<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมว - The House</title>
	<atom:link href="https://thehouse.online/tag/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thehouse.online</link>
	<description>เว็บไซต์เพื่อความบันเทิงแนวสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2017 14:48:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/04/cropped-tag-32x32.jpg</url>
	<title>แมว - The House</title>
	<link>https://thehouse.online</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>371 ผู้หญิงกับแมวดำ ตอนที่ 2</title>
		<link>https://thehouse.online/story371/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story371/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2017 14:46:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3278</guid>

					<description><![CDATA[<p>..ต่อจากตอนที่แล้ว พอเข้าห้อง เราก็เกิดความรู้สึกขนลุก ร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอีก คิดในใจ ‘เป็นบ้าอะไรวะกู?’ ตอนนั้นเกิดคิดท้าทายขึ้นมา คือปกติจะใส่สร้อยพระติดคอตลอด แต่ด้วยความอยากพิสูจน์หรืออะไรก็ไม่รู้ เลยถอดสร้อยพระออกวางไว้ที่โต๊ะทำงาน รูมเมททั้ง 2 คนก็หลับสนิทไปแล้วค่ะ หลังจากเราอาบน้ำทำอะไรๆ เสร็จ ก่อนจะสวดมนต์ก่อนนอน รู้สึกว่าใจมันลุกลี้ลุกลน ชาๆ ปลายเท้า เลยไม่ได้สวด ทิ้งตัวนอนไปเลย พยายามจะหลับตานอน แต่ก็มีอะไรบางอย่างไม่รู้มาทำให้สะดุ้งตกใจ เหมือนว่าตัวเราเองกำลังตกใจกลัวถึงขีดสุด จะนอนๆ ก็เป็นขึ้นมาอีก นอนไม่ได้เลย เป็นอยู่อย่างนั้นจนอิดโรย หมดเรี่ยวแรง จะหลับปนเป็นลม แต่ก็พยายามข่มตานอน ถึงจะไม่หลับเพราะรู้สึกตัวอยู่ตลอด.. ทีนี้รู้สึกว่ามีน้ำหยดใส่หน้าผากเรา รู้สึกได้เลยว่าน้ำแน่นอน เลยรีบเอามือไปจับหน้าผาก แต่ก็ไม่มีน้ำอะไรเลยสักนิด? เป็นแบบนั้นอยู่หลายรอบ เหมือนถูกรบกวนตลอด จนประมาณ 6 โมงเช้าถึงได้หลับจริงๆ ค่ะ ตื่นมาอีกที 8 โมง รูมเมทไปเรียนกันหมดเเล้ว เราก็เข้าห้องน้ำกะจะแต่งตัวไปเรียน อาบน้ำเสร็จแต่งตัวเสร็จจะไปทาครีมที่หน้ากระจก ปรากฏว่าเลือดกำเดาไหลค่ะ ไหลไม่หยุดเลย เราก็ตกใจ สุดท้ายชุดเปื้อนเลือดเลยต้องเปลี่ยนใหม่อีก ช่วงนั้นเรารู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story371/">371 ผู้หญิงกับแมวดำ ตอนที่ 2</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p><em>..ต่อจากตอนที่แล้ว</em></p>
<p>พอเข้าห้อง เราก็เกิดความรู้สึกขนลุก ร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอีก คิดในใจ ‘เป็นบ้าอะไรวะกู?’ ตอนนั้นเกิดคิดท้าทายขึ้นมา คือปกติจะใส่สร้อยพระติดคอตลอด แต่ด้วยความอยากพิสูจน์หรืออะไรก็ไม่รู้ เลยถอดสร้อยพระออกวางไว้ที่โต๊ะทำงาน รูมเมททั้ง 2 คนก็หลับสนิทไปแล้วค่ะ หลังจากเราอาบน้ำทำอะไรๆ เสร็จ ก่อนจะสวดมนต์ก่อนนอน รู้สึกว่าใจมันลุกลี้ลุกลน ชาๆ ปลายเท้า เลยไม่ได้สวด ทิ้งตัวนอนไปเลย พยายามจะหลับตานอน แต่ก็มีอะไรบางอย่างไม่รู้มาทำให้สะดุ้งตกใจ เหมือนว่าตัวเราเองกำลังตกใจกลัวถึงขีดสุด จะนอนๆ ก็เป็นขึ้นมาอีก นอนไม่ได้เลย เป็นอยู่อย่างนั้นจนอิดโรย หมดเรี่ยวแรง จะหลับปนเป็นลม แต่ก็พยายามข่มตานอน ถึงจะไม่หลับเพราะรู้สึกตัวอยู่ตลอด.. ทีนี้รู้สึกว่ามีน้ำหยดใส่หน้าผากเรา รู้สึกได้เลยว่าน้ำแน่นอน เลยรีบเอามือไปจับหน้าผาก แต่ก็ไม่มีน้ำอะไรเลยสักนิด? เป็นแบบนั้นอยู่หลายรอบ เหมือนถูกรบกวนตลอด จนประมาณ 6 โมงเช้าถึงได้หลับจริงๆ ค่ะ ตื่นมาอีกที 8 โมง รูมเมทไปเรียนกันหมดเเล้ว เราก็เข้าห้องน้ำกะจะแต่งตัวไปเรียน อาบน้ำเสร็จแต่งตัวเสร็จจะไปทาครีมที่หน้ากระจก ปรากฏว่าเลือดกำเดาไหลค่ะ ไหลไม่หยุดเลย เราก็ตกใจ สุดท้ายชุดเปื้อนเลือดเลยต้องเปลี่ยนใหม่อีก</p>
<p>ช่วงนั้นเรารู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย บางทีรู้สึกอยากทำไม้ทำมือแปลกๆ อยู่ๆ ก็อยากยกมือขึ้นมารำ อยากทำหน้าตาแปลกๆ ได้แต่ตั้งสติถามตัวเองว่า ‘เราเป็นอะไรไป?’ ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังก็สะดุ้งตกใจ หัวใจนี่เต้นเร็วมาก พี่เดย์โทรเข้ามาถามว่าไปเรียนหรือยัง? เราก็บอกว่ายัง เราเลยบอกพี่เขาไปว่า ‘พี่เดย์ หลิงเป็นอะไรไม่รู้ ไม่เป็นตัวเองเลย หลิงเหมือนมี 2 คน..’ พี่เขาก็บอกให้เราลงไปหาข้างล่างตึก พอลงไป พี่เขาก็ถามเราว่าไปเจออะไรมา? เราก็ได้แต่ร้องไห้ พี่เขาถามอีกว่า ‘หลิงได้ไหว้เจ้าที่หรือยัง?’ เราก็ตอบไปว่ายัง แล้วพี่เขาก็ถามต่อว่า ‘หลิงไปลบหลู่ ไปท้าทายอะไรหรือเปล่า?’ เราก็เล่าที่เราเคยปากเสียท้าทายไว้ ว่าให้สิ่งที่เราไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่ามาอยู่กับเราได้.. ทีนี้พี่เดย์เลยเล่าให้เราฟังว่า ‘คนเก่าคนแก่ที่ทำงานอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยนี้เคยเล่าให้พี่ฟังว่า ที่ชั้น 4 ของตึก C เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วคืนที่นักศึกษาคนนั้นเสียชีวิต เขาบอกเพื่อนของเขาว่า เห็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดสีขาวอุ้มแมวดำยืนอยู่ที่หน้าห้อง..’ เรานั่งฟังก็คิดตามไปว่า งั้นสิ่งที่เราเห็นในห้องอาจจะไม่ใช่ตาฝาดไปก้ได้ แล้วพี่เขาก็ยังบอกอีกว่า ‘เขาเล่ากันว่า ถ้าเจอแมวดำที่ไหน แปลว่าผีผู้หญิงชุดขาวก็อาจจะอยู่แถวนั้น..’ พอพี่เขาเล่าจบ เขาก็ถามเราว่า ‘แล้วถอดพระออกทำไม? งั้นหลิงเอาพระของพี่ไปใส่ก่อนนะ เผื่ออะไรจะดีขึ้น..’ แล้วตอนนั้นเอง เราก็ตะโกนใส่หน้าพี่เขาไปว่า ‘ไม่ใส่! อย่ามายุ่ง!’ แล้วพี่เขาก็ทำหน้าตกใจ และถามเราว่า ‘หลิงเป็นอะไร ทำไมเป็นแบบนี้?’ คือตอนนั้นเรารู้สึกได้เลยว่าตัวเราไม่ใช่ตัวเราอีกแล้ว เหมือนมันมีอะไรบางอย่างอยู่ในตัวเราด้วย แล้วเราก็เดินลุกกลับขึ้นห้องไป โดยที่พี่เดย์ก็เรียกเราอยู่อย่างนั้น..</p>
