไห้ รอแฟนมารับกลับไป.. พวกเรายังแปลกใจว่าพี่เขาเป็นอะไร? จนเวลาผ่านไปถึงตี 1 เรา กับน้อง ต้องขึ้นไปเอาบิลเก่าจากแคชเชียร์ที่ห้องสนุ๊กเกอร์ แน่นอนค่ะ มันอยู่ชั้น 10 ..แล้วเรื่องนั้นมันก็ผุดขึ้นมาในสมองอีกครั้ง แต่จะไม่ไปก็ไม่ได้ สรุปขึ้นไป 3 คนเลย ชวนพี่อีกคนไปด้วย จากลิฟท์ชั้น 3 ขึ้นไปชั้น 10 รู้สึกเหมือนเวลามันช่างยาวนาน พอลิฟท์เปิดนี่แทบจะกระโดดออกเลย กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องสนุ๊กเกอร์ทันที พอไปถึง แคชเชียร์ก็หาคูปองเอกสารให้เรา แต่มันยังไม่ครบ ก็ต้องเอาเท่าที่ได้มาก่อน เพราะฉะนั้นมี 1 คนที่ต้องรอ ส่วนอีก 2 คนขนเอกสารลงไปก่อน พี่ที่มาด้วยอาสารอ ให้เรากับน้องลงไปก่อน เรายืนกดลิฟท์ที่ชั้น 10 เพื่อลง พอลิฟท์มา เรากับน้องก็เข้าไป บอกตรงๆ ว่ากลัวมาก กลัวแบบสั่นจริงจัง พอลิฟท์ปิด ลิฟท์เจ้ากรรมก็ดันมาเปิดที่ชั้น 9!! น้องนี่หน้าเสียเลยค่ะ พยายามกดปิดรัวๆ แต่มันก็ไม่ปิดให้ เหมือนค้างอยู่ที่ชั้น 9 เราเลยบอกน้อง ‘วิ่งลงไหม?’ น้องก็โอเค พอเดินออกมาจากลิฟท์ ลิฟท์แม่งปิดทันที แล้วก็ลงไปซะงั้น.. หลอนสิคะ เรากับน้องรีบจ้ำไปที่บันไดหนีไฟ เพื่อจะเดินลงไปชั้น 3 มือก็ถือลังเอกสาร ช่วงเดินลง อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนไอกระแอมขึ้นมา ‘อะฮึ่ม..’ น้องรีบบอกว่า ‘อย่าหันนะพี่ อย่าหัน!’ ตอนนั้นเราสองคนน้ำตาไหลพรากๆ เลย ขานี่แทบก้าวไม่ออก มันสั่นไปหมดทั้งตัว แล้วเสียงไอเหมือนมันค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเหมือนมาอยู่ชิดข้างหลังเรานี่เอง!! เราไม่กล้าหันไปมองเลย บอกน้อง ‘ทิ้งงานไว้ตรงนี้ก่อน แล้ววิ่งไหม?’ แต่น้องบอก ‘พี่ เราสัพเพสัพตาให้เขาดีไหม?’ แล้วเรากับน้องเลยยืนท่อง สัพเพสัพตา ไปเรื่อย จนเสียงไอหยุดไป เราเริ่มโล่งใจขึ้นหน่อย แต่แล้วชั่วอึดใจเดียว เราก็ได้ยินเสียงพูดขึ้นมาว่า ‘กูไม่อยากได้บุญ กูอยากได้ของกิน..’ เรากับน้องหันไปตามเสียง เจอเต็มๆ เลยค่ะ! สภาพเหมือนตอนที่เขาโดนเก็บศพไปยังงั้นเลย ขึ้นอืดเต็มที่ เท่านั้นล่ะ เราสองคนช็อคหมดสติอยู่ตรงนั้นเลย..</p>
<p>มาตื่นอีกทีตอนตี 4 ผู้จัดการบอกเรากับน้องหายไปนาน จนพี่คนที่รออยู่คนเดียวไม่กล้าลงมา พี่เขาเลยแจ้ง รปภ. เล่นเอาต้องยกโขยงกันมาตามหา แล้วมาเจอพวกเราที่บันไดหนีไฟชั้น 9 เราเล่าให้ผู้จัดการฟัง พร้อมกับเพื่อนๆ ในออฟฟิศ ถึงกับกลัวกันทุกคนเลย แถมผู้จัดการยังเล่าอีกว่า ‘พี่คนที่ท้องที่กลับไปก่อน เขาก็กดลิฟท์จะลง แต่พอเข้าลิฟท์ไปปรากฏว่าลิฟท์พาขึ้นไปที่ชั้น 9 แล้วเปิดออก ได้ยินเสียงคนพูดว่า หิว หิว หิวจัง.. แล้วก็ไอๆ พี่เขากดปิดลิฟท์รัวๆ ลงมาที่ชั้น 3 และวิ่งกลับเข้ามาในแผนก ตอนนั้นพี่เขายังไม่กล้าเล่าเพราะยังกลัวมาก นี่แฟนมารับไปนานละ’ ..พอตอนเช้า หลังจากการตรวจบัญชีจากออดิตฯ เสร็จเรียบร้อย เจ้านายเลยให้ร่วมกันทำบุญทำทานไปให้เขาคนนั้น หลังจากนั้นมา เคยมีคนเจออีกไหมเราไม่รู้แล้ว เพราะเราลาออกจากที่นั่นทันทีเลยค่ะ..</p>
<p><b>Story by</b> คุณกุล</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story449/">449 เรื่องสยองที่ชั้น 9</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story449/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>328 ลิฟท์ตัวสุดท้าย</title>
		<link>https://thehouse.online/story328/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story328/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Sep 2016 14:39:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3014</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ คุณเลิฟเล่าว่า.. ตอนเรียนปี 3 ผมได้ไปฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทนี้เช่าตึกอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ชั้น 21 เปิดเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างครับ ตอนผมไปฝึกงานใหม่ๆ ตึกนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ยังมีหลายชั้นที่ปิดอยู่ มีการก่อสร้าง เดินสายไฟ ท่อแอร์ ตกแต่งภายใน.. ในตึกนี้จะมีลิฟท์อยู่ 6 ตัว ถ้าเดินเข้าตึกไป จะเห็นลิฟท์ฝั่งซ้ายและขวาฝั่งละ 3 ตัว เป็นลิฟท์แบบไฮสปีด คือมีความเร็วในการขึ้นลงสูงมากเพราะเป็นตึกสูง แล้วที่ลิฟท์ตัวที่ 6 ฝั่งขวามือตัวสุดท้ายนี่เอง เป็นลิฟท์เจ้าปัญหาครับ คือทุกๆ วันศุกร์ เจ้าลิฟท์ตัวนี้จะใช้งานไม่ค่อยได้ บางทีตอนเช้าใช้ได้ บ่ายๆ กลับเสีย หรือไปค้างตามชั้นต่างๆ บ้าง จนเป็นที่ล่ำลือกันว่า วันศุกร์ห้ามขึ้นลิฟท์หมายเลข 6 จนมีวันหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันศุกร์พอดี ผมจำได้ว่าพี่ๆ เค้าเงินเดือนออกกัน เลยนัดกันจะไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหารใกล้ๆ ตึก พอถึงตอนเลิกงาน ต่างคนก็ต่างทยอยออกจากบริษัท โดยมีผมตามออกไปคนสุดท้าย เพราะเป็นเด็กฝึกงานเลยต้องเครียร์งานที่เหลือ เก็บของ เก็บโต๊ะ.. พอเดินมาทันพวกพี่ๆ ก็คุยกันเพลินๆ ว่าจะกินอะไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story328/">328 ลิฟท์ตัวสุดท้าย</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ คุณเลิฟเล่าว่า.. ตอนเรียนปี 3 ผมได้ไปฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทนี้เช่าตึกอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ชั้น 21 เปิดเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างครับ ตอนผมไปฝึกงานใหม่ๆ ตึกนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ยังมีหลายชั้นที่ปิดอยู่ มีการก่อสร้าง เดินสายไฟ ท่อแอร์ ตกแต่งภายใน.. ในตึกนี้จะมีลิฟท์อยู่ 6 ตัว ถ้าเดินเข้าตึกไป จะเห็นลิฟท์ฝั่งซ้ายและขวาฝั่งละ 3 ตัว เป็นลิฟท์แบบไฮสปีด คือมีความเร็วในการขึ้นลงสูงมากเพราะเป็นตึกสูง แล้วที่ลิฟท์ตัวที่ 6 ฝั่งขวามือตัวสุดท้ายนี่เอง เป็นลิฟท์เจ้าปัญหาครับ คือทุกๆ วันศุกร์ เจ้าลิฟท์ตัวนี้จะใช้งานไม่ค่อยได้ บางทีตอนเช้าใช้ได้ บ่ายๆ กลับเสีย หรือไปค้างตามชั้นต่างๆ บ้าง จนเป็นที่ล่ำลือกันว่า วันศุกร์ห้ามขึ้นลิฟท์หมายเลข 6</p>
<p>จนมีวันหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันศุกร์พอดี ผมจำได้ว่าพี่ๆ เค้าเงินเดือนออกกัน เลยนัดกันจะไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหารใกล้ๆ ตึก พอถึงตอนเลิกงาน ต่างคนก็ต่างทยอยออกจากบริษัท โดยมีผมตามออกไปคนสุดท้าย เพราะเป็นเด็กฝึกงานเลยต้องเครียร์งานที่เหลือ เก็บของ เก็บโต๊ะ.. พอเดินมาทันพวกพี่ๆ ก็คุยกันเพลินๆ ว่าจะกินอะไร จะไปต่อไหนดี จนเดินมาถึงหน้าลิฟท์โดยไม่รู้ตัว ลิฟท์ก็เปิดออกพร้อมกัน 2 ตัวครับ แต่ความซวยของผมเอง ดันพลาดเดินเข้าลิฟท์ไปก่อนใคร ส่วนพี่ๆ เค้าขึ้นลิฟท์อีกตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ผมเห็นพี่ๆ เค้าทำหน้าเหวอ พร้อมกับกวักมือเรียกผม ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ‘ตายล่ะ! นี่มันลิฟท์หมายเลข 6 นี่หว่า..’ พอจะก้าวออกไปก็สายไปแล้ว ประตูลิฟท์ปิดอย่างไว ผมรีบกดปุ่มเปิดประตูรัวๆ มันก็ไม่ยอมเปิด ช่วยไม่ได้ครับผมก็เลยกดชั้น 1 ไป</p>
