<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงแรม - The House</title>
	<atom:link href="https://thehouse.online/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thehouse.online</link>
	<description>เว็บไซต์เพื่อความบันเทิงแนวสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Apr 2023 07:05:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/04/cropped-tag-32x32.jpg</url>
	<title>โรงแรม - The House</title>
	<link>https://thehouse.online</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>730 เงาหุ่นในห้องพัก</title>
		<link>https://thehouse.online/story730/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story730/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Apr 2023 13:40:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นิก คุณาธิป]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=6211</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากกองถ่ายภาพยนตร์ไทยสยองขวัญเรื่อง หุ่นพยนต์ ครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับคุณ นิก คุณาธิป ในเรื่อง นิก ต้องเล่นเป็นคนปั้นหุ่น เป็นหลานของหลวงตาที่อยู่ในหมู่บ้านดอนสิงธรรม ซึ่งเป็นคนสืบทอดการปั้นหุ่นคนตาย และต้องสวดคาถาซึ่งเป็นคาถาบทย่อ แต่บทย่อนี้ก็คือสมบูรณ์แบบในตัวของมันเองแล้ว และในการเข้าฉากวันนั้นเป็นซีนที่จะต้องสวดปลุกหุ่นพยนต์ ซึ่งจะต้องสวมหุ่นพยนต์ที่เป็นเครื่องรางของขลัง โดยสายที่สวมใส่นั้นเป็นสายพรายที่ทำมาจากชิ้นส่วน หรือศพของคนตาย และต้องสวดคาถากำกับวิญญาณด้วย  นิก เล่าว่า “ต้องบอกก่อนว่าไอ้สร้อยที่ผมใส่ในหนัง ที่เป็นหุ่นพยนต์ที่เราห้อยเล่นทุกซีนเนี่ย คือเป็นสร้อยจริงๆ มันจะมีคาถาของมันอยู่ ‘โอม..ปลุกๆ มหาปลุก..’ แต่ขออนุญาติไม่พูดให้มันจบประโยคเพราะว่า เดี๋ยวจะเกิดเรื่อง” (บทสวดโองการมหาปลุก เป็นบทสวดปลุกเทพเทวดาฟ้าดินภูตผีวิญญาณ ปลุกเครื่องรางของขลัง และเป็นคาถาจริงในการปลุกหุ่นพยนต์)  หลังจากถ่ายเทคแรกที่นิกสวดแล้ว ก็มีเอฟเฟ็กต์กับคนในกองนิดนึง ถ่ายไปสักพักนิกเริ่มมีอาการเครียด ทำให้ พี่ไมค์ (ผู้กำกับ) เห็น ก็รับรู้อาการว่าเริ่มมีสีหน้าไม่ดี นิกขอให้พี่ไมค์เปลี่ยนคาถาได้ไหม? เพราะรู้สึกไม่ดี พี่ไมค์ก็ตอบว่าไม่ได้ มันต้องเป็นคาถานี้ตามบท แต่พี่ไมค์ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “วันนั้นผมท่องอยู่นานมาก คือท่องออกเสียงเลยนะ และก็เหมือนตอนเข้าซีนเนี่ยก็เจ็บตัวบ่อยๆ ด้วย” ถ่ายไปหลายเทคเสร็จ ก็กลับไปถึงโรงแรม ด้วยความที่พี่ไมค์อยู่คนละโรงแรมกับนิก ประมาณตี 2 พี่ไมค์นอนอยู่กับทีมอาร์ต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story730/">730 เงาหุ่นในห้องพัก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากกองถ่ายภาพยนตร์ไทยสยองขวัญเรื่อง <strong>หุ่นพยนต์</strong> ครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับคุณ<strong> นิก คุณาธิป</strong> ในเรื่อง นิก ต้องเล่นเป็นคนปั้นหุ่น เป็นหลานของหลวงตาที่อยู่ในหมู่บ้านดอนสิงธรรม ซึ่งเป็นคนสืบทอดการปั้นหุ่นคนตาย และต้องสวดคาถาซึ่งเป็นคาถาบทย่อ แต่บทย่อนี้ก็คือสมบูรณ์แบบในตัวของมันเองแล้ว และในการเข้าฉากวันนั้นเป็นซีนที่จะต้องสวดปลุกหุ่นพยนต์ ซึ่งจะต้องสวมหุ่นพยนต์ที่เป็นเครื่องรางของขลัง โดยสายที่สวมใส่นั้นเป็นสายพรายที่ทำมาจากชิ้นส่วน หรือศพของคนตาย และต้องสวดคาถากำกับวิญญาณด้วย </p>



<p>นิก เล่าว่า “ต้องบอกก่อนว่าไอ้สร้อยที่ผมใส่ในหนัง ที่เป็นหุ่นพยนต์ที่เราห้อยเล่นทุกซีนเนี่ย คือเป็นสร้อยจริงๆ มันจะมีคาถาของมันอยู่ ‘โอม..ปลุกๆ มหาปลุก..’ แต่ขออนุญาติไม่พูดให้มันจบประโยคเพราะว่า เดี๋ยวจะเกิดเรื่อง” <em>(บทสวดโองการมหาปลุก เป็นบทสวดปลุกเทพเทวดาฟ้าดินภูตผีวิญญาณ ปลุกเครื่องรางของขลัง และเป็นคาถาจริงในการปลุกหุ่นพยนต์) </em></p>



<p>หลังจากถ่ายเทคแรกที่นิกสวดแล้ว ก็มีเอฟเฟ็กต์กับคนในกองนิดนึง ถ่ายไปสักพักนิกเริ่มมีอาการเครียด ทำให้ พี่ไมค์ (ผู้กำกับ) เห็น ก็รับรู้อาการว่าเริ่มมีสีหน้าไม่ดี นิกขอให้พี่ไมค์เปลี่ยนคาถาได้ไหม? เพราะรู้สึกไม่ดี พี่ไมค์ก็ตอบว่าไม่ได้ มันต้องเป็นคาถานี้ตามบท แต่พี่ไมค์ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “วันนั้นผมท่องอยู่นานมาก คือท่องออกเสียงเลยนะ และก็เหมือนตอนเข้าซีนเนี่ยก็เจ็บตัวบ่อยๆ ด้วย”<br>
<br>
ถ่ายไปหลายเทคเสร็จ ก็กลับไปถึงโรงแรม ด้วยความที่พี่ไมค์อยู่คนละโรงแรมกับนิก ประมาณตี 2 พี่ไมค์นอนอยู่กับทีมอาร์ต นิกก็ขับรถเข้ามาแบบเร่งรีบ เข้ามาบอกว่า “ไม่อยู่แล้ว ไม่อยู่แล้ว อยู่ไม่ได้แล้ว” ตอนแรกนิกโทรมาหาโปรดิวเซอร์ก่อน ว่าขอย้ายโรงแรมเพราะอยู่ไม่ได้แล้ว มีคนมาตามเขาที่โรงแรม ที่ห้องนั้นนิกนอนอยู่กับแฟนของเค้า แต่รู้สึกแปลกๆ แฟนก็แบบหน้าเสียแล้ว สักพักเหมือนมีความรู้สึกแบบว่าห้องนี้มีมันมีอะไรไม่ดีอยู่ มองไปมองมาก็เห็นบางอย่างเป็นเงาหุ่นรูปร่างคนสะท้อนอยู่ในทีวี เกาะอยู่บนเพดานด้านหลัง! ซึ่งนิกไม่ได้เห็นแค่คนเดียว แฟนก็เห็นแบบเดียวกัน เลยคิดว่าไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ เพราะว่าเห็นเหมือนกัน ทั้งคู่เลยไปเคาะห้องเจมส์ ภูริพรรธน์ (นักแสดง) ที่อยู่ห้องข้างๆ บอกว่า เห็นบางอย่างไม่ดีแล้ว ผมไม่อยู่แล้ว แล้วก็หอบเสื้อผ้าออกจากห้องนั้นไปเลย..&nbsp;</p>



<p>หลังจากนั้นพี่ไมค์ก็ไปถามทีมอาร์ตว่าเกิดอะไรขึ้น? ทำไมนิกถึงเจอเรื่องแบบนี้ ทีมอาร์ตบอกเค้าน่าจะเจอนะ เพราะว่าหุ่นพยนต์ที่พี่ไมค์ให้มันใส่เป็นของจริง แต่หุ่นพยนต์อันนี้ไม่ได้ผ่านการปลุกเสกจึงเอาเข้ามาสวมใส่ประกอบฉาก แต่ว่าเราเช่ามาจริงๆ อย่างน้อยคนที่เขาดูหนังแล้ว หรือเขาบูชาอยู่ จะได้รู้ว่ามันจริงนะ มันต้องสมจริง.. แต่ในขณะที่สวมของจริงแล้วไปสวดคาถาจริง จึงเหมือนเป็นการไปปลุกเขา แล้วการเล่นหลายๆ เทค ทำให้ต้องปลุกเขามาหลายรอบ นิกเลยอยากจะเปลี่ยนบทสวดเพราะว่ารู้สึกไม่ค่อยดี รู้สึกประหลาดเหมือนมีอะไรบางอย่าง ไม่เป็นตัวของตัวเอง และเหมือนมีคนมาตาม แต่ตอนถ่ายนั้นพี่ไมค์นึกว่านิกรู้สึกเครียด แล้วก็กดดันบางอย่าง ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้</p>



<p>วันรุ่งขึ้น นิกกับแฟนก็เลยไปทำบุญทั้งคู่ พอถามนิกว่าอยากได้มาบูชาไหมเพราะไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน ตอนแรกก็บอกไม่เอานะ คงเพราะกลัว จนมาออกรายการอยู่สักพัก นิกกลับรู้สึกว่าอยากได้หุ่นพยนต์เอามาบูชา เลยมาขอกับพี่ไมค์ กับทีมอาร์ตว่าอยากได้มาบูชาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงเกิดอยากได้ขึ้นมา..</p>