<p>วันนั้นเราไม่ได้ไปเรียนทั้งวัน พอตกดึกเราก็นอนไม่หลับอีก เดี๋ยวอยากเปิดไฟเดี๋ยวอยากปิดไฟ ปลายเท้าเริ่มชา และเจ็บหลังเหมือนมีอะไรมาแทง จนรูมเมทถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไหวไหม ทำไมไม่นอน เราก็ไม่ได้ตอบอะไร.. ปลายเท้าก็ยังคงชาอยู่เเบบนั้น และรู้สึกว่ามือเท้าเย็นมาก.. เราเริ่มไม่ไหวละ เราโทรหาแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด เล่าทุกอย่างตั้งแต่แรกให้แม่ฟัง และบอกแม่ว่าหนูไม่ไหวเเล้ว แม่ก็ทั้งร้องไห้ทั้งปลอบใจ บอกว่าใจเย็นๆ นะ แม่กำลังไปหา.. คืนนั้นเรานอนลืมตาทั้งคืน และอาการชาปลายเท้าก็เริ่มลามขึ้นมาที่ขาเรื่อยๆ น้ำตาก็ไหล ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เราอยู่ในสภาพแบบนั้นยันเช้า ลืมตาอยู่อย่างนั้น เห็นรูมเมททั้ง 2 คนแต่งตัวกำลังจะออกไปเรียน พอทุกคนออกไปหมด เราก็เริ่มชาขึ้นมาอีกจนถึงเอว นาทีนั้นคือเราเดินไม่ได้แล้ว เลยโทรหาแม่ แม่ก็เห็นว่าท่าไม่ดี เลยโทรไปหาญาติห่างๆ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ปี 4 มหาวิทยาลัยเดียวกันแต่อยู่หอนอก ให้ช่วยเข้ามาดูเราให้ก่อน.. เรานอนตัวตรงน้ำตาไหล วูบๆ เหมือนสติจะหลุดให้ได้ ที่มือก็เริ่มจะชาเพิ่มขึ้นมาละ กลิ้งได้แค่ลูกตามองเพดานไปมา ในใจก็คิดว่าเราจะต้องตายแน่ๆ จะไม่ได้เห็นหน้าแม่ครั้งสุดท้าย เรารอแม่ไม่ไหวเเล้ว..</p>
<p>ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ เสียงเคาะห้องก็ดังขึ้น บวกกับเสียงใครๆ หลายคนตะโกนเรียกเรา ทั้งเคาะ ทั้งเรียก เราพูดได้แค่เบาๆ ว่า ‘ไปไม่ได้..ไม่ไหวเเล้ว’ แล้วเสียงถีบประตูดังอยู่ประมาณ 5-6 ที ประตูก็เปิดออก เราเห็นหน้าพี่ที่เป็นญาติ เขาวิ่งมากอดเราที่เตียง คนที่มาด้วยทั้งหญิงทั้งชาย ทั้งเจ้าหน้าที่หอพัก ต่างตะลึงในสภาพของเรา เขาถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้? ทุกคนจับขาเราที่เลือดไม่วิ่งเลย เย็นหมดแล้ว พี่ๆ พากันนวดที่ขา ส่วนพี่อีกคนโทรเรียกรถพยาบาล พี่ที่เป็นญาติเราบอกว่า ‘แม่กำลังมานะ อย่าเพิ่งเป็นอะไร..’ สักพักรถพยาบาลก็มาถึง แล้วเราก็ถูกหามลงมาจากบนห้องทันที</p>
<p>พอไปถึงโรงพยาบาล เรารอแม่มาหา น้ำตาก็ไหล พี่จับแขนเราไว้บอกให้ทำใจดีๆ ไม่มีอะไรแล้ว หมอฉีดยานอนหลับให้เพราะหาสาเหตุไม่เจอ (เราแทบไม่ได้นอนมา 2 คืน) แต่เราก็ไม่หลับเหมือนเดิมไม่รู้เพราะอะไร พอแม่มาถึงแม่ก็ร้องไห้แล้วมากอดเรา พร้อมกับถอดพระของแม่มาสวมให้เรา ปรากฏว่าอาการชานั้นก็หาย หายไปหมดเหมือนคนแกล้งเลยล่ะค่ะ.. แล้วหลังจากที่เราออกจากโรงพยาบาล พี่ก็มาเล่าให้เราฟังว่าตอนที่เข้าไปเจอเราในห้อง สภาพเราเหมือนศพเลย ขานี่ซีดจนม่วงไปหมดทั้ง 2 ข้าง และที่เราต้องตกใจอีกก็คือ พี่บอกว่าตอนที่พี่มาถึงพี่เห็นแมวดำตัวหนึ่งอยู่ที่หน้าห้องเราด้วย กำลังข่วนประตูห้องเราอยู่ ตอนนั้นทุกคนต่างพากันเชื่อว่าเราอาจจะเป็นเหมือนนักศึกษาที่ตายคนนั้นก็เป็นได้..</p>