<p>เสียงลิฟท์ไฮสปีดเริ่มทำงาน ‘วืดๆๆๆ’ ตัวเลขดิจิตอลสีแดงเหนือหัว บอกสถานะชั้นที่ลิฟท์กำลังเคลื่อนที่ลงอย่างไว 20.. 19.. 18.. จนมันมาหยุดชั้นที่ 15 เสียงในลิฟท์พูดว่า ‘fifteen floor’ พร้อมกับเสียงดัง ‘ติ๊ง..’ ประตูลิฟท์ก็เปิดออก ผมคิดว่าจะมีคนที่ชั้น 15 กดเรียกลิฟท์ ลิฟท์เลยหยุด แต่ที่ไหนได้.. มันเป็นชั้นว่างๆ ครับ ชั้นที่ยังทำไม่เสร็จ แสงไฟจากในลิฟท์ส่องให้เห็นบริเวณ ข้างหน้าได้ไม่ไกลมากนัก มีกองวัสดุ สายไฟ ท่อแอร์ระเกะระกะเต็มไปหมด ที่หน้าต่างยังมีกระดาษปิดเอาไว้ แสงจากภายนอกลอดเข้ามาได้เพียงสลัวๆ ผมใจเต้น ‘ตึกๆๆ’ คิดในใจ ‘ทำไมมันมาหยุดที่ชั้นนี้วะ?’ แล้วก็รีบกดปิดประตูรัวๆๆ แต่ประตูมันก็ไม่ปิด กดปุ่มฉุกเฉินเรียกคนภายนอกก็ไม่มีเสียงตอบกลับ คิดในใจทำไงดีๆ ลิฟท์ค้างเหรอเนี่ย</p>
<p>ผมพยายามทำใจให้เย็นลง กวาดสายตามองไปรอบๆ เผื่อมีประตูหนีไฟ จะได้เปิดเดินลงไป แต่ชั้นนั้นมันมืดมากมองไม่เห็นอะไรเลย.. สักพักหูผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเดินมาที่ลิฟท์ และเสียงวัสดุกระทบกัน เสียงของตกโครมคราม เหมือนคนเดินชน และเสียงนั้นเริ่มเข้ามาใกล้ทุกทีๆ พร้อมกับได้กลิ่นไหม้ๆ เหมือนหมูย่าง ตอนนั้นผมใจไม่ดีเลย เหงื่อแตกเต็มหลัง พยายามกดปุ่มทุกปุ่มที่มี มั่วๆ รัวๆ เพราะความกลัว ผมคิดว่ามันต้องไม่ใช่คนแน่ๆ เพราะผมตะโกนออกไปหลายครั้งว่า ‘ใครครับ ช่างเหรอ?’ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย นอกจากเสียงเดินชนของล้มโครมครามๆ แต่โชคยังเข้าข้างผม ประตูลิฟท์ปิดก่อนที่เสียงประหลาดนั้นจะมาถึงตัวลิฟท์พอดี แล้วลิฟท์ก็ลงไปต่อโดยไม่หยุดที่ชั้นไหนอีกเลย ผมนี่โคตรลุ้นเลยครับ กลัวมันจะไปหยุดอีก..</p>
<p>จนลงมาถึงชั้น 1 ลิฟท์เปิดออก ปรากฏว่าพวกพี่ๆ และยามมายืนรอกันอยู่หน้าลิฟท์เต็มไปหมด ผมนี่หน้าซีดเหมือนลมจะจับ พี่ๆ เลยมาช่วยกันประคอง พอผมอาการดีขึ้น พี่ๆ เค้าบอกว่าลิฟท์ผมค้างอยู่ชั้น 15 เกือบ 10 นาที เลยต้องตามยามมาช่วยกัน แต่ด้วยความที่ลิฟท์มันเปิดที่ชั้น 15 อยู่แล้ว จะให้ตัวอื่นไปที่ชั้น 15 มันก็ไม่ยอมไป แล้วอยู่ๆ ลิฟท์มันก็ลงมาเองนี่ล่ะ.. ผมก็เล่าเหตุการณ์ที่เจอให้ทั้งพี่ๆ และยามฟัง ทีนี้ยามเลยเล่าว่า ‘อย่าไปบอกใครนะ ตอนก่อสร้างตึกนี้ มีคนงานขึ้นไปเชื่อมท่อแอร์แล้วเกิดระเบิดเพราะแก๊สรั่ว จนไฟคลอกตาย แต่ไม่แน่ใจว่าชั้นไหน เจ้าของตึกเค้าปิดข่าวไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร..’ ผมได้ฟังนี่ถึงบางอ้อเลย ผมลองหลับตาจินตนาการตามไปว่า เจ้าเสียงที่ผมได้ยิน กลิ่นไหม้ที่ผมได้กลิ่น อาจจะเป็นช่างคนนั้นที่ถูกไฟคลอกแล้ววิ่งหนีตายจนชนของล้มไปหมด วิญญาณเค้าคงยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดก็เป็นได้.. หลังจากวันนั้น ผมไม่เคยเฉียดเข้าไปใกล้ลิฟท์ตัวที่ 6 อีกเลย ปัจจุบันเวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี ผมมีเพื่อนที่ยังคงทำงานที่ตึกนั้น มันก็ยังบอกว่า ลิฟท์ตัวที่ 6 ชอบค้างเป็นประจำ แก้ยังไงก็แก้ไม่หาย..</p>
<p><b>Story by</b> คุณเลิฟ</p><p>The post <a href="https://thehouse.online/story328/">328 ลิฟท์ตัวสุดท้าย</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story328/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>321 ห้องวีไอพี</title>
		<link>https://thehouse.online/story321/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story321/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Sep 2016 15:15:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[เสียง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=2969</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณบาสครับ คุณบาสเล่าว่า.. เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่ร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่งในพัทยาครับ ก็ไปสมัครงาน และหาบ้านเช่าเอาไว้เรียบร้อย ถือว่าเป็นการย้ายงานที่ดีมากสำหรับผม ทั้งค่าจ้าง และเพื่อนร่วมงาน ลักษณะที่ร้านนี้จะเป็นตึก 5 ชั้น ชั้น 1-2 จะเป็นห้องแอร์ทั่วไป ชั้น 3 จะเป็นห้อง VIP ส่วนชั้น 4 เป็นชั้นสำหรับเก็บของ และชั้น 5 จะเป็นห้องพักของคนขับรถของเจ้าของร้าน สมัยก่อนตึกนี้จะเดินทะลุถึงกันกับโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้ปิดไปแล้ว การขึ้น-ลงแต่ละชั้น จะใช้เพียงลิฟท์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะบันไดจะอยู่ฝั่งโรงแรมที่ปิดไปแล้วครับ ผมทำงานอยู่ที่นี่ราวๆ 2 เดือน เวลาเลิกงาน ก็มักจะจับกลุ่มกินเหล้ากันที่บ้านเช่าของพนักงานครับ ด้วยความที่ผมเป็นเด็กใหม่ เวลาอยากรู้อะไรเกี่ยวกับร้าน ผมก็จะถามพวกพี่ๆ ที่นั่งกินเหล้าด้วยกัน ก็ถามนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย จนถึงคำถามหนึ่ง ผมถามว่า ‘เออพี่! ที่ร้านเราผมก็เคยไปมาทั่วแล้ว แต่ยังไม่เคยไปชั้น 3 เลย..’ สิ้นคำถามของผม ทุกคนที่กินเหล้าเฮฮากันอยู่ก็เงียบไปเฉยๆ.. จนมีพี่คนหนึ่งพูดขึ้นว่า ‘ชั้น 3 มันเป็นห้อง VIP น่ะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story321/">321 ห้องวีไอพี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณบาสครับ คุณบาสเล่าว่า.. เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่ร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่งในพัทยาครับ ก็ไปสมัครงาน และหาบ้านเช่าเอาไว้เรียบร้อย ถือว่าเป็นการย้ายงานที่ดีมากสำหรับผม ทั้งค่าจ้าง และเพื่อนร่วมงาน ลักษณะที่ร้านนี้จะเป็นตึก 5 ชั้น ชั้น 1-2 จะเป็นห้องแอร์ทั่วไป ชั้น 3 จะเป็นห้อง VIP ส่วนชั้น 4 เป็นชั้นสำหรับเก็บของ และชั้น 5 จะเป็นห้องพักของคนขับรถของเจ้าของร้าน สมัยก่อนตึกนี้จะเดินทะลุถึงกันกับโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้ปิดไปแล้ว การขึ้น-ลงแต่ละชั้น จะใช้เพียงลิฟท์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะบันไดจะอยู่ฝั่งโรงแรมที่ปิดไปแล้วครับ</p>
<p>ผมทำงานอยู่ที่นี่ราวๆ 2 เดือน เวลาเลิกงาน ก็มักจะจับกลุ่มกินเหล้ากันที่บ้านเช่าของพนักงานครับ ด้วยความที่ผมเป็นเด็กใหม่ เวลาอยากรู้อะไรเกี่ยวกับร้าน ผมก็จะถามพวกพี่ๆ ที่นั่งกินเหล้าด้วยกัน ก็ถามนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย จนถึงคำถามหนึ่ง ผมถามว่า ‘เออพี่! ที่ร้านเราผมก็เคยไปมาทั่วแล้ว แต่ยังไม่เคยไปชั้น 3 เลย..’ สิ้นคำถามของผม ทุกคนที่กินเหล้าเฮฮากันอยู่ก็เงียบไปเฉยๆ.. จนมีพี่คนหนึ่งพูดขึ้นว่า ‘ชั้น 3 มันเป็นห้อง VIP น่ะ เอาไว้ให้แขกช่วงไฮซีซั่นตอนชั้น 1-2 เต็ม หรือบางทีก็ไว้ให้กรุ๊ปทัวร์ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ต้องถึงชั้น 3 หรอก ชั้น 2 ก็ยังไม่เคยมีแขกมาเต็มเลย..’ แล้วทุกคนในวงเหล้าก็ขำ และเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นทันที ผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ..</p>
<p>จนวันต่อมา ตอนนั้นประมาณตี 1 ครึ่ง เป็นเวลาที่ทุกคนคนในร้านเก็บงาน แล้วจะมานั่งรวมกันที่กลางร้าน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมแอบกดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 3 คนเดียวเลยครับ.. พอลิฟท์เปิดที่ชั้น 3 คือมันมืดมากๆ มีแค่แสงไฟจากในลิฟท์ ที่สว่างออกมาพอจะเห็นสวิทช์ไฟ ผมก็เดินไปเปิดไฟทางเดิน แล้วก็เห็นว่าที่ชั้นนี้จะถูกกั้นเป็นห้องๆ มีทั้งหมด 5 ห้อง ประตูเป็นกระจกบานเลื่อน แต่ละห้องจะมีสวิทช์ไฟอยู่ภายใน ผมก็เดินไปจะเปิดห้องแรก แต่พอเลื่อนดูปรากฏว่ามันล็อคอยู่ เลยตัดสินใจเดินไปเปิดห้องต่อไปเรื่อยๆ ดู จนไปถึงห้องสุดท้าย ในแต่ละห้องจะมีโต๊ะจีนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง และมีเก้าอี้จัดเป็นระเบียบอยู่รอบโต๊ะ</p>