<p><strong>Story by</strong> กองถ่ายภาพยนตร์ไทยสยองขวัญเรื่อง ‘หุ่นพยนต์’</p>



<figure class="wp-block-embed-youtube wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เงาหุ่นในห้องพัก | ไมค์ ภณธฤต - HIGHLIGHT อังคารคลุมโปงX 14 มี.ค. 66" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/dRpljNnjZPA?feature=oembed&#038;enablejsapi=1" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure><p>The post <a href="https://thehouse.online/story730/">730 เงาหุ่นในห้องพัก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story730/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>723 ขอส่วนบุญ</title>
		<link>https://thehouse.online/story723/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story723/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Dec 2020 13:15:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ถนน]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเปลี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5904</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณหมิวครับ คุณหมิวเล่าว่า.. สวัสดีค่ะแอด หายไปนานเลย พอดีเมื่อวานเพิ่งได้ฟังเรื่องผีมา เห็นว่าสนุกดีเลยจะมาเล่าค่ะ คือเราไปทำเล็บมา เลยได้ฟังเรื่องเล่าจากพี่เดียร์ช่างทำเล็บ พี่แกเล่าว่า.. เมื่อ 2 ปีก่อน แกเดินทางไปนอนค้างโรงแรมต่างอำเภอ เพื่อรอเข้าวัดไปบวชชีพราห์มถือศีลช่วงเช้ามืด แกไปกับแฟน และน้องที่สนิทกันอีกคนรวมเป็น 3 คน ระหว่างเดินทางไปเป็นเวลาค่ำแล้วค่ะ ช่วงก่อนเข้าตัวอำเภอ แกมองเห็นว่ามีคนจะข้ามถนน เลยบอกแฟนให้ชะลอรถ ‘พี่ปาล์มช้าๆ หน่อย’ แต่แฟนก็ยังขับปกติแล้วหันมามองแกงงๆ เหมือนสงสัยว่า อยู่ๆ บอกให้ขับช้าลงทำไม? แล้วแกก็พูดอีก ‘พี่ปาล์ม! ได้ยินเดียร์พูดมั้ย บอกให้ขับช้าๆ มีคนจะข้ามถนนไม่เห็นเหรอ?’ เท่านั้นล่ะ แฟนแกหันมามองแล้วบอกว่า ‘อะไรเดียร์ ไม่มีใครนะ..’ แกเลยหันไปถามน้องที่นั่งด้านหลังว่า ‘แกเห็นมั้ย ผู้หญิงชุดขาวลายหัวใจสีแดงกำลังจะข้ามถนน’ น้องบอกว่า ‘หนูไม่เห็นนะพี่..’ หลังจบคำพูด ทั้งคันรถคือเงียบกันหมด.. สักพักจะเข้าเมือง เจอไฟส่องทางเริ่มสว่างขึ้นแกเลยพูดว่า ‘เออ สงสัยเมื่อกี้ตาฝาดไปเอง’ แต่ทุกคนก็ยังดูหวั่นๆ อยู่ เพราะรู้ว่าพี่เดียร์แกมีเซ้นส์ ส่วนตัวแกก็เก็บความสงสัยไว้ในใจ แต่ยังไม่จบค่ะ หลังจากเข้าเช็คอินที่โรงแรม ทุกคนก็อาบน้ำเตรียมนอนเพราะต้องรีบตื่นแต่เช้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story723/">723 ขอส่วนบุญ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณหมิวครับ คุณหมิวเล่าว่า.. สวัสดีค่ะแอด หายไปนานเลย พอดีเมื่อวานเพิ่งได้ฟังเรื่องผีมา เห็นว่าสนุกดีเลยจะมาเล่าค่ะ คือเราไปทำเล็บมา เลยได้ฟังเรื่องเล่าจากพี่เดียร์ช่างทำเล็บ พี่แกเล่าว่า.. เมื่อ 2 ปีก่อน แกเดินทางไปนอนค้างโรงแรมต่างอำเภอ เพื่อรอเข้าวัดไปบวชชีพราห์มถือศีลช่วงเช้ามืด แกไปกับแฟน และน้องที่สนิทกันอีกคนรวมเป็น 3 คน ระหว่างเดินทางไปเป็นเวลาค่ำแล้วค่ะ ช่วงก่อนเข้าตัวอำเภอ แกมองเห็นว่ามีคนจะข้ามถนน เลยบอกแฟนให้ชะลอรถ <em>‘พี่ปาล์มช้าๆ หน่อย’</em> แต่แฟนก็ยังขับปกติแล้วหันมามองแกงงๆ เหมือนสงสัยว่า อยู่ๆ บอกให้ขับช้าลงทำไม? แล้วแกก็พูดอีก <em>‘พี่ปาล์ม! ได้ยินเดียร์พูดมั้ย บอกให้ขับช้าๆ มีคนจะข้ามถนนไม่เห็นเหรอ?’</em> เท่านั้นล่ะ แฟนแกหันมามองแล้วบอกว่า <em>‘อะไรเดียร์ ไม่มีใครนะ..’</em> แกเลยหันไปถามน้องที่นั่งด้านหลังว่า <em>‘แกเห็นมั้ย ผู้หญิงชุดขาวลายหัวใจสีแดงกำลังจะข้ามถนน’</em> น้องบอกว่า <em>‘หนูไม่เห็นนะพี่..’</em> หลังจบคำพูด ทั้งคันรถคือเงียบกันหมด.. สักพักจะเข้าเมือง เจอไฟส่องทางเริ่มสว่างขึ้นแกเลยพูดว่า <em>‘เออ สงสัยเมื่อกี้ตาฝาดไปเอง’</em> แต่ทุกคนก็ยังดูหวั่นๆ อยู่ เพราะรู้ว่าพี่เดียร์แกมีเซ้นส์ ส่วนตัวแกก็เก็บความสงสัยไว้ในใจ แต่ยังไม่จบค่ะ</p>



<p>หลังจากเข้าเช็คอินที่โรงแรม ทุกคนก็อาบน้ำเตรียมนอนเพราะต้องรีบตื่นแต่เช้า พี่เดียร์นอนกับแฟนเตียงใหญ่ ส่วนน้องที่มาด้วยกันนอนเตียงเล็กข้างๆ โดยเปิดไฟห้องน้ำทิ้งไว้เพื่อให้มีแสงสว่างเผื่อใครลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกค่ะ นอนไปนานเท่าไหร่ไม่แน่ใจ จนพี่แกรู้สึกตัว เลยพลิกตัวออกด้านนอกเพื่อเปลี่ยนอิริยาบท แต่สายตาแกเหลือบไปเห็นผู้หญิงผมยาวหยิก กำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ข้างๆ เตียงฝั่งที่แกนอน! แกลองหลับตาแล้วลืมตาเพ่งดูใหม่อีกครั้ง ก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ที่เดิม.. แต่ด้วยความที่แกเห็นอะไรแบบนี้บ่อยอยู่แล้วเลยไม่ค่อยกลัว เมื่อรู้แน่ชัดว่าใช่แล้วล่ะ แกเลยค่อยๆ หันกลับมาทางแฟนแล้วคลุมโปงจะนอนต่อ ด้วยความที่แกผมยาวตรง เวลานอนจะวาดผมขึ้นด้านบนเพื่อไม่ให้ผมมาพันช่วงคอเวลานอน แล้วแกก็สอดมือเข้าใต้หมอน แต่พอสอดมือเข้าไป มือแกสัมผัสได้ถึงเส้นผมหยิกหยอยสากๆ อยู่ใต้หมอน!! และรู้ว่าไม่ใช่ผมแกแน่ๆ เพราะมันหยิกค่ะ ส่วนผมแกตรง แกเลยดึงมือกลับ พอจะเคลิ้มๆ อีก ก็ได้ยินเสียงเด็กคุยกันบนหัว แต่จับใจความไม่ได้ พี่แกเลยเริ่มโมโห เพราะนั่งรถมาก็เหนื่อยมาก แถมยังต้องตื่นแต่เช้ามืด แกเลยคิดในใจว่า <em>‘จะไปก็ไปนะ พรุ่งนี้จะทำบุญไปให้ ถ้ายังมากวนจะแช่งแล้วนะ..’</em> จบความคิด เสียงเด็กก็หายไป และได้นอนยาวนจนถึงเช้า</p>



<p>พอตอนเช้าเช็คเอ้าท์ออกมา ถึงสังเกตเห็นว่าโรงแรมที่แกพักอยู่ข้างวัด รั้วติดกันเลย แถมห้องที่นอนเมื่อคืน ยังตรงกับเมรุเผาศพ ปล่องเมรุนี่เลยห้องแกขึ้นไปแค่นิดเดียว เท่านั้นล่ะค่ะ รู้เลยว่าทำไมถึงเจอจัดหนักจัดเต็มขนาดนี้ หลังจากได้ทำการบวชนุ่งขาวห่มขาว แกก็แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณผู้หญิง และเด็กๆ ที่เห็นทั้งหมดตลอด 3 วัน เพราะแกเชื่อว่า วิญญาณจะรับรู้ได้ว่าใครกำลังจะไปทำบุญ เลยมาปรากฎร่างให้เห็นเพื่อขอส่วนบุญค่ะ</p>



<p><strong>Story by</strong> คุณหมิว</p><p>The post <a href="https://thehouse.online/story723/">723 ขอส่วนบุญ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story723/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>709 เจอดีที่ญี่ปุ่น</title>