<p>หลังจากที่เราผ่านเรื่องนั้นมาได้ แม่เราก็พาไปทำบุญกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลไปให้เขา ทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่หอ และรุ่นพี่ก็แนะนำว่าเราไม่ควรกลับไปอยู่ที่หอนั้นอีก เขาอนุญาตให้เราออกไปอยู่หอนอกได้ พวกเขารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเราแต่พวกเขาไม่พูด แต่เราก็ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยนั้นไปเลยค่ะ.. เรามาคิดดูอีกทีว่าเหตุการณ์นั้นมันอาจจะเกิดขึ้นเพราะเราท้าเขาให้ ‘มาอยู่ด้วยกัน’ และเขาก็มาอยู่จริงๆ เพียงแต่ไม่ได้มาอยู่ในห้องกับเรา แต่กลับมาอยู่ในร่างของเราแทนค่ะ..</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณหลิง</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story371/">371 ผู้หญิงกับแมวดำ ตอนที่ 2</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story371/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>370 ผู้หญิงกับแมวดำ ตอนที่ 1</title>
		<link>https://thehouse.online/story370/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story370/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2017 14:44:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3275</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณหลิงครับ เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาเเล้ว คุณหลิงเล่าว่า.. เราเป็นนักศึกษาน้องใหม่ปีหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ ช่วงนั้นทุกๆ วันหลังจากที่เรียนเสร็จ 4 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม นักศึกษาใหม่ทุกคนจะต้องซ้อมเชียร์ ห้ามหนี ห้ามขาด ห้ามเเอบไปอู้อยู่บนห้อง เพราะจะมีพี่ว๊ากขึ้นไปตรวจดูบนห้องตลอด ปกติเราก็เข้ากิจกรรมทุกวันนะคะ แต่มันมีอยู่วันหนึ่งคือขี้เกียจมากๆ เลยชวนเพื่อนคนหนึ่งโดดซ้อม เพื่อนคนนี้มันก็เห็นดีเห็นงามด้วยค่ะ แต่เรา 2 คนพักอยู่คนละตึกกัน เราอยู่ตึก C ส่วนเพื่อนเราอยู่ตึก B แต่ละตึกจะมีปีกซ้ายปีกขวามี 4 ชั้น ห้องจะหันเข้าหน้าหากัน และมีทางเดินตรงกลาง คือเราไม่ได้ชวนมันหนีไปไหน แค่จะแอบอยู่ในห้องเฉยๆ ห้องใครห้องมัน เราก็แยกย้ายกันขึ้นห้องไปในช่วงชุลมุน โดยแอบเข้าห้องน้ำนานๆ ห้องเราจะมีรูมเมทอยู่ด้วยอีก 2 คนรวมเราเป็น 3 แต่ก็ไม่สนิทกันเท่าไร เพราะอยู่คนละคณะกัน พวกนางก็คงไม่ทันสังเกตว่าเราแอบอยู่ พอถึงเวลาเรียกรวม พวกนางก็รีบวิ่งไปตามเสียงนกหวีดเรียกของพี่ว๊าก ทุกคนก็ร่วมกิจกรรมกันอยู่ข้างล่างตึกนั่นล่ะ เราได้ยินเสียงพี่ว๊ากพูดทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้สนใจ นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยจนเผลอหลับไป.. ตื่นมาอีกทีก็เย็นแล้ว ห้องมืดมากๆ เพราไม่ได้เปิดไฟ และก็ดันลืมตัวว่าหนีกิจกรรมอยู่ เลยเผลอไปเปิดไฟเข้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story370/">370 ผู้หญิงกับแมวดำ ตอนที่ 1</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณหลิงครับ เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาเเล้ว คุณหลิงเล่าว่า.. เราเป็นนักศึกษาน้องใหม่ปีหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ ช่วงนั้นทุกๆ วันหลังจากที่เรียนเสร็จ 4 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม นักศึกษาใหม่ทุกคนจะต้องซ้อมเชียร์ ห้ามหนี ห้ามขาด ห้ามเเอบไปอู้อยู่บนห้อง เพราะจะมีพี่ว๊ากขึ้นไปตรวจดูบนห้องตลอด ปกติเราก็เข้ากิจกรรมทุกวันนะคะ แต่มันมีอยู่วันหนึ่งคือขี้เกียจมากๆ เลยชวนเพื่อนคนหนึ่งโดดซ้อม เพื่อนคนนี้มันก็เห็นดีเห็นงามด้วยค่ะ แต่เรา 2 คนพักอยู่คนละตึกกัน เราอยู่ตึก C ส่วนเพื่อนเราอยู่ตึก B แต่ละตึกจะมีปีกซ้ายปีกขวามี 4 ชั้น ห้องจะหันเข้าหน้าหากัน และมีทางเดินตรงกลาง คือเราไม่ได้ชวนมันหนีไปไหน แค่จะแอบอยู่ในห้องเฉยๆ ห้องใครห้องมัน เราก็แยกย้ายกันขึ้นห้องไปในช่วงชุลมุน โดยแอบเข้าห้องน้ำนานๆ ห้องเราจะมีรูมเมทอยู่ด้วยอีก 2 คนรวมเราเป็น 3 แต่ก็ไม่สนิทกันเท่าไร เพราะอยู่คนละคณะกัน พวกนางก็คงไม่ทันสังเกตว่าเราแอบอยู่ พอถึงเวลาเรียกรวม พวกนางก็รีบวิ่งไปตามเสียงนกหวีดเรียกของพี่ว๊าก</p>
<p>ทุกคนก็ร่วมกิจกรรมกันอยู่ข้างล่างตึกนั่นล่ะ เราได้ยินเสียงพี่ว๊ากพูดทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้สนใจ นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยจนเผลอหลับไป.. ตื่นมาอีกทีก็เย็นแล้ว ห้องมืดมากๆ เพราไม่ได้เปิดไฟ และก็ดันลืมตัวว่าหนีกิจกรรมอยู่ เลยเผลอไปเปิดไฟเข้า ‘พรึ่บ’ ไฟสว่างทั้งห้อง เท่านั้นล่ะ! เสียงพี่ว๊ากตะโกนขึ้นมาเลย ‘เฮ้ยๆๆ ใครอยู่บนตึกไม่ร่วมกิจกรรมวะ!’ เรานี่รีบปิดไฟเลย พัดลมก็ปิดหมด ตกใจมากๆ สักพักเสียงรองเท้าส้นสูงเดินมาเรื่อยๆ ละ ไล่เคาะทีละห้องค่ะ เคาะทุกห้อง คือมองจากนอกตึกพี่เขาคงจะพิกัดไม่ได้ว่าห้องไหนเป็นห้องไหน พี่แกเลยถามทุกห้องว่า ‘ใครอยู่ในห้อง? ออกมาเดี๋ยวนี้’ โอ้โห ทีนี้ได้ไปหลายคนเลยค่ะ ไม่ได้มีแค่เรากับเพื่อนที่หนี แต่มีเยอะเลยค่ะ ที่พากันกลัวเลยเปิดประตูยอมลงไป เราได้ยินเสียงด่าโวยวายกันอยู่ข้างนอก สักพักพอทุกอย่างสงบแล้ว เราก็แน่ใจละว่าตึก C น่าจะเหลือแค่เราคนเดียว เพราะที่เหลือโดนพี่ว๊ากเอาไปลงโทษหมดแล้ว.. เราอยู่ในห้องมืดๆ ยังงั้นไปสักพัก พอประมาณ 2 ทุ่มเกือบจะ 3 ทุ่ม เราก็ได้ยินเสียงคนใส่รองเท้าส้นสูงเดินลากรองเท้ามา เดี๋ยวเดินเดี๋ยวหยุด คิดในใจว่าสงสัยจะเป็นพี่ว๊ากอีกนั่นล่ะ เข้มงวดจริงๆ แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเราก็จะไม่ออกไป ระหว่างนั้นก็ได้ยินทั้งเสียงเขาทำกิจกรรมกันอยู่ข้างล่าง บวกกับเสียงเดินๆ หยุดๆ บริเวณหน้าห้อง.. ทีนี้เราได้ยินพี่ว๊ากตะโกนพูดว่า ‘น้องๆ คะ วันนี้พวกพี่ทุกคนจะพาไปไหว้เจ้าที่ในหอนี้อย่างเป็นทางการ บางคนอาจจะได้ไปไหว้เเล้ว แต่บางคนอาจจะยัง เพราะไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ขอบอกว่าต้องไหว้ทุกคนนะคะ เพราะที่นี่ต้องอยู่แบบนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์..’ อะไรประมาณนี้ค่ะ แล้วพี่ว๊ากก็พูดต่อว่า ‘น้องๆ มี 11 สี บวกกับพี่ว๊าก 11 คน ครบแล้วนะคะ..’ ไอ้เราก็ อ้าว!? พี่ว๊ากกับสีครบแล้ว ..แล้วใครล่ะเดินอยู่หน้าห้อง?</p>