<p>สักพักขณะที่ผมยืนดูห้องสุดท้ายอยู่ ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเลื่อนโต๊ะ และทำแก้วตกแตกจากห้องข้างๆ ตอนนั้นใจผมเริ่มไม่ดีละ เพราะว่าผมเปิดดูแต่ละห้องมาแล้ว มันไม่มีใครอยู่แน่นอน! ผมตัดสินใจเดินกลับไปที่ลิฟท์ครับ พอเดินพ้นห้องที่ 3 มาก็ได้ยินเสียงเลื่อนประตูเปิด และปิด ดังมาจากข้างหลัง ไม่แน่ใจว่าจากห้องที่ 4 หรือห้องสุดท้ายกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ผมไม่คิดจะหันกลับไปมอง พยายามรีบไปที่ลิฟท์ให้เร็วที่สุด.. แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมลืมล็อคลิฟท์ให้เปิดค้างไว้ พอดูเวลาตอนนั้นตีเกือบจะตี 2 แล้ว ผมกดเรียกลิฟท์ แต่ปรากฏว่าลิฟท์มันไม่ขึ้นไฟอะไรเลย นั่นหมายความว่า ป้าที่ดูแลตึกแกคงจะกดลิฟท์ลง และปิดลิฟท์ไปแล้ว.. พอจะกดโทรศัพท์โทรหาพี่ๆ แต่ก็ดันไม่ได้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาอีก ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกเลยครับ กลัวจนน้ำตามันเริ่มไหล คิดว่าคงจะต้องติดอยู่บนนี้ไปจนเช้าแน่ๆ</p>
<p>ระหว่างนั้นผมนึกขึ้นได้ว่า ที่ร้านมันจะมีลิฟท์ที่เอาไว้ส่งอาหาร เป็นลิฟท์ช่องเล็กๆ ที่เวลามันถึงชั้นล่างจะมีเสียง ‘กริ๊ง’ และที่สำคัญคือ ลิฟท์ส่งอาหารนี้มันไม่เคยปิดการใช้งาน ผมเลยหากระดาษเพื่อที่จะเขียนข้อความส่งลงไปที่ชั้นล่าง แต่ประเด็นคือ.. ลิฟท์ส่งอาหารมันอยู่สุดทางเดิน ซึ่งหมายความว่า ผมต้องเดินกลับไปที่หน้าห้อง VIP ห้องสุดท้าย! คิดดูว่าขนาดหันไปมองผมยังไม่กล้าเลย.. แต่ก็คิดในใจว่า ‘เอาเถอะวะ แค่ผีหลอก..’ ผมตัดสินใจเดินกลับไปทางเดิม เพื่อจะไปยังลิฟท์ส่งอาหาร แล้วเชื่อไหมครับ ว่าระหว่างที่เดินไปนั้น ผมได้ยินเสียง ‘กึกกักๆ’ จากห้องที่ 4 ตลอด! เสียงเหมือนคนเดินกระทืบเท้าจากด้านใน ตอนนั้นนี่คือน้ำตาแตกเลยครับ แต่ถ้าไม่มา ก็คงจะต้องอยู่กับมันไปจนถึงเช้าแน่ๆ ..พอถึงลิฟท์ส่งอาหาร ผมเอากระดาษใส่ลงไป และกดชั้น 1 แล้วผมก็นั่งลงร้องไห้ตรงนั้นเลยครับ ไม่มีแรงเดินกลับไปแล้ว ผมเขียนในกระดาษว่า ‘ช่วยด้วย! ผีหลอกอยู่ชั้น 3 ขึ้นมารับหน่อย’</p>
<p>ระหว่างที่รอ เสียงเลื่อนประตูก็ดังขึ้นๆ เป็นเสียงจากห้องที่ 4 แน่นอน และที่มาเพิ่มคือเสียงเดินครับ เสียงดังเหมือนกับว่ามีอะไรกำลังเดินเข้ามาทางผม.. และแล้วเสียงลิฟท์ก็ดังขึ้นครับ พี่ที่ทำงาน และป้าที่ดูแลตึกรีบมาช่วยกันพยุงผมขึ้น และพาลงไปชั้นล่างอย่างไว.. พอถึงชั้นล่าง พี่ที่ทำงานก็ถามว่า ‘มึงขึ้นไปทำอะไรข้างบนวะ? ขนาดกูอยู่มาตั้งนาน กูยังไม่กล้าขึ้นไปเลย..’ คือพนักงานประมาณ 10 คนยืนล้อมผม พยายามถามนั่นนี่ แต่คือผมพูดอะไรไม่ออกเลยครับ แล้วหลังจากวันนั้น ผมก็ทำงานต่ออีกอาทิตย์เพื่อจะเอาเงินเดือน แล้วผมก็ลาออกกลับบ้านเลย ถึงจะไม่ได้เห็นอะไร แต่มันน่ากลัวมากจริงๆ ครับ</p>
<p><b>Story by</b> คุณบาส</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story321/">321 ห้องวีไอพี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story321/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>305 เรื่องสยองของพี่แนน</title>
		<link>https://thehouse.online/story305/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story305/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Aug 2016 14:46:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าตัวตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถนน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=2783</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณแพรครับ คุณแพรเล่าว่า.. เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เกิดขึ้นกับพี่สาวเราค่ะ พี่เราชื่อแนน สมัยที่พี่แนนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พี่แนนจะชอบไปสังสรรค์กับเพื่อน และมักจะเมาจนต้องไปอาศัยนอนค้างที่หอเพื่อนสนิทคนหนึ่งเสมอ หอที่ว่านี้มี 10 ชั้น ห้องเพื่อนพี่แนนอยู่ชั้นที่ 9 ค่ะ.. ผ่านไป 2-3 ปี ไม่เคยมีอะไรนะคะ แต่สุดท้ายก็มาเกิดเรื่องในช่วงเช้าวันหนึ่งจนได้.. วันนั้นพี่แนนเมามาก ก็เลยไปนอนที่หอเพื่อนตามปกติ พอตื่นเช้ามาก็รู้สึกหิว เลยสะลึมสะลือลุกจากห้อง เดินลงมาข้างล่างหอเพื่อจะซื้ออะไรกิน แล้วระหว่างที่พี่แนนกำลังจะเดินข้ามไปซื้อหมูปิ้ง อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง ‘ตึ้ง!!’ เหมือนกระสอบหนักๆ ตกลงมาผ่านหลังแค่ไม่กี่ช่วงแขนเท่านั้น พี่แนนตกใจ คิดในใจว่า ‘อะไรวะ เกือบโดนหัวกู..’ แล้วพอหันไปดูเท่านั้นล่ะ พี่แนนนี่วิ่งแบบไม่คิดชีวิตเลยค่ะ วิ่งไปจนถึงหน้าปากซอย จนพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่รับส่งพี่แนนประจำถามว่า ‘เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม?’ พี่แนนพูดไปร้องไห้ไปว่า ‘พี่! มีผู้ชายกระโดดตึกลงมา ผ่านหลังหนูเลย ฮือๆ’ พี่วินเลยบอกให้ใจเย็นๆ ขึ้นรถมาเดี๋ยวพากลับไปดู.. พอพี่วินพาพี่แนนกลับไป ปรากฏว่ามีคนเต็มไปหมดเลย พอแหวกคนเข้าไปได้ ก็เห็นสภาพศพเต็มๆ ตา คือเละค่ะ ขาพาดกับฟุตบาท แขน-ขาหักไม่ได้รูป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story305/">305 เรื่องสยองของพี่แนน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณแพรครับ คุณแพรเล่าว่า.. เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เกิดขึ้นกับพี่สาวเราค่ะ พี่เราชื่อแนน สมัยที่พี่แนนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พี่แนนจะชอบไปสังสรรค์กับเพื่อน และมักจะเมาจนต้องไปอาศัยนอนค้างที่หอเพื่อนสนิทคนหนึ่งเสมอ หอที่ว่านี้มี 10 ชั้น ห้องเพื่อนพี่แนนอยู่ชั้นที่ 9 ค่ะ.. ผ่านไป 2-3 ปี ไม่เคยมีอะไรนะคะ แต่สุดท้ายก็มาเกิดเรื่องในช่วงเช้าวันหนึ่งจนได้..</p>
<p>วันนั้นพี่แนนเมามาก ก็เลยไปนอนที่หอเพื่อนตามปกติ พอตื่นเช้ามาก็รู้สึกหิว เลยสะลึมสะลือลุกจากห้อง เดินลงมาข้างล่างหอเพื่อจะซื้ออะไรกิน แล้วระหว่างที่พี่แนนกำลังจะเดินข้ามไปซื้อหมูปิ้ง อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง ‘ตึ้ง!!’ เหมือนกระสอบหนักๆ ตกลงมาผ่านหลังแค่ไม่กี่ช่วงแขนเท่านั้น พี่แนนตกใจ คิดในใจว่า ‘อะไรวะ เกือบโดนหัวกู..’ แล้วพอหันไปดูเท่านั้นล่ะ พี่แนนนี่วิ่งแบบไม่คิดชีวิตเลยค่ะ วิ่งไปจนถึงหน้าปากซอย จนพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่รับส่งพี่แนนประจำถามว่า ‘เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม?’ พี่แนนพูดไปร้องไห้ไปว่า ‘พี่! มีผู้ชายกระโดดตึกลงมา ผ่านหลังหนูเลย ฮือๆ’ พี่วินเลยบอกให้ใจเย็นๆ ขึ้นรถมาเดี๋ยวพากลับไปดู..</p>
<p>พอพี่วินพาพี่แนนกลับไป ปรากฏว่ามีคนเต็มไปหมดเลย พอแหวกคนเข้าไปได้ ก็เห็นสภาพศพเต็มๆ ตา คือเละค่ะ ขาพาดกับฟุตบาท แขน-ขาหักไม่ได้รูป แต่ที่พี่แนนแกกลัวจนต้องวิ่งหนีไปถึงปากซอย เพราะตอนผู้ชายคนนี้ร่างกระแทกพื้น เขาสบตากับพี่แนนค่ะ ภาพนั้นยังคงติดตามาจนถึงปัจจุบัน.. จากนั้นหน่วยกู้ภัยก็มานำศพไป ได้ยินว่าเขามีปัญหาทางบ้านเลยคิดสั้น และที่รู้อีกอย่างคือเขาอยู่ชั้น 10 เลขห้องตรงกับห้องเพื่อนพี่แนนเลยค่ะ คืออยู่ห้องข้างบนของห้องเพื่อนพี่แนนนั่นเอง</p>