		<link>https://thehouse.online/story709/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story709/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2020 13:59:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5831</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้อ่านเจอจากกลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเฟส เรื่องมีอยู่ว่า.. เราเคยเจอเรื่องขนหัวลุกที่ญี่ปุ่น​ ตอนนั้นบินไฟลท์ดึก​ ถึงโตเกียวเช้า​แล้วเที่ยวต่อเลย​ วันนั้นทั้งสนุกและก็เหนื่อยมาก ตกเย็นเข้าที่พัก​ อาบน้ำแล้วรีบนอนเลย​ ห้องเราปิดไฟหมด​แต่แง้มผ้าม่านเอาไว้เล็กน้อย​ แสงไฟจากถนนจึงลอดเข้ามามองเห็นภายใน​ห้องได้ลางๆ เราสะดุ้ง​ตื่นอีกทีราวๆ ตี 2​ เพราะรู้สึก​เหมือนมีคนมาจ้องเราที่ปลายเตียง​ และอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก​ เราค่อยๆ แง้มตาดูนิดๆ แม่เจ้า!!! เราเห็นมีขา​ 2 ขา​ ลอยอยู่ติดผนังถัดจากเท้าเราไปนิดเดียว​ (โรงแรมที่ญี่ปุ่นห้องมันแคบ)​ และที่สำคัญ​ มันมีแค่ช่วงเอวลงมาถึงเท้า​เท่านั้น ไม่มีท่อนบน!​ และไม่มีหัว! ใจตอนนั้นนี่เต้นโครมคราม​ ร้องไม่ออก​ เอายังไงดี?​ สวดมนต์​แผ่เมตตา​ ผีญี่ปุ่นคงฟังไม่ออก เลยหลับตาไปสักพัก​ ลืมตาขึ้นมา​ใหม่ ขาคู่นั้น​ก็ยังลอยอยู่​ที่เดิม!​ ทั้งกลัวทั้งโมโห​ ทำไมไม่ไปไหนสักที​ ไอ้รูมเมท​ก็นอนกรนคร่อก​ๆ ไม่ตื่นมาโดนผีหลอกร่วมชะตากรรมด้วยกันเลย สุดท้าย​ตัดสินใจ​ เป็น​ไงเป็น​กัน​ รวบรวมความกล้า​ลุกไปเปิดไฟห้อง ‘​พรึ่บ’​ สว่างทั้งห้อง​ ..แต่!​ 2 ขานั้นยังลอยอยู่​ที่เดิม​ ไม่หายไปไหน! ส่วนเพื่อน​โดนเราปลุกมาด่า.. ‘ฮึ่ม​! ทีหลังมึงอย่าเอากางเกงยีน​ส์มาแขวงไว้ปลายเท้ากูอีกนะ​ อีดวก อีผีลีวายส์!’ Story by [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story709/">709 เจอดีที่ญี่ปุ่น</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้อ่านเจอจากกลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเฟส เรื่องมีอยู่ว่า.. เราเคยเจอเรื่องขนหัวลุกที่ญี่ปุ่น​ ตอนนั้นบินไฟลท์ดึก​ ถึงโตเกียวเช้า​แล้วเที่ยวต่อเลย​ วันนั้นทั้งสนุกและก็เหนื่อยมาก ตกเย็นเข้าที่พัก​ อาบน้ำแล้วรีบนอนเลย​ ห้องเราปิดไฟหมด​แต่แง้มผ้าม่านเอาไว้เล็กน้อย​ แสงไฟจากถนนจึงลอดเข้ามามองเห็นภายใน​ห้องได้ลางๆ</p>
<p>เราสะดุ้ง​ตื่นอีกทีราวๆ ตี 2​ เพราะรู้สึก​เหมือนมีคนมาจ้องเราที่ปลายเตียง​ และอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก​ เราค่อยๆ แง้มตาดูนิดๆ แม่เจ้า!!! เราเห็นมีขา​ 2 ขา​ ลอยอยู่ติดผนังถัดจากเท้าเราไปนิดเดียว​ (โรงแรมที่ญี่ปุ่นห้องมันแคบ)​ และที่สำคัญ​ มันมีแค่ช่วงเอวลงมาถึงเท้า​เท่านั้น ไม่มีท่อนบน!​ และไม่มีหัว! ใจตอนนั้นนี่เต้นโครมคราม​ ร้องไม่ออก​ เอายังไงดี?​ สวดมนต์​แผ่เมตตา​ ผีญี่ปุ่นคงฟังไม่ออก เลยหลับตาไปสักพัก​ ลืมตาขึ้นมา​ใหม่ ขาคู่นั้น​ก็ยังลอยอยู่​ที่เดิม!​ ทั้งกลัวทั้งโมโห​ ทำไมไม่ไปไหนสักที​ ไอ้รูมเมท​ก็นอนกรนคร่อก​ๆ ไม่ตื่นมาโดนผีหลอกร่วมชะตากรรมด้วยกันเลย</p>
<p>สุดท้าย​ตัดสินใจ​ เป็น​ไงเป็น​กัน​ รวบรวมความกล้า​ลุกไปเปิดไฟห้อง <em>‘​พรึ่บ’​</em> สว่างทั้งห้อง​ ..แต่!​ 2 ขานั้นยังลอยอยู่​ที่เดิม​ ไม่หายไปไหน! ส่วนเพื่อน​โดนเราปลุกมาด่า..</p>
<p><em>‘ฮึ่ม​! ทีหลังมึงอย่าเอากางเกงยีน​ส์มาแขวงไว้ปลายเท้ากูอีกนะ​ อีดวก อีผีลีวายส์!’</em></p>
<p><b>Story by</b> : กลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเฟส</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story709/">709 เจอดีที่ญี่ปุ่น</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story709/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>703 โรงแรมใหม่ชายแดน</title>
		<link>https://thehouse.online/story703/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story703/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jan 2020 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สุสาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5778</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้มาจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 751932 ครับ เรื่องมีอยู่ว่า.. มีครั้งหนึ่งตอนไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน เป็นเมืองติดชายแดนแห่งหนึ่งที่คนไทยยังไม่นิยมไปเท่าไร เลยมีโรงแรมให้เลือกไม่เยอะ พอไปถึงเขาบอกว่าโรงแรมนี้ใหม่มากไม่ต้องกลัวอะไร ตอนถึงโรงแรมก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว เลยไม่ได้สำรวจอะไร พนักงานบอกว่าลิฟท์เสียต้องเดินขึ้นบันได ห้องที่เราพักเป็นห้องเบอร์ 314 ค่ะ ประเด็นคือโรงแรมนี้จะมีห้อง 311, 312 แล้วข้ามไป 314 เลย อาจจะเพราะเลข 13 มันไม่ดีคนเค้าถือ แต่ถ้านับจริงๆ ห้อง 314 มันก็คือห้อง 313 นั่นแหละ.. แต่ห้อง 314 จะเป็นห้องที่กว้างที่สุดของโรงแรม ระหว่างเดินก็สงสัยว่าทำไมโรงแรมนี้ไม่มีหน้าต่างตรงบันไดทางขึ้นเลย ปิดทึบแบบตึกพาณิชย์มากๆ พอมาถึงห้อง ก่อนพนักงานจะไปเค้าก็บอกว่า ห้ามเปิดระเบียงนะ ข้างหลังเป็นป่า มีแมลงเยอะ.. ตอนนั้นสงสัยค่ะ แต่ไม่กล้าถามอะไร สิ่งแรกที่รู้สึกคือห้องเหม็นเหล้าจีนมาก กลิ่นควันบุหรี่คลุ้งไปหมด ก็คิดว่าคงเพิ่งลงทัวร์จีนมา เราวางกระเป๋าได้แป๊บเดียวมาเลยค่ะ! ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันตรงระเบียง แบบซุบซิบๆ แต่พอเดินไปใกล้ๆ ระเบียงก็เงียบไป จะเปิดดูก็ไม่กล้าอีก เพราะพนักงานเตือนไว้.. แบบนี้ประมาณ 4-5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story703/">703 โรงแรมใหม่ชายแดน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้มาจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 751932 ครับ เรื่องมีอยู่ว่า.. มีครั้งหนึ่งตอนไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน เป็นเมืองติดชายแดนแห่งหนึ่งที่คนไทยยังไม่นิยมไปเท่าไร เลยมีโรงแรมให้เลือกไม่เยอะ พอไปถึงเขาบอกว่าโรงแรมนี้ใหม่มากไม่ต้องกลัวอะไร ตอนถึงโรงแรมก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว เลยไม่ได้สำรวจอะไร พนักงานบอกว่าลิฟท์เสียต้องเดินขึ้นบันได</p>
<p>ห้องที่เราพักเป็นห้องเบอร์ 314 ค่ะ ประเด็นคือโรงแรมนี้จะมีห้อง 311, 312 แล้วข้ามไป 314 เลย อาจจะเพราะเลข 13 มันไม่ดีคนเค้าถือ แต่ถ้านับจริงๆ ห้อง 314 มันก็คือห้อง 313 นั่นแหละ.. แต่ห้อง 314 จะเป็นห้องที่กว้างที่สุดของโรงแรม ระหว่างเดินก็สงสัยว่าทำไมโรงแรมนี้ไม่มีหน้าต่างตรงบันไดทางขึ้นเลย ปิดทึบแบบตึกพาณิชย์มากๆ พอมาถึงห้อง ก่อนพนักงานจะไปเค้าก็บอกว่า ห้ามเปิดระเบียงนะ ข้างหลังเป็นป่า มีแมลงเยอะ.. ตอนนั้นสงสัยค่ะ แต่ไม่กล้าถามอะไร</p>
<p>สิ่งแรกที่รู้สึกคือห้องเหม็นเหล้าจีนมาก กลิ่นควันบุหรี่คลุ้งไปหมด ก็คิดว่าคงเพิ่งลงทัวร์จีนมา เราวางกระเป๋าได้แป๊บเดียวมาเลยค่ะ! ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันตรงระเบียง แบบซุบซิบๆ แต่พอเดินไปใกล้ๆ ระเบียงก็เงียบไป จะเปิดดูก็ไม่กล้าอีก เพราะพนักงานเตือนไว้.. แบบนี้ประมาณ 4-5 รอบ เราเริ่มไม่โอเคละ มันยังไงๆ เลยคุยกับเพื่อนว่า เดี๋ยวเข้าไปอาบน้ำพร้อมกัน แล้วย้ายไปนอนห้องเพื่อนอีกห้องดีกว่า</p>