<p>ทีนี้เสียงไม่ใช่แค่เดินๆ หยุดๆ อย่างเดียวแล้วค่ะ เหมือนเขาทำอะไรบางอย่างตรงประตูห้องเรา ไม่ได้เคาะ แต่เหมือนเล่นประตู ข่วนๆ เบาๆ ที่บานประตูอยู่ ที่รู้สึกได้ชัดเจนเพราะประตูเป็นเหมือนประตูเหล็กค่ะ เราคิดในใจว่า ถ้าเป็นพี่ว๊ากจริง ทำไมไม่เคาะล่ะ? จะมาเล่นอะไรแบบนี้ เราเลยรีบไลน์หาเพื่อนที่อยู่อีกตึกนึง เล่าให้มันฟัง มันก็บอกว่าไม่ใช่พี่ว๊ากแน่ๆ เพราะห้องมันแอบมองจากระเบียงหลังห้องได้ ซึ่งก็เห็นพี่ว๊ากทุกคนกำลังพาน้องๆ ไปไหว้เจ้าที่อยู่.. เท่านั้นล่ะ เรานี่กลัวเลยค่ะ ในใจก็สงสัยว่า หรือจะเป็นเจ้าที่มาตามให้ไปไหว้? เรารีบนอนคลุมผ้าห่ม หูก็ยังได้ยินเสียงที่ประตูอยู่ตลอดเวลา เหงื่อเรานี่ไหลเหมือนไปเล่นน้ำมาเลยค่ะ เรารอจนเพื่อนๆ เลิกกิจกรรมกลับขึ้นตึก เสียงนั้นถึงได้หายไป.. พอเมทกลับห้องมา เราถามว่า ‘ตอนแกเดินมา มีใครอยู่หน้าห้องหรือเปล่า?’ ทั้งคู่ก็บอกว่า ‘ไม่มีนี่’ เราก็แบบ อืมมม.. สรุปคืนนั้นนี่นอนระแวงทั้งคืน ทีนี้เราไม่กล้าโดดกิจกรรมอีกเลยค่ะ</p>
<p>วันต่อมาเราไม่มีเรียนบ่าย เป็นบ่ายวันศุกร์ ก็อยู่ในห้องคนเดียว แล้วอยู่ๆ เราก็ขนลุกซู่ขึ้นมาเฉยๆ ตั้งเเต่หัวจรดเท้าเลย แต่ก็คือยังไม่ทันได้คิดอะไร ก็ถ่ายรูปตัวเองเล่นในห้อง แต่มันมีความรู้สึกแปลกๆ แบบว่าเหมือนเราไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง เวลาทำอะไรก็จะเห็นอะไรแวบๆ ที่หางตา ก้มเก็บของก็เห็นเหมือนมีอะไรอยู่ข้างๆ แต่ทุกครั้งหันไปมองก็ไม่มีอะไร ทีนี้ก้มล้างหน้า ความรู้สึกนั้นก็ยังเกิดขึ้นอยู่ มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ว่าคล้ายคนใส่ชุดสีขาวเป็นผู้หญิง และด้วยความเป็นคนปากเสียโดยอัตโนมัติ คือตอนนั้นโมโหค่ะ เลยพูดไปว่า ‘มันอะไรกันวะ? จะใครก็ช่าง จะมารบกวนทำไม จะมาทำให้กลัวทำไม อยากมาอยู่ด้วยนักเหรอ? มาอยู่สิ ตามสบาย!’ ปากนี่พูดไปก่อนความคิดเลย พอจบคำพูดปุ๊บ หนังสือพระที่อยู่บนหัวเตียงหล่นตุบเลย! นับจากวินาทีนั้นเราก็มีความรู้สึกแปลกๆ ร้อนๆ หนาวๆ มาโดยตลอด..</p>
<p>เย็นนั้น พอถึงเวลาร่วมกิจกรรมเราก็ไปเข้าตามปกติ พอกลับขึ้นห้องมา อาการร้อนๆ หนาวๆ ก็เป็นขึ้นมาอีก ช่วง 3 ทุ่มกว่าๆ พี่เดย์ (นามสมมุติ) รุ่นพี่ปี 3 คนหนึ่งที่ตามจีบเราอยู่ ก็โทรชวนเราไปหาอะไรกิน คือเราหิวด้วยแหละเลยตกลงไป.. พี่เขาขี่รถมารับเราไปตลาดห่างจากหอพักนักศึกษาประมาณ 7-8 กิโล ระหว่างทางเป็นทางเปลี่ยวไม่มีบ้านคน มีแต่ป่ารกทึบ มีคลองน้ำยาวๆ ไปจนสุดป่า ด้วยความตาดี เราก็เห็นแมวดำตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถกระโดดเข้าไปในป่า แต่เราก็ไม่ได้อะไร.. พอถึงร้านอาหาร ระหว่างนั่งรออาหาร เราก็ถามพี่เดย์ว่า ‘เมื่อกี้เห็นแมวดำวิ่งตัดหน้าหรือเปล่า?’ พี่เขาก็บอกว่า ‘เห็นสิ..’ แล้วพี่เดย์เขาก็ถามกลับมาด้วยคำถามแปลกๆ ว่า ‘หลิงเห็นแมว แล้วไม่เห็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาวเหรอ?’ พอได้ยินแค่นั้นล่ะ เราก็รีบถามเลยว่า ‘ผู้หญิงชุดขาวอะไร เขาเป็นใครกันเหรอ?’ พี่แกรีบเปลี่ยนเรื่องเลย เราก็เซ้าซี้ถาม พี่เขาเลยบอกว่า ‘เอาไว้พรุ่งนี้เช้าพี่จะเล่าให้ฟัง..’ พอเรากินข้าวกันเสร็จ พี่เดย์ก็เปลี่ยนทางกลับไปถนนเส้นในมหาวิทยาลัยแทน พี่เขาพูดดักไว้ว่า ‘อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้..’ เราก็เชื่อฟัง พอกลับถึงหน้าหอพักก็บอกฝันดงฝันดีแยกย้ายกันไป</p>