<p>ผ่านไปหลายวัน ห้องชั้น 10 ต่างพากันย้ายออกหมด ส่วนเพื่อนพี่แนนเจ้าของห้องไม่ใช่คนเชื่ออะไรแบบนี้เท่าไหร่ ออกจะท้าทายเสียด้วยซ้ำ เพื่อนพี่แนนเลยถามพี่แนนกับเพื่อนอีก 2 คนเล่นๆ ว่า ‘มึงๆ คิดว่าพี่เขายังอยู่ป่าววะ?’ เพื่อนคนหนึ่งกลุ่มบอกว่า ‘อยากรู้ต้องลอง..’ คือที่หน้าหอจะมีศาลอยู่ค่ะ พี่แนน และเพื่อนๆ เลยไปจุดธูป และพูดว่า ‘พี่..ถ้าพี่ยังอยู่ วันนี้พี่มาเล่นไพ่กับพวกหนูนะ พี่ชอบใบไหนพี่เอาไปเลย ถ้าพี่ยังอยู่พี่มานะ..’ แล้วก็ปักธูปลงไป จากนั้นพี่แนน และเพื่อนๆ ก็ขึ้นห้องไปเล่นไพ่ดัมมี่กัน แต่ครั้งนี้ ทำยังไงก็กินกันไม่ลงสักที ปรากฏว่าไพ่มันหายไปหนึ่งใบค่ะ ไพ่ไม่ครบ 52 ใบ ทุกคนช่วยกันหายังไงก็หาไม่เจอ เลยนึกขึ้นได้ว่า ‘บอกพี่เขาให้มาเล่นด้วย..’ ทุกคนเลยรีบลงลิฟท์ไปที่ศาล จุดธูปบอกพี่เขาว่า ‘พี่ พวกหนูรู้แล้วว่าพี่ยังอยู่ คืนไพ่มาเถอะ..’ ก่อนจะขึ้นลิฟท์กลับห้องกัน แต่ปรากฏว่าลิฟท์กลับเลยไปค้างที่ชั้น 10 ไม่ยอมไปไหนเลย ซึ่งชั้น 10 มืดมาก เพราะไม่มีคนอยู่แล้วสักห้องเดียว พี่แนน และทุกคนเริ่มหน้าเสียละ กดยังไงก็ไม่ลงชั้น 9 ทั้งๆ ที่ตอนขึ้นมากดเลข 9 ทุกคนยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้นประมาณ 5 นาที จนเริ่มกลัวว่าพี่เขาจะมา เลยตัดสินในวิ่งสิคะ วิ่งไปกรี๊ดไป ลงบันไดหนีไฟไปที่ชั้น 9 แล้วรีบเข้าห้อง และก็ต้องช็อคอีกรอบ เพราะไพ่ควีนโพธิ์ดำวางอยู่บนเตียงค่ะ! ทั้งๆ ที่ก่อนลงไป หาให้ตายก็หาไม่เจอ คืนนั้นทุกคนเลยนอนรวมกันที่นั่น เพราะเจ้าของห้องไม่กล้านอนคนเดียวแล้วค่ะ นอนอัดกันไปอย่างนั้น กึ่งหลับกึ่งตื่นจนเช้า..</p>
<p>พอเช้ามา พี่แนนก็สะลึมสะลือตื่นมาก่อนใคร เพราะแสงอาทิตย์แยงตา แล้วอยู่ๆ พี่แนนก็เห็นมีเงาหล่นผ่านหน้าต่างระเบียงไปค่ะ เป็นรูปร่างคน! ซึ่งชั้น 10 ไม่มีคนแน่ๆ เท่านั้นล่ะค่ะ พี่แนนปลุกเพื่อนทุกคนวิ่งลงไปข้างล่าง ปรากฏว่าก็ไม่มีศพหรืออะไรเลย พี่แนนถึงกับหลอนไปเลย ไปถามคนคุมหอว่าทำไมชั้น 10 คนย้ายออกกันหมด ทีแรกๆ เขาก็ไม่ยอมบอก จนเพื่อนพี่แนนคนหนึ่งคะยั้นคะยอ จนเขาต้องบอกว่า ‘คนชั้น 10 เขาบอกกันว่า ได้ยินเสียงคนร้องไห้บ้าง เสียงเลื่อนข้าวของบ้าง และทุกคนยืนยันว่าเป็นเสียงจากห้องของคนที่ตาย ซึ่งล็อคแม่กุญแจจากข้างนอก!’ จากนั้นพี่แนน และเพื่อนๆ จึงไปจุดธูปขอขมาพี่เขา และย้ายออกในวันถัดไปเลยค่ะ.. พี่แนนเล่าว่า ตอนเดินออกจากหอ ยังรู้สึกเหมือนเขาร่วงผ่านหลังซ้ำๆ อยู่เลย แล้วขนก็ลุกขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติเลยค่ะ</p>
<p>ยังไม่จบนะคะ.. หลังจากเหตุการณ์นั้น พี่แนนก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ขอนแก่นค่ะ แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง.. วันนั้นมีสังสรรค์กันหลังมหาวิทยาลัย สมัยนั้นจะไม่ค่อยมีตึกนะคะ มีแต่ป่ารก ตอนกลับพี่แนนขับรถยนต์ค่ะ แต่ด้วยอาการเมา ปรากฏว่ารถพุ่งชนเข้าอย่างจังกับรถกระบะจนรถพี่แนนคว่ำ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร ส่วนพี่แนนหมดสติไปนานแค่ไหนไม่รู้ จนทีมกู้ภัยมาเช็คดูว่าคอหักไหม และตบๆ ที่หน้าพี่แนนเพื่อเรียกสติ ‘น้องๆ ตื่นครับตื่น..’ และเขาก็ถามพี่แนนซ้ำๆ ว่า ‘เพื่อนน้องอีก 2 คนที่นั่งมาด้วยอยู่ไหน? เห็นมีคนบอกว่าเลือดอาบเลย ท่าจะอาการหนักน่าดู..’ พี่แนนเลยตอบไปอย่างงงๆ ว่า ‘พี่ หนูมาคนเดียว..’ พี่กู้ภัยคงคิดว่าพี่แนนเมา จนจำอะไรไม่ได้</p>
<p>จนไปถึงที่โรงพยาบาล ร้อยเอกก็มาถาม ‘คนที่มาด้วยไปไหน ทำไมหาไม่เจอ?’ พี่แนนเริ่มงง และหงุดหงิดขึ้นมา ตอบไปว่า ‘พี่คะ หนูมาคนเดียว!’ จนทุกคนงงกันหมด เพราะพยานที่ร้านข้าวต้มตรงที่เกิดเหตุก็ยืนยันว่าตอนรถคว่ำในรถนั่งมากัน 3 คน คนขับคือพี่แนน มีผู้ชายนั่งข้างๆ ผู้หญิงนั่งข้างหลังอีกคน.. พี่แนนเลยบอก ‘พี่หนูมาคนเดียว หนูไม่ได้เมาขนาดจำอะไรไม่ได้ แต่หนูมาคนเดียว จบนะ!’ ทีนี้ทุกคนเงียบเลยค่ะ คงจะเริ่มคิดกันได้ว่าว่า โดนแล้วล่ะ..</p>
<p>พอออกจากโรงพยาบาล ก็ไปดูสภาพรถที่อู่ พอมองไปที่รถก็นึกภาพตามที่คนเห็นว่ามีคนนั่งมาด้วยทั้งๆ ที่มาคนเดียว ด้วยความที่พี่แนนสงสัย เลยไปถามชาวบ้านแถวนั้น เขาบอกกันว่าตรงนั้นน่ะ โดนกันหลายรายแล้ว ส่วนมากไม่รอด หนูยังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เพราะชนท้ายกระบะคันอื่นก่อนเลยไม่ถลำไปกลางแยก.. ตรงแยกนี้น่ะ คนที่รอดมามักจะบอกว่า เขามองไม่เห็นรถใครเลย พอขับออกไปกลางแยกก็ถูกชนเข้าเต็มๆ เหมือนมีใครมาปิดตาไว้ พี่แนนเลยถามต่อว่า ‘แล้วล่าสุดก่อนหนูรถคว่ำ เกิดอะไรมาก่อนคะ?’ เขาบอกว่า ‘ก่อนที่หนูจะคว่ำได้วันเดียว ก็มีสามีภรรยาคู่หนึ่งผ่าแยกแล้วถูกรถพ่วงชนตายตรงนี้แหละ..’ พี่แนนถึงกับขนลุกเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เขาคงจะหาตัวตายตัวแทนล่ะค่ะ.. หลังจากซ่อมรถเสร็จ ทำพิธีอะไรเสร็จ พี่แนนก็ขายรถทิ้งเลยล่ะค่ะ กลัวไม่กล้าขับ จากนั้นมาพี่แนนก็ขี่แต่มอเตอร์ไซค์มาตลอด จนตอนนี้อายุ 34 แล้วค่ะ ไม่แตะรถใหญ่อีกเลย..</p>
<p><b>Story by</b> คุณแพร</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story305/">305 เรื่องสยองของพี่แนน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story305/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>185 วิญญาณอาฆาตในหอพัก</title>
		<link>https://thehouse.online/story185/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story185/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Apr 2016 15:24:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฆาตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1841</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณลิปตาครับ คุณลิปตาเล่าว่า.. เรื่องนี้ผ่านมาได้ 5 ปีแล้ว.. ตอนนั้นเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยต้องรีบย้ายจากต่างจังหวัด มาเช่าหอแห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อนเรา เป็นหอนอกมีทั้งหมด 9 ชั้น อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยเลย เงียบสงบดูปลอดภัยดี อยู่ในซอยไม่เปลี่ยวมากเท่าไหร่ มีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งตลอดค่ะ ที่หอแห่งนี้จะมีทั้งพวกนักศึกษา และคนทำงานทั่วไปมาเช่าพักอยู่ ทำให้ค่อนช้างจะเต็มหมดทุกชั้น เราอยู่ไปปีแรกๆ ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติเรียบร้อยดี จนมาปีสุดท้าย มีอยู่ช่วงหนึ่ง เราต้องไปนอนเฝ้าพี่สาวเราที่โรงพยาบาล 2 คืน และคืนต่อมาเป็นคืนที่เราต้องกลับหอดึกมาก ประมาณตี 2 ค่ะ.. คืนนั้นวินมอเตอร์ไซค์ในซอยไม่มีสักคัน เราเลยต้องเดินกลับหอเอง แต่ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่นัก เดินจนมาถึงหน้าหอ เราก็ดันลืมคีย์การ์ดไว้ที่ห้อง เลยต้องปลุกลุงยามที่นั่งหลับอยู่หน้าหอให้ช่วยเปิดประตูให้.. ห้องเราจะอยู่ชั้น 5 นะคะ เราก็ขึ้นลิฟท์ไป พอประตูลิฟท์เปิดออก เราเห็นผมค่ะ ผมสีดำยาวอยู่ตรงหน้าเรา ห้อยลงมาจากด้านบนประตูลิฟท์ เราเลยมองตามขึ้นไป สิ่งที่เราเห็นคือ ใบหน้าผู้หญิงสภาพตาเหลือก ลิ้นจุกปาก และมีเชือกรัดที่คออยู่ กำลังห้อยหัวลงมาจากด้านนอกประตูลิฟท์! ตอนนั้นเราตกใจมาก แหกปากร้องกรี๊ดเสียงดังไปทั่วชั้น 5 พร้อมกับวิ่งไปที่ห้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story185/">185 วิญญาณอาฆาตในหอพัก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณลิปตาครับ คุณลิปตาเล่าว่า.. เรื่องนี้ผ่านมาได้ 5 ปีแล้ว.. ตอนนั้นเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยต้องรีบย้ายจากต่างจังหวัด มาเช่าหอแห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อนเรา เป็นหอนอกมีทั้งหมด 9 ชั้น อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยเลย เงียบสงบดูปลอดภัยดี อยู่ในซอยไม่เปลี่ยวมากเท่าไหร่ มีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งตลอดค่ะ ที่หอแห่งนี้จะมีทั้งพวกนักศึกษา และคนทำงานทั่วไปมาเช่าพักอยู่ ทำให้ค่อนช้างจะเต็มหมดทุกชั้น</p>