<p>ระหว่างอาบน้ำ เราก็แปรงฟันไป ยืนหันหลังให้กระจกเพราะกลัวเจออะไรในกระจก เพื่อนก็อาบน้ำไป จู่ๆ ทีวีที่เปิดไว้ในห้องมันก็เปลี่ยนช่องค่ะ เป็นช่องงิ้วของจีน อารมณ์แบบเคเบิ้ลท้องถิ่น เพื่อนเลยบอกว่าสงสัยสัญญาณไม่ดี เลยหยุดอาบน้ำแล้วเดินออกไปเปลี่ยนช่องด้วยกัน แต่สักพักมันก็กลับไปช่องงิ้วอีก! ตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ เลยปิดทีวี เก็บของเท่าที่จำเป็นแล้วลาขาดจากห้องนี้ไปนอนห้องเพื่อน</p>
<p>พอเช้ามาตอนเช็คเอ้าท์ออก ก็ลากกระเป๋ากันลงมาที่ถนน (โรงแรมอยู่ในซอยต้องขึ้นเนินเข้าซอยไป) ก็เลยมาเห็นว่าข้างๆโรงแรมเนี่ยเป็นสุสานคนจีนแบบฮวยซุ้ยอะค่ะ แล้วที่สำคัญคือระเบียงห้อง 314 มันอยู่ด้านบนติดกับฮวงซุ้ยที่ใหญ่ที่สุดของสุสานพอดีเลยด้วย! คิดแล้วก็ยังหลอน ถึงจะไม่ได้เห็นเป็นตัวก็ตาม..</p>
<p><b>Story by</b> สมาชิกพันทิป 751932</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story703/">703 โรงแรมใหม่ชายแดน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story703/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>682 ออกตรวจโรงแรมใหม่</title>
		<link>https://thehouse.online/story682/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story682/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Oct 2019 14:55:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5670</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณอิทธิพล วงศ์มูล ครับ คุณอิทธิพลเล่าว่า.. สวัสดีครับแอดมิน พอดีเห็นแอดโพสต์เรื่องเกี่ยวกับโรงแรม ผมเลยมีประสบการณ์อยากเล่าให้อ่านครับ.. เรื่องนี้ผมได้ฟังมาจากเพื่อนร่วมงานอีกที เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย ก่อนจะเป็นพื้นที่ไว้สร้างโรงแรม ที่ตรงนั้นเคยเป็นหน้าผา คนพื้นที่เล่าว่าเมื่อก่อนเป็นป่ารก เขามักจะเอาไว้ใช้เป็นที่อำพราง หรือเอาศพไปทิ้งตรงนั้น เป็นเรื่องเล่าต่อๆ กันมา จริงเท็จยังไงก็ไม่อาจทราบได้  พอโรงแรมนี้สร้างได้ 80% พร้อมจะขายให้แขกเข้าอยู่แล้ว ทุกๆ เย็น หัวหน้าช่างของโรงแรมก็จะต้องทำการสำรวจตรวจเช็คบริเวณต่างๆ โดยรอบ เพื่อตรวจตราความเรียบร้อย.. เย็นวันหนึ่ง หัวหน้าช่างแกขับรถกอล์ฟพาลูกน้องไปด้วย 2 คน ไปถึงโซนหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางผาเลียบทะเลยาวไปประมาณ 500 เมตร พอไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็เห็นหมาสีดำตัวใหญ่ 2 ตัว สูงประมาณเอวได้ วิ่งนำหน้าตัดสลับไปมา หัวหน้าช่าง และช่างอีก 2 คนก็ตกใจ ว่าบนหน้าผาแบบนี้ หมาที่ไหนมาวิ่งกัน ทีแรกนึกว่าเป็นของคนงานก่อสร้าง แต่แคมป์คนงานก็อยู่อีกฟากของภูเขา พอขับตามหมาไปจนจะถึงท้ายโซน หมาดำทั้ง 2 ตัวก็วิ่งเข้าไปในต้นไม้หายวับไปกับตาทั้ง คน ย้ำว่าวิ่งเข้าไปในต้นไม้เลยนะครับ ดูเวลาประมาณทุ่มนิดๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story682/">682 ออกตรวจโรงแรมใหม่</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณอิทธิพล วงศ์มูล ครับ คุณอิทธิพลเล่าว่า.. สวัสดีครับแอดมิน พอดีเห็นแอดโพสต์เรื่องเกี่ยวกับโรงแรม ผมเลยมีประสบการณ์อยากเล่าให้อ่านครับ.. เรื่องนี้ผมได้ฟังมาจากเพื่อนร่วมงานอีกที เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย ก่อนจะเป็นพื้นที่ไว้สร้างโรงแรม ที่ตรงนั้นเคยเป็นหน้าผา คนพื้นที่เล่าว่าเมื่อก่อนเป็นป่ารก เขามักจะเอาไว้ใช้เป็นที่อำพราง หรือเอาศพไปทิ้งตรงนั้น เป็นเรื่องเล่าต่อๆ กันมา จริงเท็จยังไงก็ไม่อาจทราบได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>พอโรงแรมนี้สร้างได้ 80% พร้อมจะขายให้แขกเข้าอยู่แล้ว ทุกๆ เย็น หัวหน้าช่างของโรงแรมก็จะต้องทำการสำรวจตรวจเช็คบริเวณต่างๆ โดยรอบ เพื่อตรวจตราความเรียบร้อย.. เย็นวันหนึ่ง หัวหน้าช่างแกขับรถกอล์ฟพาลูกน้องไปด้วย 2 คน ไปถึงโซนหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางผาเลียบทะเลยาวไปประมาณ 500 เมตร พอไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็เห็นหมาสีดำตัวใหญ่ 2 ตัว สูงประมาณเอวได้ วิ่งนำหน้าตัดสลับไปมา หัวหน้าช่าง และช่างอีก 2 คนก็ตกใจ ว่าบนหน้าผาแบบนี้ หมาที่ไหนมาวิ่งกัน ทีแรกนึกว่าเป็นของคนงานก่อสร้าง แต่แคมป์คนงานก็อยู่อีกฟากของภูเขา พอขับตามหมาไปจนจะถึงท้ายโซน หมาดำทั้ง 2 ตัวก็วิ่งเข้าไปในต้นไม้หายวับไปกับตาทั้ง คน ย้ำว่าวิ่งเข้าไปในต้นไม้เลยนะครับ</p>
<p>ดูเวลาประมาณทุ่มนิดๆ ช่วงเดือนพฤศจิกายนคือมันมืดแล้ว ทั้ง 3 คนก็คุยกันว่า ‘ถ้าเป็นทางอีสาน แบบนี้เขาเรียกว่าผีปอบในร่างหมา..’ อีกคนก็ทักท้วงว่า ‘แต่วันนี้วันพระ เขาปล่อยของหรือเปล่า?’ พอพูดจบทุกคนก็นิ่ง แล้วขณะที่กำลังจะกลับรถกอล์ฟเพื่อขับออกมา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหมาเห่า และเสียงเล็บที่วิ่งบนพื้นปูนดัง ‘แกกๆๆๆๆ’ ดังอยู่รอบๆ ตัวรถตลอดเวลา แต่ไม่มีหมา มีแต่เสียง!? ทั้ง 3 คนก็ตกใจรีบขับรถออกมา พอออกมาได้ 50 เมตร หัวหน้าช่างแกเผอิญไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องที่ยังไม่เปิดใช้งาน แกก็หยุดรถแล้วก็ถามว่า ‘เมื่อกี้พวกมึงเห็นคนเดินเข้าห้องนั้นหรือเปล่า?’ ช่างทั้งคู่บอกเห็น คือทุกคนเห็น แต่ก็นึกได้ว่าแผนกแม่บ้านไม่มีกะรอบเย็นแบบนี้ เลยตัดสินใจขับรถไปจอดหน้าห้องนั้น เพื่อเข้าไปตามผู้หญิงคนนั้น เพราะว่ามันเริ่มจะดึกแล้ว ตอนนั้นเสียงเล็บเท้าหมา 2 ตัวก็ยังวนๆ อยู่ห่างๆ ทั้ง 3 คนจึงตัดสินใจลงไปดูในห้องนั้นด้วยกัน</p>
<p>พอเปิดประตูเดินเข้าไป ก็เจอรอยเท้าที่พื้น (พื้นมีฝุ่นเยอะ) แต่กลับไม่มีคนอยู่? ตรงระเบียงก็กระโดดออกไปไม่ได้แน่ๆ เพราะสูงจากพื้นดินประมาณ 10 เมตรได้เลย ทั้ง 3 คนถึงกับหน้าเสีย ไม่รู้จะทำยังไง ก็รีบออกมาจากตรงนั้นแล้วรีบกลับออฟฟิศ สรุปเป็นไข้จับกันไป.. นับแต่นั้นมา หัวหน้าช่างก็ไม่กล้าออกไปไหนหลัง 6 โมงเย็นอีกเลย ถ้าไปก็จะยกขบวนไปกันแบบ 5-6 คนเลย ปัจจุบันหัวหน้าช่างคนนี้ได้ลาออกไปแล้วครับ เรื่องราวอาจจะไม่ได้น่ากลัวสำหรับใครๆ แต่นี่เป็นเรื่องจริงที่เจอพร้อมๆ กัน 3 คนเลยทีเดียวครับ</p>
<p><b>Story by</b> คุณอิทธิพล วงศ์มูล</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story682/">682 ออกตรวจโรงแรมใหม่</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story682/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>669 นักร้องที่โรงแรม</title>