<p><em>โปรดติดตามตอนต่อไป..</em></p>
<p><b>Story by </b>คุณหลิง</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story370/">370 ผู้หญิงกับแมวดำ ตอนที่ 1</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story370/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>048 อาแปะกับแมวดำ</title>
		<link>https://thehouse.online/story048/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story048/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2016 14:11:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=369</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งมาจากน้องจีเกรส โดยน้องจีเกรสเขียนมาว่า.. สวัสดีค่ะ เรามีประสบการณ์ ที่เกิดกับตัวเอง สมัยเรายังอายุแค่ 4-5 ขวบ ซึ่งมาตอนนี้ เราก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่แม่ของเรา เป็นคนเล่าให้เราฟังอีกที แม่บอกว่า ตอนนั้น เราย้ายมาอยู่คอนโด แถวย่านบางกะปิ ห้องอยู่ชั้น 5 อาศัยอยู่กับป้า แล้วก็แม่ค่ะ.. เราชอบทักว่าเห็นแมวดำหลายๆ ตัว แถวบริเวณคอนโด ทั้งๆ ที่คอนโดก็ไม่ได้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ทีแรกแม่เราก็นึกว่า เราไปเล่นกับแมวที่อื่นมา แล้วเพ้อ.. แต่พักหลังๆ แม่เห็นว่าเราทักบ่อยเกินไป จนแม่ชักใจไม่ดี เลยถามเราว่า ‘แมวดำที่เห็นมีกี่ตัว แล้วเป็นยังไง?’ เราตอบแม่ไปว่า ‘หลายตัวเลย ประมาณ 5-6 ตัว แต่ละตัวมีเลือดออกด้วย น่าสงสารมากๆ เลย’ แม่ตกใจมาก จนวันรุ่งขึ้นพาเราไปวัด ทำบุญ ปล่อยปลา อโหสิกรรม ให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกอย่าง แต่พอกลับมาที่คอนโด เราก็ยังทักอีกว่ามีแมวดำ.. และหนักว่านั้นคือ เราบอกแม่ว่า แมวดำพวกนี้ ตามขึ้นมาเล่นกับเราที่ห้องอีกด้วย.. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story048/">048 อาแปะกับแมวดำ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งมาจากน้องจีเกรส โดยน้องจีเกรสเขียนมาว่า.. สวัสดีค่ะ เรามีประสบการณ์ ที่เกิดกับตัวเอง สมัยเรายังอายุแค่ 4-5 ขวบ ซึ่งมาตอนนี้ เราก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่แม่ของเรา เป็นคนเล่าให้เราฟังอีกที แม่บอกว่า ตอนนั้น เราย้ายมาอยู่คอนโด แถวย่านบางกะปิ ห้องอยู่ชั้น 5 อาศัยอยู่กับป้า แล้วก็แม่ค่ะ.. เราชอบทักว่าเห็นแมวดำหลายๆ ตัว แถวบริเวณคอนโด ทั้งๆ ที่คอนโดก็ไม่ได้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ทีแรกแม่เราก็นึกว่า เราไปเล่นกับแมวที่อื่นมา แล้วเพ้อ..</p>