<p>เราอยู่ไปปีแรกๆ ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติเรียบร้อยดี จนมาปีสุดท้าย มีอยู่ช่วงหนึ่ง เราต้องไปนอนเฝ้าพี่สาวเราที่โรงพยาบาล 2 คืน และคืนต่อมาเป็นคืนที่เราต้องกลับหอดึกมาก ประมาณตี 2 ค่ะ.. คืนนั้นวินมอเตอร์ไซค์ในซอยไม่มีสักคัน เราเลยต้องเดินกลับหอเอง แต่ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่นัก เดินจนมาถึงหน้าหอ เราก็ดันลืมคีย์การ์ดไว้ที่ห้อง เลยต้องปลุกลุงยามที่นั่งหลับอยู่หน้าหอให้ช่วยเปิดประตูให้.. ห้องเราจะอยู่ชั้น 5 นะคะ เราก็ขึ้นลิฟท์ไป พอประตูลิฟท์เปิดออก เราเห็นผมค่ะ ผมสีดำยาวอยู่ตรงหน้าเรา ห้อยลงมาจากด้านบนประตูลิฟท์ เราเลยมองตามขึ้นไป สิ่งที่เราเห็นคือ ใบหน้าผู้หญิงสภาพตาเหลือก ลิ้นจุกปาก และมีเชือกรัดที่คออยู่ กำลังห้อยหัวลงมาจากด้านนอกประตูลิฟท์! ตอนนั้นเราตกใจมาก แหกปากร้องกรี๊ดเสียงดังไปทั่วชั้น 5 พร้อมกับวิ่งไปที่ห้อง เคาะประตูห้องเสียงดัง ตอนนั้นจำได้ว่าไม่มีห้องไหนเปิดมาดูเลย พอเพื่อนเราเปิดประตูมา เพื่อนก็รีบดึงเราเข้าไปให้ห้องอย่างรวดเร็ว และบอกเราว่า ‘แกนอนก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไร พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน!’ คืนนั้นเราไม่อาบน้ำ ไม่ล้างหน้า ไม่แปรงฟัน รีบคลุมโปงนอนทันที หลับยาวไปจนถึงเช้าเลยค่ะ..</p>
<p>พอตื่นเช้ามา เรารีบบอกเพื่อนว่า ‘แก เมื่อคืนฉันโดนผีหลอก!’ เพื่อนเลยรีบเล่าให้ฟังว่า ‘ช่วงคืนที่แกไม่อยู่ มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งในหอเรา ถูกข่มขืนแล้วฆ่าตรงทางขึ้นบันหนีไฟชั้น 5 ข้างๆ ลิฟท์ วันต่อมาถึงมีแม่บ้านไปพบศพ อยู่ในสภาพเปลือย มีเชือกรัดคอ และมีด้ามไม้ถูพื้นของแม่บ้านยัดคาไว้ที่ช่องคลอด..’ เราฟังแล้วแทบจะเป็นลม เพราะมันช่างตรงกับสิ่งที่เราเห็นเมื่อคืน ทั้งที่เรายังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรให้เพื่อนฟังเลย เพื่อนเราเล่าต่อว่า ‘พี่ผู้หญิงคนนั้นพักอยู่คนเดียวที่ชั้น 6 เป็นคนหน้าตาดี ฉันเจอพี่เขาทุกวัน และก็ทักทายกันทุกครั้ง ไม่น่าเลย..’</p>
<p>หลังจากนั้นทางตำรวจก็ได้เรียกคนในหอมาสอบปากคำ แต่สรุปคนร้ายไม่ใช่คนในหอ แต่เป็นวินมอเตอร์ไซค์ในซอย ที่รับส่งพี่คนนั้นเอง ตำรวจก็จับตัวได้ในวันรุ่งขึ้นทันที หลังจากที่พี่คนนั้นตายไปได้เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นช่วงที่เราไม่ได้กลับหอนั่นเอง เราเลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย และคนในหอ กับเพื่อนเราทุกคนรู้กันหมด แต่ไม่มีใครกล้าโทรไปบอกเรา เพราะรู้ว่าเราเป็นคนกลัวผีมากๆ.. จากนั้นอีก 2 วัน เราก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น รวมถึงคนส่วนใหญ่ในชั้น 5 ก็ได้ย้ายออกกันหมดค่ะ เรื่องนี้เคยลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐด้วยนะคะ นึกแล้วยังขนลุกไม่หายเลย ติดตาเรามากๆ</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณลิปตา</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story185/">185 วิญญาณอาฆาตในหอพัก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story185/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>160 เริ่มงานที่ใหม่</title>
		<link>https://thehouse.online/story160/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story160/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Apr 2016 10:34:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1764</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณพุดครับ เป็นเรื่องที่เกิดที่ออฟฟิศแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณพุดเล่าว่า.. สมัยนั้นผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ มาจากต่างจังหวัด ได้งานทำเป็นพนักงานบัญชี โดยพ่อผมให้คนที่รู้จักฝากให้ พอทางบริษัทตกลงรับ อีก 2-3 วัน ผมก็ได้เข้ามาเริ่มงาน วันแรกที่มาถึง ตึกนี้จะมีหลายๆ ออฟฟิศเช่าอยู่ตามแต่ละชั้นครับ มีทั้งหมด 24 ชั้น ส่วนออฟฟิศผมอยู่ชั้น 14 เข้าไปถึง ก็มีคนพาไปแนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมงาน ผมก็ยิ้ม และก็กล่าวสวัสดีตามมารยาท ออฟฟิศนี้มีคนค่อนข้างเยอะ ผมเลยยังจำใครไม่ได้.. ผมทำงานไปตามปกติ แต่ช่วงนี้มันเป็นช่วงที่จะต้องปิดงบ และส่งแผนการจัดซื้อพอดี งานเลยเยอะมากครับ ต้องอยู่ทำงานจนดึก ผมก็คิดในใจ ‘วันแรกก็โดนรับน้องซะแล้ว แต่ไม่เป็นไรเราเด็กใหม่ บ่นไปเดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้’ ก็ทำๆ ไปเรื่อย จนทุกคนเริ่มกลับ เวลาประมาณ 5 ทุ่มได้แล้ว ทั้งออฟฟิศปิดไฟหมด เหลือแต่ตรงผมโต๊ะผม กับโต๊ะพี่อีกคนนึงที่ยังเปิดไฟไว้ สักพักพี่เขาก็เดินเข้ามาทักผมว่า ‘เป็นยังไงบ้าง งานเรียบร้อยไหม? พี่ชื่อโก้นะ มีอะไรถามพี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจ..’ ผมก็ขอบคุณพี่โก้ไป คิดในใจว่า พี่คนนี้ดีจัง.. พอผมทำงานเสร็จ ก็ลงลิฟท์ไปพร้อมกับพี่เขาครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story160/">160 เริ่มงานที่ใหม่</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณพุดครับ เป็นเรื่องที่เกิดที่ออฟฟิศแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณพุดเล่าว่า.. สมัยนั้นผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ มาจากต่างจังหวัด ได้งานทำเป็นพนักงานบัญชี โดยพ่อผมให้คนที่รู้จักฝากให้ พอทางบริษัทตกลงรับ อีก 2-3 วัน ผมก็ได้เข้ามาเริ่มงาน</p>
<p>วันแรกที่มาถึง ตึกนี้จะมีหลายๆ ออฟฟิศเช่าอยู่ตามแต่ละชั้นครับ มีทั้งหมด 24 ชั้น ส่วนออฟฟิศผมอยู่ชั้น 14 เข้าไปถึง ก็มีคนพาไปแนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมงาน ผมก็ยิ้ม และก็กล่าวสวัสดีตามมารยาท ออฟฟิศนี้มีคนค่อนข้างเยอะ ผมเลยยังจำใครไม่ได้.. ผมทำงานไปตามปกติ แต่ช่วงนี้มันเป็นช่วงที่จะต้องปิดงบ และส่งแผนการจัดซื้อพอดี งานเลยเยอะมากครับ ต้องอยู่ทำงานจนดึก ผมก็คิดในใจ ‘วันแรกก็โดนรับน้องซะแล้ว แต่ไม่เป็นไรเราเด็กใหม่ บ่นไปเดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้’ ก็ทำๆ ไปเรื่อย จนทุกคนเริ่มกลับ เวลาประมาณ 5 ทุ่มได้แล้ว ทั้งออฟฟิศปิดไฟหมด เหลือแต่ตรงผมโต๊ะผม กับโต๊ะพี่อีกคนนึงที่ยังเปิดไฟไว้</p>
<p>สักพักพี่เขาก็เดินเข้ามาทักผมว่า ‘เป็นยังไงบ้าง งานเรียบร้อยไหม? พี่ชื่อโก้นะ มีอะไรถามพี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจ..’ ผมก็ขอบคุณพี่โก้ไป คิดในใจว่า พี่คนนี้ดีจัง.. พอผมทำงานเสร็จ ก็ลงลิฟท์ไปพร้อมกับพี่เขาครับ ระหว่างลงก็คุยนั่นนี่ไปเรื่อย ไม่ได้สนใจมองชั้นแต่อย่างใด.. แล้วลิฟท์ก็เปิด ผมกำลังจะเดินออก แต่ก็ต้องตกใจ เพราะข้างนอกมืดมาก มีโต๊ะ เก้าอี้เต็มไปหมด ผมมามองเลขชั้น ‘เฮ้ย นี่มันชั้น 24 นี่หว่า?’ ผมเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี พยายามกดปุ่มปิดรัวๆ ประตูก็ไม่ยอมปิด พี่โก้ก็เริ่มน่าซีด.. แล้วก็มีเงาเดินผ่านแสงไฟในลิฟท์ ที่ส่องลงบนพื้น เหมือนเป็นเงาคนเดินเข้าลิฟท์มา แล้วประตูก็ปิด.. ตอนนั้นผมกลัวมาก ทั้งพี่โก้กับผมยืนนิ่งหน้าซีดทั้งคู่ รู้สึกว่าเป็นการลงลิฟท์ 24 ชั้นที่นานที่สุดในชีวิตเลยครับ.. พอลิฟท์ลงมาถึงชั้น 1 เท่านั้นแหละ ผมวิ่งแบบไม่คิดชีวิตออกจากตึกไปเลยครับ ต่างคนต่างกลับ..</p>