		<link>https://thehouse.online/story669/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story669/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Sep 2019 14:19:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5573</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณ บัวแก้ว จำปาทรัพย์ ครับ คุณบัวแก้วเล่าว่า.. ย้อนไปปี พ.ศ 2530 สมัยเราทำงานเป็นนักร้องอยู่ที่ภูเก็ตค่ะ เพื่อนเราที่เป็นนักดนตรีบอกว่า ที่จังหวัดสตูลมีโรงแรมเปิดใหม่ได้ประมาณ 2 ปี นักร้องสากลที่นั่นกำลังจะหมดสัญญา ต่อสัญญามา 2 ครั้งแล้ว ให้เราลองไปออดิชั่นดู เงินเดือนดี มีที่พักให้ เราก็สนใจเลยโทรไปว่าจะไปออดิชั่น  โรงแรมที่ว่านี้ติดชายแดนมาเลเซีย เป็นโรงแรม 5 ดาว ใหญ่ที่สุดในจังหวัด พอเราไปถึง พนักงานก็พาไปไขกุญแจเข้าห้องพัก (ได้พักฟรี 1 คืน) ห้องที่นี่สวยมากๆ เราได้อยู่ชั้น 5 โรงแรมมี 7 ชั้น มีคอฟฟี่ช็อป และบาร์ชั้นใต้ดินของโรงแรม พอเข้ามาในห้อง ตอนแรกว่าจะนอนพักผ่อนสักหน่อย เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ก็นอนไม่หลับ รู้สึกแปลกๆ เหมือนเราไม่ได้อยู่คนเดียว สักพัก มีคนมาเคาะห้อง เราก็เปิดออกไป เค้าแนะนำตัวว่าเป็นผู้จัดการ เราก็เชิญเข้ามาในห้อง ก็นั่งคุยกันว่า ให้เราลงไปออดิชั่นตอนทุ่มครึ่ง แล้วผู้จัดการก็ชวนลงมาดูคอฟฟี่ช็อป เดินดูรอบๆ โรงแรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story669/">669 นักร้องที่โรงแรม</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณ บัวแก้ว จำปาทรัพย์ ครับ คุณบัวแก้วเล่าว่า.. ย้อนไปปี พ.ศ 2530 สมัยเราทำงานเป็นนักร้องอยู่ที่ภูเก็ตค่ะ เพื่อนเราที่เป็นนักดนตรีบอกว่า ที่จังหวัดสตูลมีโรงแรมเปิดใหม่ได้ประมาณ 2 ปี นักร้องสากลที่นั่นกำลังจะหมดสัญญา ต่อสัญญามา 2 ครั้งแล้ว ให้เราลองไปออดิชั่นดู เงินเดือนดี มีที่พักให้ เราก็สนใจเลยโทรไปว่าจะไปออดิชั่น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>โรงแรมที่ว่านี้ติดชายแดนมาเลเซีย เป็นโรงแรม 5 ดาว ใหญ่ที่สุดในจังหวัด พอเราไปถึง พนักงานก็พาไปไขกุญแจเข้าห้องพัก (ได้พักฟรี 1 คืน) ห้องที่นี่สวยมากๆ เราได้อยู่ชั้น 5 โรงแรมมี 7 ชั้น มีคอฟฟี่ช็อป และบาร์ชั้นใต้ดินของโรงแรม พอเข้ามาในห้อง ตอนแรกว่าจะนอนพักผ่อนสักหน่อย เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ก็นอนไม่หลับ รู้สึกแปลกๆ เหมือนเราไม่ได้อยู่คนเดียว สักพัก มีคนมาเคาะห้อง เราก็เปิดออกไป เค้าแนะนำตัวว่าเป็นผู้จัดการ เราก็เชิญเข้ามาในห้อง ก็นั่งคุยกันว่า ให้เราลงไปออดิชั่นตอนทุ่มครึ่ง แล้วผู้จัดการก็ชวนลงมาดูคอฟฟี่ช็อป เดินดูรอบๆ โรงแรม เราก็ถามว่า ที่พักของนักร้องนักดนตรีอยู่ที่ไหนคะ? เค้าก็ชี้ให้ดู มันจะมี 2 ที่ อยู่ติดกัน เป็นตึก กับเป็นบ้านไม้เก่าๆ ข้างโรงแรม มี 5 ห้อง ดูแล้วสมัยก่อนน่าจะเป็นเรือนคนรับใช้ แน่นอนว่าคงไม่มีอยากอยู่ที่บ้านไม้แน่ๆ แต่ตอนจะมาออดิชั่น พอดีพี่นักดนตรีบอกเราว่า ‘น้องระวังตัวไว้ด้วยนะ ผู้จัดการที่นี่เวลามีนักร้องมาใหม่ๆ เสร็จมันหมดแหละ..’ เราเลยเลือกที่จะอยู่บ้านไม้ข้างโรงแรม เพราะผู้จัดการเค้าพักอยู่ที่ตึก กลัวผีก็กลัว แต่กลัวผู้จัดการมากกว่า..</p>
<p>พอเราได้งานที่นี่ คืนแรกที่เข้ามานอนที่บ้านไม้ ก็จุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทาง บอกว่า ‘ลูกมาขออาศัย มาทำงาน ถ้ามาให้เห็นก็มาแบบดีๆ นะคะ..’ คืนแรกนอนหลับสบายดีไม่มีอะไร ตอนเช้าตื่นแต่เช้ามาเจอผู้จัดการ เค้าถามเราว่า ‘เป็นยังไงบ้าง นอนหลับสบายดีไหม?’ เราก็ว่า ดีค่ะ.. เค้าก็ทำหน้าแบบไม่เชื่อ แล้วก็ตะล่อมบอกเราว่า ห้องตรงนั้นเก่าแล้ว ขึ้นมาอยู่บนตึกเถอะนะ เราก็ว่า หนูอยู่ได้ค่ะ.. เราทำงานตอนทุ่มครึ่ง เลิกงานตีหนึ่ง มีวันหนึ่งเราเลิกงานแล้วออกไปกินข้าวกับเพื่อนๆ กลับมาบ้านไม้แล้วเข้านอนเลย ..มารู้สึกตัวตื่นตอนประมาณตี 3 เพราะปวดฉี่ เดินผ่านหน้าต่างพระจันทร์เต็มดวงสวยมากๆ พอฉี่เสร็จเลยมาเปิดหน้าต่างชมพระจันทร์ แล้วก็มองไปเรื่อยๆ เห็นคนตักนำ้ ผ่าฟืน หาบของอยู่ตรงบ้านไม้ไม่ไกลบ้านเรา พอมองดูดีๆ นึกในใจ กูโดนอีกแล้ว.. ตอนนั้นไม่ได้กลัวนะคะ พยายามเพ่งมองดู เป็นผู้หญิงนุ่งโจงกระเบน ใส่ผ้าคาดอกสีมัวๆ ผู้ชายไม่ใส่เสื้อ เหมือนคนยุคเก่า เขาตั้งใจให้เราเห็น หันหน้ามามองเรา แถมยิ้มให้ด้วย เราขนลุกถึงหัวเลย รีบปิดหน้าต่างกลับมานอนคลุมโปรง.. ตอนเช้าต้องรีบตื่นไปใส่บาตรกรวดน้ำให้ แล้วชวนเพื่อนเดินไปดูตรงที่ที่เราเห็นเมื่อคืน เป็นบ้านไม้ยกพื้น สร้างเป็นแถวมีประมาณ 10 ห้อง สภาพรกร้างมากๆ เห็นแล้วขนนี่ลุกขึ้นมาเลย เพราะที่เห็นเมื่อคืนนี้บ้านมันสะอาดสวยงามมาก ก็เลยบอกในใจว่า หนูจะทำบุญให้นะ อย่ามาให้เห็นแบบน่ากลัวเลย..</p>
<p>อยู่มาได้สักระยะ จนเริ่มสนิทกับร้านค้าข้างๆ โรงแรม เค้าเล่าให้ฟังว่า โรงแรมนี้เมื่อก่อนเป็นวังของสุลต่าน ตัววังถูกทุบสร้างเป็นโรงแรม ส่วนบริเวณรอบๆ ที่เป็นห้องแถว รวมถึงบ้านไม้ที่เราอยู่ เป็นเรือนคนรับใช้ ข้าทาสบริวาร แม่ค้าถามว่า เราไม่เจออะไรบ้างเหรอ? คนแถวๆ นี้เค้าเจอกันประจำ เราก็ว่าเราเห็นบ้าง แต่ไม่ได้น่ากลัว เค้าไม่ได้มาหลอกอะไร</p>
<p>เราร้องเพลงในคอฟฟี่ช็อปได้เกือบเดือน มีวันหนึ่งนักร้องสากลในบาร์ชั้นใต้ดินหยุดงาน มาทำงานไม่ไหว ผู้จัดการเลยขอให้เราไปร้องแทน เราเลยต้องไป บาร์ชั้นใต้ดินนี้มีนักร้อง และนักดนตรีประมาณ 18 คนที่ประจำอยู่ พาร์ทเนอร์ก็เยอะ ประมาณ 20 คน.. พอเราเดินลงไป เวลาตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่ม หนาวจนขนลุกเลย มันเย็นยะเยือกแบบแปลกๆ รู้สึกได้เลยว่าในนี้มีวิญญาณเยอะมาก จนเราเริ่มกลัวแล้ว ร้องเพลงเสร็จรีบกลับขึ้นมาข้างบนเลย พอบาร์เลิก นักร้องลูกกรุงที่ร้องในบาร์ถามเราว่า ทำไมรีบขึ้นมาจัง..เห็นอะไรหรือเปล่า? เราเลยบอกว่าข้างล่างมันน่ากลัว มืด แล้วก็อึดอัด นักร้องที่มาถามเราคนนี้ชื่ออ้อยค่ะ อ้อยก็บอกเราอีกว่า ต่อไปเราต้องลงมาร้องในบาร์แทนนักร้องสากลนะ เตรียมทำใจไว้เลย.. หลังจากนั้นเราก็เลยต้องลงมาร้องเพลงในบาร์ คือต้องอยู่ทั้งคืนค่ะ จนเราสนิทกับอ้อย แบบว่าตัวติดกันตลอดเลย อ้อยเป็นคนเซ้นส์แรงยิ่งกว่าเราอีก แบบว่าเทศการกินเจทรงเจ้านางมีเอี่ยวตลอด แล้วก็ไม่กลัวผีด้วย.. นางบอกเราว่าถ้าเห็นอะไรอย่าทัก เราก็บอกว่ามีอะไรให้บอกก่อนจะได้ทำใจไว้ เพราะแค่บรรยากาศข้างล่างก็น่ากลัวจะแย่แล้ว นางบอก ‘เดี๋ยวมึงได้เห็นเอง..’</p>