<p>แต่พักหลังๆ แม่เห็นว่าเราทักบ่อยเกินไป จนแม่ชักใจไม่ดี เลยถามเราว่า ‘แมวดำที่เห็นมีกี่ตัว แล้วเป็นยังไง?’ เราตอบแม่ไปว่า ‘หลายตัวเลย ประมาณ 5-6 ตัว แต่ละตัวมีเลือดออกด้วย น่าสงสารมากๆ เลย’ แม่ตกใจมาก จนวันรุ่งขึ้นพาเราไปวัด ทำบุญ ปล่อยปลา อโหสิกรรม ให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกอย่าง แต่พอกลับมาที่คอนโด เราก็ยังทักอีกว่ามีแมวดำ.. และหนักว่านั้นคือ เราบอกแม่ว่า แมวดำพวกนี้ ตามขึ้นมาเล่นกับเราที่ห้องอีกด้วย.. ตอนนั้น แม่รีบมาพาเราเข้าห้องนอน สวดมนต์ แล้วให้นอนเลยค่ะ..</p>
<p>และคืนนั้น.. อยู่ๆ เราก็ลุกขึ้นมาเล่นคนเดียว ที่ห้องรับแขก เราร้องเสียงเหมียวๆ เหมือนเรียกแมวด้วย.. แม่เราได้ยินเข้า ก็เลยออกมาดู แม่ถามว่าเราเล่นอะไร? เราตอบว่า ‘เล่นกับแมว แมวของอาแปะคนนี้ไง อาแปะพาแมว มาให้เล่นเต็มเลย’ แม่ตกใจมาก ตอนนั้นป้าก็ตื่นมาอีกคน ป้าเลยถามว่า อาแปะคนไหน? เราตอบว่า ‘อาแปะเขาตัวเปียกด้วย ยืนอยู่ตรงประตู เขาพาแมวมาเล่นกับหนูทุกวันเลย..’ แม่ กับป้าตกใจมาก เพราะไม่มีใครเห็น ทั้งแมว และอาแปะ.. แม่รีบดึงเรามากอด แล้วสวดมนต์ใหญ่เลยค่ะ ช่วงนั้น แม่พาไปทำบุญอยู่เรื่อยๆ ค่ะ แม่เรากลัวมากๆ</p>
<p>แต่เหตุการณ์ ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยค่ะ.. มีคืนนึงเราตื่นขึ้นมาแหกปากร้องไห้ แม่ กับป้า ก็ตื่นมาถามเราว่าเราเป็นอะไร? เราบอกว่า เห็นแมวดำหลายตัว เลือดไหลท่วม ตาแดง น่ากลัวมากๆ อยู่ในห้อง แล้วเราก็แหกปากร้องไห้ตลอดเลย แม่ต้องลูบหน้า ลูบหลัง บอกขวัญเอ้ย ขวัญมาตลอด ป้าก็สวดมนต์ค่ะ แล้วเราก็พูดขึ้นมาอีกค่ะ คราวนี้แม่ถึงกับร้องไห้เลย เราบอกแม่ว่า ‘อาแปะ จะชวนเราไปอยู่ด้วย!’ คืนนั้นนอนไม่หลับกันทั้งแม่ ทั้งป้า มีเราหลับอยู่คนเดียว.. ร้องไห้เหนือยจนหลับไปเลย</p>
<p>วันต่อมา แม่ ป้า กับเรา ก็ลงไปที่สำนักงานของคอนโด ก็เลยได้มารู้ประวัติว่า เมื่อปีก่อน อาแปะคนนั้น แกเคยอยู่ที่นี่ อยู่คนเดียว สงสัยลูกจะทิ้ง เพราะเห็นลูกหลานไม่เคยมาเยี่ยมเลย แกก็คงจะคิดถึงหลาน เพราะเห็นชอบไปเล่นกับเด็กๆ แกคงเหงา เลยแอบเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน.. จนวันนึง มีคนวางยาแมวแกตายหมด แล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะหลังคอนโด หลังจากนั้น ก็ไม่เห็นอาแปะอีกเลย จนสุดท้ายมีคนพบว่า แกจมน้ำตาย อยู่ที่คลองด้านหลังตึก ซึ่งไม่ทราบว่าแกฆ่าตัวตายหรืออะไร..</p>
<p>หลังจากนั้น แม่พาไปทำบุญกรวดน้ำ ให้อาแปะคนนั้น ให้ไปสู่สคติค่ะ และขอด้วย ว่าอย่าเอาเราไปเลย.. แล้วแม่ กับป้า ก็พาเราย้าย ไปหาที่อยู่ใหม่เลยค่ะ.. ตอนที่แม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เรากลัวมากค่ะ จำแทบไม่ได้ว่าตอนเด็กๆ เคยเจอเรื่องเเบบนี้..</p>
<p><strong>Story by</strong> น้องจีเกรส</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story048/">048 อาแปะกับแมวดำ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story048/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