<p>ผมกลับมาถึงบ้าน ได้แต่เก็บความสงสัยไว้.. พอเช้าไปทำงาน ก็ไปถามพี่ยามที่ตึกว่า ‘ตึกนี้เคยมีอะไรรึเปล่าครับ?’ ยามก็เล่าว่า ‘ตอนสร้างตึก มีคนงานก่อสร้างตกช่องลิฟท์ตาย พนักงานเจอกันบ่อย’ ผมก็เหวอเลยครับ.. แล้วที่หนักกว่านั้น ผมเก็บเรื่องนี้ไปเล่าให้อาคนที่พ่อรู้จักฟัง ว่าเจออย่างนั้นอย่างนี้มา แต่ยังดีที่มีพี่โก้อยู่ด้วย ไม่งั้นล่ะแย่แน่ๆ.. พอผมพูดจบ อาคนที่พ่อรู้จักก็หน้าเสียทันที แล้วก็พูดกับผมว่า</p>
<p>‘ใจเย็นๆ นะพุด โก้น่ะตายไปเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วนี่เอง อาจ้างให้พุดมาทำงานแทนโก้นี่ล่ะ..’ จากนั้นผมนี่ล้มทั้งยืน แทบจะลาออกเดี๋ยวนั้นเลยครับ</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณพุด</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story160/">160 เริ่มงานที่ใหม่</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story160/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>154 ในลิฟท์เมื่อสักครู่นี้</title>
		<link>https://thehouse.online/story154/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story154/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Apr 2016 17:41:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1492</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณน้ำฟ้าครับ คุณน้ำฟ้าเล่าว่า.. ฟ้าขอเล่าประสบการณ์สมัยตอนเป็นเฟรชชี่ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้ฟังค่ะ ต้องบอกก่อนเลย ว่าฟ้าเป็นคนมีสัมผัสที่ 6 จะเห็น หรือรู้สึกเป็นครั้งคราว.. เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นฟ้ากับเพื่อนอีกคนนึง มีเรียนตอนเช้าที่ชั้น 9 ก็ต้องขึ้นลิฟท์ค่ะ ระหว่างที่เดินไปรอขึ้นลิฟท์กันนั้น ฟ้าก็เห็นกลุ่มเด็กเฟรชชี่คณะบัญชี ยืนรอลิฟท์กันอยู่ก่อนหน้าฟ้า 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด ซึ่งทุกคนรวบผมหางม้า แต่มีคนนึงในกลุ่มนั้น เป็นผมหยิกดัดแบบเส้นมาม่าเลย ตอนนั้นฟ้าก็ยังนึกในใจว่า อยากจะดัดผมแบบนี้บ้าง พอลิฟท์มา กลุ่มเด็กบัญชี 4 คนก็เดินเข้าไป และยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ด้านในสุด เพื่อนฟ้ายืนอยู่ตรงที่กดชั้นของลิฟท์ และฟ้ายืนอยู่หลังเพื่อนอีกที เมื่อประตูลิฟท์ปิดลิฟท์ก็ขึ้นไป.. แล้วลิฟท์ก็ไปเปิดที่ชั้น 2 มีรุ่นพี่เข้ามาอีก 4 คน เป็นผู้หญิง 3 ผู้ชาย 1 โดยพี่ผู้ชายยืนอยู่ตรงข้ามกับเพื่อนฟ้า แล้วกลุ่มรุ่นพี่ทั้ง 4 คนนั้นก็ได้ออกจากลิฟท์ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องสมุดค่ะ แล้วลิฟท์ก็ขึ้นไปต่อเรื่อยๆ ในลิฟท์เงียบกริบไม่มีใครคุยอะไรกัน.. จนถึงชั้น 7 เด็กบัญชี 3 คนที่รวบผมหางม้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story154/">154 ในลิฟท์เมื่อสักครู่นี้</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณน้ำฟ้าครับ คุณน้ำฟ้าเล่าว่า.. ฟ้าขอเล่าประสบการณ์สมัยตอนเป็นเฟรชชี่ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้ฟังค่ะ ต้องบอกก่อนเลย ว่าฟ้าเป็นคนมีสัมผัสที่ 6 จะเห็น หรือรู้สึกเป็นครั้งคราว.. เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นฟ้ากับเพื่อนอีกคนนึง มีเรียนตอนเช้าที่ชั้น 9 ก็ต้องขึ้นลิฟท์ค่ะ ระหว่างที่เดินไปรอขึ้นลิฟท์กันนั้น ฟ้าก็เห็นกลุ่มเด็กเฟรชชี่คณะบัญชี ยืนรอลิฟท์กันอยู่ก่อนหน้าฟ้า 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด ซึ่งทุกคนรวบผมหางม้า แต่มีคนนึงในกลุ่มนั้น เป็นผมหยิกดัดแบบเส้นมาม่าเลย ตอนนั้นฟ้าก็ยังนึกในใจว่า อยากจะดัดผมแบบนี้บ้าง</p>
<p>พอลิฟท์มา กลุ่มเด็กบัญชี 4 คนก็เดินเข้าไป และยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ด้านในสุด เพื่อนฟ้ายืนอยู่ตรงที่กดชั้นของลิฟท์ และฟ้ายืนอยู่หลังเพื่อนอีกที เมื่อประตูลิฟท์ปิดลิฟท์ก็ขึ้นไป.. แล้วลิฟท์ก็ไปเปิดที่ชั้น 2 มีรุ่นพี่เข้ามาอีก 4 คน เป็นผู้หญิง 3 ผู้ชาย 1 โดยพี่ผู้ชายยืนอยู่ตรงข้ามกับเพื่อนฟ้า แล้วกลุ่มรุ่นพี่ทั้ง 4 คนนั้นก็ได้ออกจากลิฟท์ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องสมุดค่ะ</p>
<p>แล้วลิฟท์ก็ขึ้นไปต่อเรื่อยๆ ในลิฟท์เงียบกริบไม่มีใครคุยอะไรกัน.. จนถึงชั้น 7 เด็กบัญชี 3 คนที่รวบผมหางม้า ก็ได้เดินออกไป เพื่อนฟ้ากำลังจะกดปิดประตูลิฟท์ ตอนนั้นฟ้าก็สงสัย ว่าแล้วอีกคนไม่ไปกับเพื่อนหรอ? พร้อมกับหันมาดูข้างหลังตัวเอง (เพราะมั่นใจว่าคนที่ผมหยิกนั้น ยืนอยู่ข้างหลังฟ้า) แต่ก็ต้องตกใจมาก เพราะข้างหลังฟ้าคือความว่างเปล่า! ..ตอนนี้เหลือแค่ฟ้ากับเพื่อนในลิฟท์กัน 2 คนเท่านั้น เพื่อนฟ้ารู้ว่าฟ้ามีสัมผัส และคงพอจะเดาจากสีหน้าฟ้าได้ ว่าฟ้าคงจะเจออะไรเข้าแล้ว.. พอถึงชั้น 9 ออกมาจากลิฟท์ ฟ้าก็รีบถามเหตุการณ์ แลกเปลี่ยนสิ่งที่เห็น รวมทั้งตำแหน่งยืนในลิฟท์กับเพื่อนฟ้าอย่างละเอียด สรุปได้ดังนี้ค่ะ..</p>
<p><em><strong>1.</strong> เพื่อนฟ้านับเด็กบัญชีได้แค่ 3 คนเท่านั้น และไม่มีใครผมหยิกเลย! </em></p>
<p><em><strong>2.</strong> ในลิฟท์ไม่มีผู้ชายเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว รุ่นพี่ที่เข้ามา และออกไปมีแค่ผู้หญิง 3 คน!</em></p>
<p>นั่นหมายความว่า ฟ้าเห็นผีถึง 2 ตนพร้อมๆ กันเลยหรอ? หลังจากฟ้าเล่าให้แฟนฟ้าฟัง แฟนฟ้าก็สงสัย และไปสอบถามจากเพื่อนๆ เค้าอีกที แฟนฟ้าบอกว่า ‘เด็กบัญชีคนนั้นที่ฟ้าเห็น คงเป็นเพื่อนที่มาจากโรงเรียนมัธยมเดียวกัน เค้าเพิ่งเสียชีวิตไปได้ไม่นานนี้ ฟ้าก็ยังไปร่วมงานศพของเค้าอยู่เลยไง..’ แต่ตอนนั้นฟ้าจำไม่ได้ เพราะไม่ได้สนิทกันค่ะ และไม่แน่ใจว่าทรงผมสุดท้ายของเธอเป็นแบบไหน แต่แฟนฟ้าก็ยืนยันว่า ‘เขาดัดผมหยิกแบบเส้นมาม่านี่แหละ’</p>
<p>ส่วนพี่ผู้ชาย ฟ้าไม่ทราบที่มา และไม่กล้าที่จะถามใคร เพราะฟ้าต้องใช้ลิฟท์ตัวนี้อีกนานค่ะ.. หลังจากเจอเรื่องแบบนี้มา ทำให้ฟ้าไม่ค่อยจะอยากรู้ ว่าคนอื่นเห็นอะไรเหมือนเราไหม ไม่อยากถาม เพราะกลัวว่าเค้าจะไม่เห็น ทุกวันนี้คนที่เดินผ่านไปมา ก็อาจจะมีผีปะปนอยู่ก็ได้ ซึ่งก็เป็นโชคดีของฟ้า ที่เค้ายังมาให้เห็นแบบดีๆ..</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณน้ำฟ้า</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story154/">154 ในลิฟท์เมื่อสักครู่นี้</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story154/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>140 โรมแรมนี้ผีดุ</title>