<p>คืนหนึ่ง เป็นคืนที่ลูกค้าไม่ค่อยมี พอถึงคิวเราขึ้นร้องเพลงสโลว์ ในบาร์ปิดไฟสลัวๆ ขณะร้องเพลงอยู่ เราเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาคนเดียว แล้วนั่งตรงโต๊ะหน้าทางเข้า เห็นนั่งอยู่ตั้งนาน แต่ไม่มีพนักงานเสิร์ฟมารับออเดอร์ พอเราลงจากเวทีมานั่งกับอ้อย เราก็เรียกพนักงาน ‘น้องๆ โต๊ะทางเข้าแขกมานั่งตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ไปรับออเดอร์?’ เด็กว่า ‘พี่ตาฝาดแล้ว ผมยังไม่เห็นใครเข้ามาสักคน..’ อ้อยที่นั่งข้างๆ หยิกเรา ‘มึงเห็นใคร ลักษณะยังไง?’ เราบอก ‘ผู้ชายตัวใหญ่ๆ หน้าดำๆ ท้วมๆ นั่งอยู่โต๊ะแรกคนเดียว’ อ้อยบอก ‘อ้อ คนนี้มาประจำทุกวันโกน..’ คำตอบของอ้อยเป็นอันรู้กัน.. ทีนี้เรานั่งเบียดกับอ้อยเลยค่ะ อ้อยต้องส่งบรั่นดีเพียวๆ ให้ เราเลยดื่มไปหลายแก้ว แล้วถามอ้อยว่า เค้าไปหรือยัง? อ้อยบอกว่าไปแล้ว.. อ้อยบอกว่า ‘มึงเห็นแค่นี้ยังน้อยนะ กูเคยเห็นมาเป็นสิบเลย ตอนวันพระใหญ่!’</p>
<p>เราอดทนร้องเพลงจนหมดสัญญา 3 เดือน หลอนมาก วันดีคืนดีเดินสวนกับใครก็ไม่รู้ แล้วอยู่ๆ ก็หายไปกับตา.. แล้วก็ได้กลิ่นดอกลั่นทม กลิ่นนำ้อบตลอดเวลาที่อยู่ในบาร์ ต้องระงับความกลัวด้วยบรั่นดีเพียวๆ ..พอหมดสัญญา ผู้จัดการเรียกไปต่อสัญญา โดยจะเพิ่มเงินเดือนให้ เราบอก ‘ไม่ต่อแล้วค่ะ หนูอยู่ไม่ไหว หนูกลัวผี!’</p>
<p><b>Story by</b> คุณ บัวแก้ว จำปาทรัพย์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story669/">669 นักร้องที่โรงแรม</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story669/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>660 ผีหื่น</title>
		<link>https://thehouse.online/story660/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story660/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Aug 2019 14:38:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[พริตตี้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไสยศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5516</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณดี (นามสมมติ) ครับ บอกก่อนว่าเรื่องนี้ออกจะ 18+ หน่อยๆ คุณดีเล่าว่า.. เมื่อหลายปีก่อนสมัยเราอายุ 24 เรารับงานพริตตี้ค่ะ ก็ต้องเดินทางบ่อยๆ ขึ้นเหนือลงใต้บ้างเป็นปกติ ตอนไปพักโรงแรม เคยเจอเสียงแปลกๆ เงาแวบๆ บ้าง ก็ไม่ได้อะไร เพราะชินแล้ว แต่เรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี้คือเรื่องที่แปลกที่สุดที่เคยเจอมาค่ะ เรารับงานพริตตี้ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ก็ไปกันหลายคนค่ะ ได้พักที่โรงแรมเล็กๆ ใกล้กับสถานที่จัดงาน ตอนไปถึงก็เย็นแล้ว หลังจากทานข้าวกันเสร็จ เราก็ขอแยกตัวเข้าห้องเลยเพราะเหนื่อยจากการเดินทางทั้งวันแล้ว (คนอื่นๆ ยังไปเที่ยวกันต่อ) เราอาบน้ำเสร็จก็โทรคุยกับแฟนจนถึงราวๆ สี่ทุ่ม ก็ปิดไฟเข้านอนค่ะ.. นอนหลับไปได้นานเท่าไรไม่รู้ อยู่ๆ เราก็รู้สึกเหมือนถูกผีอำ ซึ่งปกติเราก็เคยถูกผีอำอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งค่ะ ตัวเราขยับไม่ได้ เราลืมตาได้ แต่ก็ไม่เห็นอะไรเพราะปิดไฟห้องมืดสนิท จากนั้นเราก็เริ่มรู้สึกเตียงที่ยวบลงค่ะ พร้อมกับมีมือ มือแบบมือใหญ่ๆ สองมือมาจับที่เอวของเรา ก่อนจะค่อยๆ ลูบขึ้นมาทีละนิดๆ จนมาขยำหน้าอกเรา แต่สัมผัสคือผิวชนผิวเลยนะ ทั้งๆ ที่เราใส่เสื้ออยู่ ตอนนั้นคือเราตกใจมากกกกก ไม่ได้ฝันไปแน่ๆ คิดในใจ แม่งใครงัดห้องเข้าหรือเปล่า? ตอนนั้นคือกลัวว่าจะเป็นพวกโรคจิต มันขยำหน้าอกเราอยู่พักใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story660/">660 ผีหื่น</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณดี (นามสมมติ) ครับ บอกก่อนว่าเรื่องนี้ออกจะ 18+ หน่อยๆ คุณดีเล่าว่า.. เมื่อหลายปีก่อนสมัยเราอายุ 24 เรารับงานพริตตี้ค่ะ ก็ต้องเดินทางบ่อยๆ ขึ้นเหนือลงใต้บ้างเป็นปกติ ตอนไปพักโรงแรม เคยเจอเสียงแปลกๆ เงาแวบๆ บ้าง ก็ไม่ได้อะไร เพราะชินแล้ว แต่เรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี้คือเรื่องที่แปลกที่สุดที่เคยเจอมาค่ะ</p>
<p>เรารับงานพริตตี้ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ก็ไปกันหลายคนค่ะ ได้พักที่โรงแรมเล็กๆ ใกล้กับสถานที่จัดงาน ตอนไปถึงก็เย็นแล้ว หลังจากทานข้าวกันเสร็จ เราก็ขอแยกตัวเข้าห้องเลยเพราะเหนื่อยจากการเดินทางทั้งวันแล้ว (คนอื่นๆ ยังไปเที่ยวกันต่อ) เราอาบน้ำเสร็จก็โทรคุยกับแฟนจนถึงราวๆ สี่ทุ่ม ก็ปิดไฟเข้านอนค่ะ.. นอนหลับไปได้นานเท่าไรไม่รู้ อยู่ๆ เราก็รู้สึกเหมือนถูกผีอำ ซึ่งปกติเราก็เคยถูกผีอำอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งค่ะ ตัวเราขยับไม่ได้ เราลืมตาได้ แต่ก็ไม่เห็นอะไรเพราะปิดไฟห้องมืดสนิท</p>
<p>จากนั้นเราก็เริ่มรู้สึกเตียงที่ยวบลงค่ะ พร้อมกับมีมือ มือแบบมือใหญ่ๆ สองมือมาจับที่เอวของเรา ก่อนจะค่อยๆ ลูบขึ้นมาทีละนิดๆ จนมาขยำหน้าอกเรา แต่สัมผัสคือผิวชนผิวเลยนะ ทั้งๆ ที่เราใส่เสื้ออยู่ ตอนนั้นคือเราตกใจมากกกกก ไม่ได้ฝันไปแน่ๆ คิดในใจ แม่งใครงัดห้องเข้าหรือเปล่า? ตอนนั้นคือกลัวว่าจะเป็นพวกโรคจิต มันขยำหน้าอกเราอยู่พักใหญ่ เราพยายามดิ้นก็แล้ว นอนนิ่งๆ ก็แล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล จนสุดท้ายเหมือนมันหลุดไปเอง เราก็รีบลุกขึ้นมา แล้ววิ่งไปเปิดไฟ ปรากฏว่าในห้องไม่มีใครเลย แล้วประตูก็ยังล็อคอยู่ แถมยังคล้องโซ่ไว้เหมือนเดิม.. แต่เราก็ยังไม่ได้อะไร เพราะเข้าใจว่าก็ผีอำ แต่มันมาแปลกหน่อยเท่านั้นเอง แล้วเราก็นอนต่อ เพราะต้องทำงานเช้า แถมยังต้องนอนที่นี่อีกหลายคืน</p>
<p>วันต่อมาเราตื่นไปทำงานตามปกติ แล้วก็กลับห้องมาตอนค่ำๆ เหมือนเดิมค่ะ เพื่อนคนอื่นไปเที่ยวอีก ส่วนเราก็กลับมาคนเดียว อาบน้ำเสร็จ คุยกับแฟนเสร็จเข้านอน เหมือนเดิมเป๊ะ.. ปรากฏว่ามาอีกแล้วค่ะ แขกไม่ได้รับเชิญ มันมาคร่อมเราไว้อีกแล้ว เราขยับไม่ได้อีกแล้ว สองมือมันลูบเราจากเอวไล่ขึ้นไปบีบเค้นอย่างมันมือ เพิ่มเติมคือมันดูดด้วยค่ะ ถ้าเป็นคนคือแม่งหื่นมากกกก เรารู้สึกได้ถึงการดูดที่รุนแรง ทั่วหน้าอกเรา ทั้งบีบทั้งดูด จนเราเริ่มไม่ไหวแล้ว คือกลัวก็กลัว โมโหก็โมโห ท่องบทสวดอะไรมันก็ไม่ไป พอจากข้างบนมันเล่นจนพอใจ มันเริ่มลูบลงมาข้างล่างบ้าง คือเรารู้สึกได้แบบชัดเจน ไม่ใช่มโนไปเอง มันลูบของเราแบบไม่กลัวเราจะเจ็บหรืออะไรเลย เราต้องทนแบบนั้นจนเราหลับไปเองตอนไหนก็ไม่รู้.. มารู้ตัวอีกทีคือเพื่อนมันกลับจากเที่ยวแล้วมาเคาะประตู เราก็เปิดให้เพื่อนเข้ามา แล้วก็รีบไปเข้าห้องน้ำ และเราก็ต้องช็อคกับภาพที่เห็นค่ะ เราเปิดเสื้อขึ้นมาดู โอ้โห คือมันมีรอยจ้ำแดงๆ (รอยดูด) ทั่วหน้าอกเราเลยค่ะ ในใจก็แบบขนลุกวาบ เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน มันคือของจริง แล้วอีกอย่างพรุ่งนี้เช้าเราต้องทำงานด้วย เลยต้องหาเสื้อข้างในมาใส่ กลัวคนจะเห็นรอย มันจะดูน่าเกลียดค่ะ</p>
<p>คืนต่อมาเราเลยไม่กล้านอนละ ก็หาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อยจนเช้า ก็ผ่านไปไม่มีอะไร แต่ทีนี้พอต้องทำงานทั้งวัน ยืนทั้งวัน พอกลับมาก็เพลีย เราก็เลยเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวบนโซฟา หลับลึกแบบไม่น่าจะตื่น แต่ก็ต้องมาตื่นเพราะมีความรู้สึกถึงบางอย่างตรงหว่างขาเราค่ะ (เราใส่แซคสั้นชุดทำงาน) รู้สึกได้ถึงลิ้นที่มาสัมผัสส่วนล่าง แบบเนื้อเนื้ออีกแล้ว ทั้งที่เราใส่กางเกงในอยู่ มันจับขาเราฉีกแล้วใช้ลิ้นกับเรา คือเราลืมตาได้ พอจะขยับอะไรได้นิดหน่อย แต่คราวนี้มันเหมือนกับว่าเราจะง่วงจนต้องหลับลงอีก พอหลับไปนิดนึงก็จะรู้สึกเหมือนเดิมอีก คือมันมาลูบ มาเลียเรา แล้วก็เหมือนเราจะหลับลึกไปเองเพราะความเหนื่อย บวกกับไม่ได้นอนเมื่อคืนก่อน ทุกอย่างเหมือนปิดสวิทช์</p>
<p>ตอนเช้าเพื่อนปลุกเราตื่นไปเตรียมตัว วันนี้เป็นวันสุดท้าย จบงานคือเดินทางกลับแล้ว เราเข้าห้องน้ำไป คือรู้สึกได้เลยว่าข้างล่างมันแฉะๆ ทั้งหมดนี้เราก็พยายามจะคิดแบบวิทยาศาสตร์ เหมือนฝันเปียกของผู้ชายหรือเปล่า แต่พอคิดแบบนั้นก็จะถูกหักล้างด้วยรอยดูดที่หน้าอก ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นเองได้ คือเราก็เคยโดนดูดไง ถึงได้รู้..</p>
<p>ผ่านไปหลายเดือนเราก็ได้ไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เคยโดนคล้ายๆ กัน แต่ของมันเหมือนจะหนักกว่า คือสอดใส่มาเลย เสียวจริง เจ็บจริง ทั้งดูด ทั้งกัด ทั้งข่วน มันบอกเราว่า มีคนบอกว่า แบบนี้อาจเกิดจากพวกเล่นผี ของขลัง ทดลองวิชาด้านมืด ส่งผีมารบกวน.. ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่? แต่เราแค่อยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้ฟัง ว่าเรื่องแปลกๆ แบบนี้มันก็มีด้วยค่ะ</p>
<p><b>Story by</b> คุณดี (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story660/">660 ผีหื่น</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story660/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>609 คืนหนึ่งที่ป่าตอง</title>
		<link>https://thehouse.online/story609/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story609/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Feb 2019 14:30:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5038</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณซีซ่าร์ครับ คุณซีซ่าร์เล่าว่า.. ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน วันที่ 12 เมษายน ซ่ามีโอกาสได้ไปเที่ยวภูเก็ตกับพี่สาวที่สนิทกัน พี่คนนี้ชื่อ อ้อ พี่อ้อมีแฟนเป็นสาวหล่อค่ะ พวกเราเดินทางโดยเครื่องบินไปถึงภูเก็ตช่วงบ่ายๆ ก็มีครูสอนเทควันโดซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพี่อ้อมารับ ครูพาเราไปขับรถชมเมืองภูเก็ต แล้วไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวหาดป่าตอง ลักษณะของโรงแรมเป็นเรือนทรงไทย 4 ชั้น กึ่งโมเดิร์นนิดๆ มีสระว่ายน้ำอยู่หลังโรงแรม ห้องที่เราได้พักอยู่ชั้น 2 มองจากหน้าต่างเลยไปนิดเดียวประมาณไม่ถึง100 เมตร ก็เป็นหาดป่าตองค่ะ โรงแรมออกจะเงียบเหงานิดหน่อย แต่ข้างนอกนี่คึกคักเลย แล้วคืนแรกก็ผ่านไปไม่มีอะไร คืนที่ 2 หลังจากพวกเราออกไปดำน้ำ ก็กลับมาถึงโรงแรมด้วยความเหนื่อยล้า แต่พี่อ้อกับแฟนนั้นดูจะยังไม่เหนื่อย เลยพากันไปเดินเล่นที่ซอยบางลา คืนนั้นสงกรานต์คึกคักมากๆ ส่วนซ่าขอตัวอยู่ห้องพักผ่อน ซ่าก็เข้าไปอาบน้ำก่อน เพราะตอนเดินกลับมาโดนสาดน้ำเปียกตลอดทาง.. ระหว่างอาบน้ำอยู่ ซ่าก็ได้ยินเสียงประตูเลื่อนของตู้เสื้อผ้าในห้องดัง ‘ครืดๆ’ และได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเลือกเสื้อผ้า ‘กึกๆ กักๆ’ ซ่าเลยตะโกนออกไปว่า ‘อ้าว..พี่อ้อลืมของเหรอ?’ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ทุกอย่างเงียบนิ่ง.. พออาบเสร็จเดินออกมาดู ก็ไม่มีใครอยู่ในห้อง และที่สำคัญ โซ่คล้องประตูก็ยังคล้องไว้อยู่ แล้วใครจะเข้ามาได้ล่ะ? ซ่าเลยมาเช็คที่ตู้เสื้อผ้า เปิดออกมา อ้าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story609/">609 คืนหนึ่งที่ป่าตอง</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณซีซ่าร์ครับ คุณซีซ่าร์เล่าว่า.. ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน วันที่ 12 เมษายน ซ่ามีโอกาสได้ไปเที่ยวภูเก็ตกับพี่สาวที่สนิทกัน พี่คนนี้ชื่อ อ้อ พี่อ้อมีแฟนเป็นสาวหล่อค่ะ พวกเราเดินทางโดยเครื่องบินไปถึงภูเก็ตช่วงบ่ายๆ ก็มีครูสอนเทควันโดซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพี่อ้อมารับ ครูพาเราไปขับรถชมเมืองภูเก็ต แล้วไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวหาดป่าตอง ลักษณะของโรงแรมเป็นเรือนทรงไทย 4 ชั้น กึ่งโมเดิร์นนิดๆ มีสระว่ายน้ำอยู่หลังโรงแรม ห้องที่เราได้พักอยู่ชั้น 2 มองจากหน้าต่างเลยไปนิดเดียวประมาณไม่ถึง100 เมตร ก็เป็นหาดป่าตองค่ะ โรงแรมออกจะเงียบเหงานิดหน่อย แต่ข้างนอกนี่คึกคักเลย แล้วคืนแรกก็ผ่านไปไม่มีอะไร</p>
<p>คืนที่ 2 หลังจากพวกเราออกไปดำน้ำ ก็กลับมาถึงโรงแรมด้วยความเหนื่อยล้า แต่พี่อ้อกับแฟนนั้นดูจะยังไม่เหนื่อย เลยพากันไปเดินเล่นที่ซอยบางลา คืนนั้นสงกรานต์คึกคักมากๆ ส่วนซ่าขอตัวอยู่ห้องพักผ่อน ซ่าก็เข้าไปอาบน้ำก่อน เพราะตอนเดินกลับมาโดนสาดน้ำเปียกตลอดทาง.. ระหว่างอาบน้ำอยู่ ซ่าก็ได้ยินเสียงประตูเลื่อนของตู้เสื้อผ้าในห้องดัง ‘ครืดๆ’ และได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเลือกเสื้อผ้า ‘กึกๆ กักๆ’ ซ่าเลยตะโกนออกไปว่า ‘อ้าว..พี่อ้อลืมของเหรอ?’ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ทุกอย่างเงียบนิ่ง.. พออาบเสร็จเดินออกมาดู ก็ไม่มีใครอยู่ในห้อง และที่สำคัญ โซ่คล้องประตูก็ยังคล้องไว้อยู่ แล้วใครจะเข้ามาได้ล่ะ? ซ่าเลยมาเช็คที่ตู้เสื้อผ้า เปิดออกมา อ้าว ในนั้นว่างเปล่า มีแต่เสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรม 2 ตัว และตู้เซฟขนาดเล็ก ด้วยความง่วงซ่าเลยไม่สนใจ เพราะเสียงอาจจะมาจากข้างห้องก็เป็นได้</p>
<p>ซ่าปิดไฟห้อง เหลือแต่ไฟห้องน้ำแง้มประตูไว้พอให้แสงลอดออกมาหน่อย แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงคิงไซส์ ตะแคงขวาหันหน้าไปทางประตู สักพักหนึ่ง ยังไม่ทันหลับ ซ่ารู้สึกเหมือนมีคนตัวโตๆ คลานขึ้นมาบนที่นอน นึกออกไหมคะ เสียงของคนเวลาขึ้นที่นอนที่ปูไว้ตึงเปรี๊ยะ เสียงมันจะ ‘ซืด ซืด’ อยู่ตรงข้างหลังซ่า ตอนนั้นขนลุกไปทั้งตัวเลยค่ะ รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่มารดต้นคอ หูซ้าย ไล่ลงไปที่แขน แล้วกลับขึ้นมาที่ใบหูอีกครั้ง ก่อนจะหอมมาที่แก้มซ้ายซ่าเบาๆ 2 ครั้ง ลมหายใจของเค้า ซ่ารับรู้ได้เลยค่ะ ตอนนั้นซ่าอึ้งมาก ตัวแข็งทื่อ หัวใจนี่เต้นแรงมากๆๆๆ ในเมื่อเราอยู่ในห้องคนเดียว ประตูก็ล็อค หน้าต่างก็ปิด แล้วสิ่งที่อยู่ข้างหลังคือ?? ซ่าได้แต่ภาวนาขอให้พี่อ้อรีบกลับมาเร็วๆ</p>