		<link>https://thehouse.online/story140/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story140/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Apr 2016 17:34:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1448</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณลลิตาครับ คุณลลิตาเล่าว่า.. ประมาณ 4 ปีที่แล้ว สมัยนั้นหนูทำงานเป็นเซลล์ขายของ ออกบูทโชว์สินค้าตามห้าง ขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปมันทุกจักหวัด แต่มีอยู่จังหวัดหนึ่งที่หนูจำไม่ลืมเลย สระบุรีค่ะ.. สระบุรีเป็นจังหวัดเล็กๆ อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไม่นานก็ถึง.. โดยปกติเวลาไปออกบูธ ทางบริษัทจะให้ไปเป็นเป็นทีมค่ะ 8 คนบ้าง 6 คนบ้าง 4 คนบ้าง แล้วแต่ขนาดบูธ ครั้งนี้เป็นห้างเล็กๆ บริษัทให้มากัน 4 คน เป็นเวลา 1 อาทิตย์ค่ะ.. วันเดินทางพวกหนูก็นัดกัน 3 คน ว่าจะไปเจอกันที่โรงแรมที่บริษัทจองไว้ให้เลย และมีน้องอีกคนป่วยเป็นตาอักเสบ ต้องไปหาหมอก่อน แล้วจะตามมาตอนเย็น.. ด้วยความที่หนูอยู่แถวรังสิต ก็จะเดินทางถึงโรงแรมก่อนพี่ๆ อีก 2 คน พอหนูมาถึงโรงแรม ตอนนั้นเวลาประมาณ 9 โมงเช้า บรรยากาศที่โรงแรม ก็เหมือนโรงแรมทั่วไปตามต่างจังหวัด คนไม่เยอะ พอดีเจอตำรวจ 2 นายเช็คเอ้าท์ออก หนูก็ลากกระเป๋าเดินเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ ก็เจอป้าคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story140/">140 โรมแรมนี้ผีดุ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณลลิตาครับ คุณลลิตาเล่าว่า.. ประมาณ 4 ปีที่แล้ว สมัยนั้นหนูทำงานเป็นเซลล์ขายของ ออกบูทโชว์สินค้าตามห้าง ขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปมันทุกจักหวัด แต่มีอยู่จังหวัดหนึ่งที่หนูจำไม่ลืมเลย สระบุรีค่ะ.. สระบุรีเป็นจังหวัดเล็กๆ อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไม่นานก็ถึง.. โดยปกติเวลาไปออกบูธ ทางบริษัทจะให้ไปเป็นเป็นทีมค่ะ 8 คนบ้าง 6 คนบ้าง 4 คนบ้าง แล้วแต่ขนาดบูธ ครั้งนี้เป็นห้างเล็กๆ บริษัทให้มากัน 4 คน เป็นเวลา 1 อาทิตย์ค่ะ.. วันเดินทางพวกหนูก็นัดกัน 3 คน ว่าจะไปเจอกันที่โรงแรมที่บริษัทจองไว้ให้เลย และมีน้องอีกคนป่วยเป็นตาอักเสบ ต้องไปหาหมอก่อน แล้วจะตามมาตอนเย็น.. ด้วยความที่หนูอยู่แถวรังสิต ก็จะเดินทางถึงโรงแรมก่อนพี่ๆ อีก 2 คน</p>
<p>พอหนูมาถึงโรงแรม ตอนนั้นเวลาประมาณ 9 โมงเช้า บรรยากาศที่โรงแรม ก็เหมือนโรงแรมทั่วไปตามต่างจังหวัด คนไม่เยอะ พอดีเจอตำรวจ 2 นายเช็คเอ้าท์ออก หนูก็ลากกระเป๋าเดินเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ ก็เจอป้าคน 1 รอรับลูกค้าอยู่ ก็แจ้งไปว่าจองไว้ 2 ห้อง จากบริษัท&#8230;ค่ะ ระหว่างรอหนูก็ไปสะดุดกับรูปใหญ่ๆ ด้านหลังเคาน์เตอร์ เป็นรูปชายหญิงสูงวัย พร้อมมีกระถางธูปใหญ่มากตั้งอยู่ ในใจก็คิดว่าคงเป็นเจ้าของโรงแรมรุ่นแรกๆ เพราะโรงแรมดูดี ดูหรูนะ ถ้าเป็นสมัยก่อน แต่สมัยนี้ต้องเรียกว่าเก่าแก่เลยทีเดียว.. พอได้กุญแจห้อง เป็นห้องชั้น 4 ติดกัน 2 ห้องค่ะ.. หนูก็ไปนั่งรอพี่ๆ อยู่ที่เก้าอี้ในล็อบบี้โรงแรม รอบๆ เป็นกระจกมองเห็นถนนด้านนอก นั่งรอไม่นาน พวกพี่ๆ อีก 2 คนก็มาถึง</p>
<p>จากนั้นพวกเรา 3 คนก็ไม่รอช้าค่ะ ตรงไปที่ลิฟท์กันเลย ลิฟท์จะอยู่หลังเคาน์เตอร์ แต่ที่แปลกคือ หน้าลิฟท์จะมีกระดาษเก่าๆ เขียนบอกเวลา เปิด-ปิด ลิฟท์ไว้ชัดเจน ถ้าจำไม่ผิดลิฟท์จะปิดเวลา 2 ทุ่มเท่านั้นค่ะ ด้วยความที่ไปมาหลายจังหวัด ก็เพิ่งเจอที่นี่ล่ะค่ะ ที่มีเวลา เปิด-ปิด ลิฟท์ ในใจก็ไม่ปลื้มหรอก คือเราใส่ส้นสูง ห้างปิดกลับมาต้องเดินขึ้นบันไดเนี่ยนะ? พอเข้าลิฟท์ไปก็แอบบ่นๆ กันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้โวยอะไร.. ห้องพวกเราอยู่ชั้น 4 ค่ะ พอประตูลิฟท์เปิดมา ก็รู้สึกเครียดเลย เจอทาง 4 แพร่ง ข้างลิฟท์เป็นบันได ที่มองลงไปจะเห็นทุกชั้นแบบวนๆ เป็นตัว U ด้านหน้า และอีกข้างเป็นทางเดิน.. ใจหนูนี่ไม่ได้อยากคิดมากหรอกค่ะ แต่สมองมันมโนไปก่อน.. ตามทางเดินนี้ไฟไม่สว่างเลย ออกสลัวๆ.. ห้องหนูจะอยู่หัวมุมพอดี อีกห้องก็จะอยู่ถัดไป พี่อีก 2 คนพูดพร้อมกันเลยค่ะ ‘ห้องนี้น้องอยู่แล้วกันนะ พวกพี่ขออยู่อีกห้องนึง’ ด้วยความที่น้องอีกคนยังไม่มา หนูก็รีบพูดเลย ‘พี่ๆ งั้นวันนี้หนูขออยู่ด้วยก่อนแล้วกัน’ พี่ๆ ก็โอเคๆ</p>
<p>พวกเราก็ลากกระเป๋าไปห้องถัดไป หนูเป็นคนถือกุจแจ ก็เสียบกุญแจหมุนเปิดล็อคตามปกติ แล้วผลักประตูเข้าไป ผลักอยู่ 3 รอบไม่ออก หนูหันมามองหน้าพี่ๆ แล้วลองให้พี่ๆ เปิดดู ตอนนั้นความรู้สึกเรา มันไม่เหมือนประตูติด แต่มันรู้สึกเหมือนมีแรงคนดันอยู่จากข้างในห้อง แต่ก็ไม่ได้บอกพี่ๆ เค้า.. พอพี่ๆ ลองเปิด ก็เป็นเหมือนกันค่ะ ไม่ออก พี่ๆ ก็เริ่มหงุดหงิด เปิดไปด้วยด่าไปด้วย ‘ติดเหี้ยไรวะ เปิดไม่ได้!’ เท่านั้นล่ะ ประตูเปิดได้แบบง่ายๆ เฉยเลย.. พอเข้าไปในห้องก็เสียบการ์ดที่ข้างประตู ไฟก็ติด แต่ติดเพียงบางดวงเท่านั้น คือมืดค่ะ มองอะไรไม่ชัด มันดูยังไงๆ ไม่รู้ จนพี่คนนึงต้องไปเปิดม่าน พร้อมกันกับที่หนูเดินไปเปิดไฟห้องน้ำ เพื่อให้แสงสว่างมันเพียงพอ แล้วอยู่ๆ พี่ที่ไปเปิดม่านก็ร้อง ‘เหี้ย!!’ ขึ้นมาดังมาก เรากับพี่อีกคนวิ่งไปดู ภาพที่เห็นคือเมรุเผาศพค่ะ! คือห้องนี้เปิดม่านมาเจอเมรุเผาศพ มีอีกาบนหลังคาเต็มไปหมด บรรยากาศไม่ต้องบรรยายเลย นาทีนั้นรู้อย่างเดียว ต้องย้ายออก นอนไม่ได้แน่ๆ ก็นั่งคุยกันแล้วโทรกลับไปบริษัท แจ้งขอย้ายทันที ผู้จัดการก็ใจดีอนุมัติค่ะ เท่านั้นล่ะ พวกเรารีบลงมา ออกไปหาโรงแรมใหม่กันเลย ไปกันแต่ตัวนะคะ กระเป๋ากับของยังคงไว้ที่ห้องก่อน</p>
<p>พอหาโรงแรมใหม่ได้ ก็ต้องจ้างรถสามล้อมาขนกระเป๋า และของสต๊อคสำหรับออกบูธ ที่ทีมงานเอามาทิ้งไว้ให้ก่อนหน้านี้ประมาณ 10 ลังได้ และประเด็นคือ ลังพวกนั้นอยู่ในห้องพักค่ะ ห้องที่หนูต้องนอน แต่ยังไม่ได้เข้าไป.. พอรถสามล้อมาถึงหน้าโรงแรม ลุงคนขับสามล้อบอกก่อนเลย ‘ลุงรอข้างล่างนะ..’ เท่านั้นล่ะค่ะ รู้เลยว่าลุงคงจะรู้เรื่องเยอะ แต่นาทีนั้นก็ต้องรีบเข้าไปเอาของกันค่ะ.. พวกเรารีบขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 4 ทีนี้เราเปิดห้องตรงมุมทาง 4 แพร่งก่อน เพื่อจะเอาของสต๊อคในห้องนี้ แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ เปิดไม่ออก ต้องเปิด 3-4 รอบถึงจะเข้าได้ พอเข้าไปไฟก็เป็นเหมือนกัน คือติดบ้างไม่ติดบ้าง พวกเราก็แบ่งหน้าที่กัน คนนึงไปเปิดม่าน ส่วนหนูไปเปิดไฟห้องน้ำ พอเปิดไฟห้องน้ำ หนูก็หันหน้าไปบอกพี่อีกคน ‘พี่ๆ มาดูนี่สิ ห้องนี้มีอ่างอาบน้ำด้วย ห้องเมื่อกี้ไม่เห็นมีเลยนะ’ พี่ที่เดินเข้ามาดูตะโกนดังมาก พร้อมกับดึงหนูออกมา และปิดประตูทันที พี่บอกให้รีบขนของกันให้ไวเลย หนูตกใจมาก รู้เลยว่าต้องมีอะไรแน่ๆ</p>
<p>จังหวะนั้นพวกเราเก่งกันมาก ขนของเข้าลิฟท์รอบเดียว ทั้งที่ของเยอะมาก ความรู้สึกตอนขนนี่ไม่น่าเกิน 15 นาที คือเหมือนไฟไหม้บ้าน แล้วมีแรงฮึดประมาณนั้นเลย ทีนี้พอกำลังจะกดลิฟท์ลง พี่คนนึงก็บอกว่า ‘เดี๋ยวๆ เปิดก่อน มีคนจะเข้า..’ ทีนี้พี่อีกคนรีบกดปิดอย่างไวเลยค่ะ ตอนนั้นรู้อย่างเดียว ทุกคนเงียบกริบกันหมด ไม่พูดอะไรจนถึงชั้นล่าง.. พวกเรานั่งพักคุยกันที่ล็อบบี้ข้างล่างค่ะ พี่ที่เจอเล่าว่า ‘สิ่งที่พี่เจอในห้องน้ำ คือขาผู้ชายมีขนหน้าแข้ง ซีดขาวพาดอยู่ที่อ่างอาบน้ำ และมีม่านปิดครึ่งนึงอยู่.. แล้วที่เมื่อกี้รีบกดปิดลิฟท์ เพราะไม่เห็นว่ามีใครอยู่นอกลิฟท์เลย..’ พี่อีกคนกลับยืนยันว่าเห็นผู้ชายมีอายุ เดินมาช้าๆ จะขอลงไปด้วย! ได้ฟังกันอย่างนั้น พวกเรานี่เสียวสันหลังวาบเลยค่ะ.. ตอนที่ส่งกุญแจให้ป้าที่เคาน์เตอร์และบอกแกว่า ‘พวกหนูขอย้ายออกนะป้า’ ป้าแกไม่ถงไม่ถามอะไรสักคำ กลับยิ้มอ่อนๆ แบบว่าเหมือนเข้าใจโลก.. โรงแรมนี้บอกเลยขนาดหนูไปกันตอนกลางวัน แต่บรรยากาศข้างในนี้สุดยอดมาก ไม่อยากคิดเลยว่ากลางคืนจะขนาดไหน..</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณลลิตา</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story140/">140 โรมแรมนี้ผีดุ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story140/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>115 เธอชื่อบุญา</title>
		<link>https://thehouse.online/story115/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story115/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Apr 2016 15:13:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1369</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเบลส์ครับ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมัยคุณเบลส์อายุได้ประมาณ 10 กว่าขวบ คุณเบลส์เล่าว่า.. สมัยเมื่อ 20 ปีก่อน เชียงรายไม่ได้เจริญเท่าไหร่นัก ช่วงนั้นคุณตาผมป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่าคุณตาเป็นนิ่วในไต ต้องได้รับการผ่าตัดครับ ในวันที่คุณตาผมต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลก่อนผ่าตัดล่วงหน้า 2 วัน เพื่อดูอาการ ต้องงดน้ำ งดอาหาร.. สมัยก่อนโรงพยาบาลรัฐ หากจะใช้ห้องผู้ป่วยพิเศษ ต้องจองล่วงหน้าก่อน เพราะงั้นคุณตาผมเลยต้องพักอยู่ห้องรวมซึ่งอยู่ชั้น 5.. แม่ผมทำงานโรงแรมวันนั้นอยู่กะดึก ยายก็ต้องเฝ้าบ้านเพราะไม่มีคนดูแลบ้าน ส่วนน้องชายผมยังเล็กมาก ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ผมเลยต้องเป็นคนมานอนเฝ้าคุณตา ลองนึกภาพตามนะครับโรงพยาบาลรัฐ ตึกรวม ตึกเก่า ผนังอาคารเก่า สวนป่ารกล้อมรอบ.. แต่ถึงจะเก่าแต่ที่นี่ก็มีลิฟท์ ซึ่งตัวผมตอนนั้นไม่เคยขึ้นลิฟท์ และไม่รู้จักลิฟท์เลย ก็แอบตื่นเต้นไปตามประสาเด็กบ้านนอกครับ ช่วงกลางวันนี่ ขึ้นๆ ลงๆ ลิฟท์เล่นตลอด กดปุ่มไปเรื่อยเลย.. จนตกเย็นวันนั้น ประมาณ 6 โมงเห็นจะได้ เพราะโรงพยาบาลเพิ่งเปิดเพลงชาติ.. ผมก็เดินไปกดลิฟท์เล่นตามปกติ คราวนี้ลิฟท์เปิดมา ผมก็เห็นเด็กผู้หญิงคนนึง รุ่นราวคราวเดียวกับผม ลักษณะเหมือนจะเป็นชาวเขา ผมก็ทักทายไปตามประสา ถามไปถามมา เธอชื่อว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story115/">115 เธอชื่อบุญา</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเบลส์ครับ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมัยคุณเบลส์อายุได้ประมาณ 10 กว่าขวบ คุณเบลส์เล่าว่า.. สมัยเมื่อ 20 ปีก่อน เชียงรายไม่ได้เจริญเท่าไหร่นัก ช่วงนั้นคุณตาผมป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่าคุณตาเป็นนิ่วในไต ต้องได้รับการผ่าตัดครับ</p>
<p>ในวันที่คุณตาผมต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลก่อนผ่าตัดล่วงหน้า 2 วัน เพื่อดูอาการ ต้องงดน้ำ งดอาหาร.. สมัยก่อนโรงพยาบาลรัฐ หากจะใช้ห้องผู้ป่วยพิเศษ ต้องจองล่วงหน้าก่อน เพราะงั้นคุณตาผมเลยต้องพักอยู่ห้องรวมซึ่งอยู่ชั้น 5.. แม่ผมทำงานโรงแรมวันนั้นอยู่กะดึก ยายก็ต้องเฝ้าบ้านเพราะไม่มีคนดูแลบ้าน ส่วนน้องชายผมยังเล็กมาก ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ผมเลยต้องเป็นคนมานอนเฝ้าคุณตา</p>
<p>ลองนึกภาพตามนะครับโรงพยาบาลรัฐ ตึกรวม ตึกเก่า ผนังอาคารเก่า สวนป่ารกล้อมรอบ.. แต่ถึงจะเก่าแต่ที่นี่ก็มีลิฟท์ ซึ่งตัวผมตอนนั้นไม่เคยขึ้นลิฟท์ และไม่รู้จักลิฟท์เลย ก็แอบตื่นเต้นไปตามประสาเด็กบ้านนอกครับ ช่วงกลางวันนี่ ขึ้นๆ ลงๆ ลิฟท์เล่นตลอด กดปุ่มไปเรื่อยเลย.. จนตกเย็นวันนั้น ประมาณ 6 โมงเห็นจะได้ เพราะโรงพยาบาลเพิ่งเปิดเพลงชาติ.. ผมก็เดินไปกดลิฟท์เล่นตามปกติ คราวนี้ลิฟท์เปิดมา ผมก็เห็นเด็กผู้หญิงคนนึง รุ่นราวคราวเดียวกับผม ลักษณะเหมือนจะเป็นชาวเขา ผมก็ทักทายไปตามประสา ถามไปถามมา เธอชื่อว่า ‘บุญา’ (อ่านว่า บุ-ยา) ครับ ผมก็ชวนคุย ชวนเล่นกับเธอระหว่างที่ลิฟท์ขึ้นไปชั้นบน จากชั้น 1 ไปชั้น 5 ลิฟท์สมัยก่อนมันจะแบบอืดๆ หน่อยครับ.. พอถึง ผมก็นัดเธอที่หน้าลิฟท์ชั้น 5 สักทุ่มครึ่งจะออกมาเล่นกันอีก.. ผมจำเธอได้แม่น เอกลักษณ์คือจะพูดไทยไม่ชัด ไม่ค่อยยิ้ม ตาสีน้ำตาลดำ ผมสีน้ำตาลแดง (ใครเคยเห็นเด็กชาวเขาจะนึกภาพออก)</p>
<p>พอถึงเวลานัดผมก็มารอเธอ.. สัก 20 นาทีผ่านไปก็ยังไม่มาอีก ผมเลยจะลงไปเดินเล่นข้างล่าง ก็กดลิฟท์รอสักพัก ประตูลิฟท์ก็เปิด ผมเจอบุญาอยู่ในลิฟท์ครับ ก็แอบตกใจเบาๆ ก็บอกไปว่า ‘นึกว่าจะไม่มาแล้ว..’ จนลงมาถึงชั้นล่าง ก็พากันไปเล่นสวนเด็กเล่นข้างๆ ตึก ตรงนั้นมีไฟแค่ดวงเดียวไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่.. เธอนั่งเล่นชิงช้าไป ผมก็สังเกตุว่าเธอไม่ค่อยพูด ถามคำตอบคำ ไม่ยิ้ม.. เลยลองถามไปว่า ‘มาทำอะไรที่โรงพยาบาล ใครป่วยเหรอ?’ เธอตอบผมว่า ‘เปล่า.. แม่เป็นคนงานที่นี่’ ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เล่นกระดานลื่นไป.. จนสัก 3 ทุ่มเห็นจะได้ บรรยากาศเริ่มเงียบ ใจเริ่มสั่น ผมเลยตะโกนเรียกบุญา ว่าจะชวนกลับ.. แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับครับ รู้ตัวอีกที มีผมอยู่คนเดียวที่สนามเด็กเล่น</p>
<p>ผมรีบวิ่งกลับไปรอลิฟท์ชั้น 1 พอลิฟท์เปิดมา ก็เจอบุญาในลิฟท์อีก ผมก็ตกใจ มือนี่เย็นเฉียบเลย แต่ก็คิดว่าเธออาจจะไปเข้าห้องน้ำ คือคิดเองเออเองครับตอนนั้น.. ผมก็บอกไปนะว่า ‘กลับก่อนก็ไม่บอกกัน วันหลังจะไม่ชวนไปเล่นด้วยแล้ว..’ เธอก็มองผมแต่ไม่พูดอะไร ผมเข้าลิฟท์ไปกดชั้น 5 และหันหลังให้เธอ คือในลิฟท์ตอนนั้นเย็นยะเยือกมากครับ เย็นแบบผิดปกติ รู้สึกได้เลย.. พอถึงชั้น 5 ลิฟท์เปิด เลยจะหันไปแลบลิ้นใส่ซะหน่อย พอหันไปเท่านั้นล่ะ ในลิฟท์กลับว่างเปล่า! ทั้งๆ ที่ขึ้นมาลิฟท์มายังไม่ได้หยุดชั้นไหนเลย! ตอนนั้นผมนี่ขนลุกโดยอัตโนมัติเลย กลัวมากๆ</p>
<p>ผมรีบวิ่งไปที่เตียงคุณตาผม พยาบาลกำลังเข้ามาเช็คประวัติคุณตาพอดี ตาถามผมหายไปไหนมาตั้งนาน? ก็เลยบอกคุณตาว่าลงไปเล่นกับเพื่อนมา ตาก็งงถามผมว่า ‘มีเพื่อนที่นี่ด้วยเหรอ?’ ผมตอบว่า ‘เจอที่ตึกนี้แหละ เจอในลิฟท์ ชื่อบุญา’ นางพยาบาลก็ตกใจ และถามผมว่า ‘ใครนะคะน้อง?’ ผมก็บอกว่า ‘เป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ตึกนี้ ชื่อบุญาอะครับ..’ ความเงียบเริ่มเกิดขึ้นทันทีครับ จนพี่พยาบาลบอกเดี๋ยวมานะ.. แล้วสักพักพี่พยาบาลก็พาหัวหน้าพยาบาลอีกคนมาด้วย มาคุยกับผมข้างๆ เตียงคุณตา และถามลักษณะของเด็กผู้หญิงคนนั้น ผมตอบได้อย่างแม่นยำเลยครับ.. พี่หัวหน้าพยาบาลบอกผมว่า ‘น้องใจเย็นๆ นะคะ น้องบุญาเนี่ย เสียชีวิตไปได้ปีกว่าแล้ว ตอนที่เค้าก่อสร้างลิฟท์ เธอมาตามหาแม่ที่เป็นคนงานก่อสร้าง แล้วก็พลาดตกลงไป หลังจากนั้นมา ก็มีคนเคยเจอเธออยู่ในลิฟท์บ่อยๆ..’</p>
<p>บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกคูณสอง ทุกอย่างที่ได้เจอ และได้ฟัง มันตอกย้ำให้ผมมั่นใจ 100% ว่าผมถูกผีหลอก.. ผมคุยกับผี เล่นกับผี ผมนี่ลมแทบจับเลยครับ.. และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมเกลียดและกลัวการขึ้นลิฟท์คนเดียวมากๆ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังกลัวอยู่ดี.. เรื่องนี้ผมจำไม่เคยลืมเลย หน้าเธอไม่เคยหายไปจากความทรงจำผมเลยครับ ‘บุญา’</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณเบลส์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story115/">115 เธอชื่อบุญา</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story115/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