<p>เป็นเวลาราวครึ่งชั่วโมงได้ ที่สิ่งนั้นใช้ชีวิตร่วมกับเราอยู่บนเตียง ซ่ารับรู้ได้ว่าเขาพลิกตัวไปพลิกตัวมา แล้วเหมือนชะโงกดูเราอยู่เรื่อยๆ ซ่าทำได้แค่แกล้งหลับ และภาวนาให้พี่อ้อรีบกลับมา สักพัก ซ่าได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชายเบาๆ ข้างหู ‘ฮึฮึ..’ แต่เป็นเสียงเหมือนผู้ใหญ่หัวเราะให้เด็กด้วยความเอ็นดูแบบนั้น ..จนในที่สุด ซ่าก็ได้ยินเสียงประตูเปิด พี่อ้อกับแฟนกลับมาแล้ว! ซ่ารีบพุ่งตัวไปเอาโซ่ที่คล้องออก ให้พี่อ้อกับแฟนเข้ามา พี่อ้อถามซ่าว่า ‘เป็นอะไร ทำไมหน้าซีด ตัวเปียกหมดเลย..’ แต่ตอนนั้นซ่าไม่กล้าพูดอะไร พอหันกลับไปตรงที่นอนเท่านั้นล่ะ ซ่าเห็นที่นอนตรงด้านหลังที่ซ่านอน ยวบเป็นรูปตัวคนเลย แต่ซ่าก็ไม่ได้พูดอะไร คิดในใจว่า เจอดีเข้าแล้วสิ แต่ก็พอจะเดาออกว่าคืออะไร อาจเพราะที่นั่นคือหาดป่าตอง ที่ที่เคยมีเหตุการณ์สึนามินั่นล่ะค่ะ..</p>
<p><b>Story by</b> คุณซีซ่าร์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story609/">609 คืนหนึ่งที่ป่าตอง</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story609/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>549 เรื่องสยองที่เมืองทอง</title>
		<link>https://thehouse.online/story549/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story549/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 May 2018 13:53:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[เสียง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4470</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณ K (นามสมมติ) ครับ คุณ K เล่าว่า.. เหตุการณ์ที่จะเล่านี้ผ่านมาประมาณปีกว่าๆ แล้วค่ะ ช่วงนั้นเราเป็นเด็กกิจกรรมของชมรมในโรงเรียน ซึ่งมันก็จะมีกิจกรรมเข้ามาอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือการไปประกวดชมรมที่ต่างสถานที่ และที่ที่จะไปกันคือย่านเมืองทอง จังหวัดนนทบุรี ไปกับรุ่นพี่ คณะครู และเพื่อนๆ รวม 30 กว่าคนได้ ไป 3 วัน 2 คืนค่ะ ทุกคนจะถูกแบ่งที่พักกันไว้เรียบร้อยแล้ว สถานที่พักเป็นคอนโดเก่าๆ แห่งหนึ่ง คนที่อยู่ย่านเมืองทองน่าจะรู้จักกันดี พอไปถึงเราก็รับกุญแจอะไรเรียบร้อย ต่างกลุ่มต่างก็แยกย้ายกันไปที่ห้องพักของตัวเอง เราได้นอนกับเพื่อนอีก 3 คน รวมเราเป็น 4 คน ไขกุญแจห้องเข้าไปทุกอย่างดูปกติดีค่ะ ขวามือเป็นห้องน้ำอยู่ติดกับประตูเข้าห้อง ลักษณะห้องเป็นห้องแฝด มีห้องข้างในกับข้างนอก เรากับ เอ (นามสมมติ) นอนห้องข้างใน ส่วนเพื่อนอีก 2 คนนอนห้องข้างนอกค่ะ.. คืนแรกพอจัดของจัดอะไรเสร็จ เราเป็นคนแรกที่อาบน้ำค่ะ ตอนเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป เราเห็นเส้นผมที่พื้นกระจุกหนึ่ง ในใจก็คิดว่าแม่บ้านคงทำไม่สะอาด ก็ไม่ได้สนใจ พออาบไปได้สักพัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story549/">549 เรื่องสยองที่เมืองทอง</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณ K (นามสมมติ) ครับ คุณ K เล่าว่า.. เหตุการณ์ที่จะเล่านี้ผ่านมาประมาณปีกว่าๆ แล้วค่ะ ช่วงนั้นเราเป็นเด็กกิจกรรมของชมรมในโรงเรียน ซึ่งมันก็จะมีกิจกรรมเข้ามาอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือการไปประกวดชมรมที่ต่างสถานที่ และที่ที่จะไปกันคือย่านเมืองทอง จังหวัดนนทบุรี ไปกับรุ่นพี่ คณะครู และเพื่อนๆ รวม 30 กว่าคนได้ ไป 3 วัน 2 คืนค่ะ ทุกคนจะถูกแบ่งที่พักกันไว้เรียบร้อยแล้ว สถานที่พักเป็นคอนโดเก่าๆ แห่งหนึ่ง คนที่อยู่ย่านเมืองทองน่าจะรู้จักกันดี</p>
<p>พอไปถึงเราก็รับกุญแจอะไรเรียบร้อย ต่างกลุ่มต่างก็แยกย้ายกันไปที่ห้องพักของตัวเอง เราได้นอนกับเพื่อนอีก 3 คน รวมเราเป็น 4 คน ไขกุญแจห้องเข้าไปทุกอย่างดูปกติดีค่ะ ขวามือเป็นห้องน้ำอยู่ติดกับประตูเข้าห้อง ลักษณะห้องเป็นห้องแฝด มีห้องข้างในกับข้างนอก เรากับ เอ (นามสมมติ) นอนห้องข้างใน ส่วนเพื่อนอีก 2 คนนอนห้องข้างนอกค่ะ.. คืนแรกพอจัดของจัดอะไรเสร็จ เราเป็นคนแรกที่อาบน้ำค่ะ ตอนเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป เราเห็นเส้นผมที่พื้นกระจุกหนึ่ง ในใจก็คิดว่าแม่บ้านคงทำไม่สะอาด ก็ไม่ได้สนใจ พออาบไปได้สักพัก เราก็ได้ยินเสียงคนทุบผนังห้องน้ำค่ะ ทุบแบบดังมาก ตกใจเลย แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าอาจจะเป็นเสียงห้องข้างๆ ที่อยู่ติดกัน พอเราอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องอีกค่ะ ‘ก๊อกๆๆ’ เรากำลังจะเอื้อมมือไปเปิด แต่เอมาห้ามเอาไว้ บอกว่าอย่าเปิด ให้ส่องตาแมวดูก่อน พอเอพูดจบเสียงเคาะประตูห้องก็ดังอีกค่ะ ‘ก๊อกๆๆ’ เรายืนอยู่หน้าประตูอยู่แล้วก็เลยส่องตาแมวดู แต่กลับไม่มีใคร.. เราเลยเดินงงไปที่เตียง แต่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเพราะเสียงเคาะประตูมันดังขึ้นอีก! บี (นามสมมติ) เพื่อนเราอีกคนทนไม่ไหว เลยเดินไปเปิดประตูออกไปดู ปรากฏว่าไม่มีใครจริงๆ ค่ะ บีคิดว่าอาจจะเป็นรุ่นพี่มาแกล้ง เลยยืนรอที่ประตูกะว่าถ้าเคาะอีกก็จะรีบเปิดเลย แล้วเสียงประตูก็ดังขึ้นอีกจริงๆ ค่ะ ‘ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆ’ คราวนี้เคาะรัวกว่าทุกครั้งเลย บีรีบเปิดประตูออกไปทันที แต่สิ่งที่เห็นคือ ไม่มีใครเลย.. คือถ้าวิ่งหนีก็ต้องได้ยินเสียงร้องเท้า แต่ใครจะวิ่งได้ไวขนาดนั้น? แต่นี่คือว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงา พอบีเห็นแบบนั้นมันก็คิดว่าคงโดนแล้วแน่ๆ เลยรีบปิดประตูวิ่งกระโดดขึ้นเตียงทันที ที่เหลือก็รีบพากันอาบน้ำแล้วก็รีบเข้านอนเช่นกัน</p>
<p>ส่วนตัวเรากับเอเป็นคนที่นอนดึกและติดมือถือกันทั้งคู่ นอนเล่นไปเล่นมาจนถึงราวๆ ตี 2 เราก็ได้ยินเสียงคนห้องตรงข้ามทะเลาะกัน อารมณ์ประมาณผัวเมียทะเลาะกันเสียงดังมาก เสียงเหมือนทะเลาะกันอยู่หน้าห้องเราน่ะค่ะ ฝ่ายชายก็เคาะประตูห้องพร้อมกับตะโกนประมาณให้ฝ่ายหญิงออกมาคุย เรากับเอหันมามองหน้ากันแบบ ‘..มึงก็ได้ยินใช่ป่ะ?’ แต่ไม่มีใครพูดอะไร สักพักก็มีเสียงเหมือนคนปาแก้วลงพื้นค่ะ คือดังลั่นมาก ทุกคนสะดุ้งตื่นกันหมดเลย นี่แค่คืนแรกนะคะ..</p>
<p>ต่อมาเป็นคืนที่ 2 ค่ะ คืนสุดท้ายที่พวกเราจะพักที่นี่ พอประกวดอะไรเสร็จทุกคนก็กลับเข้าที่พักของใครของมัน แต่คืนนี้มีรุ่นพี่มานอนด้วย เป็นเพศที่ 3 ทุกคนก็คุยกันไปแกะอาหารกินกันไป จู่ๆ ไฟก็ดับค่ะ แต่ที่แปลกคือไปดับแค่ดวงตรงกลางห้อง ตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ห้องข้างในก็ยังสว่าง แอร์ ทีวี ทุกอย่างยังทำงานตามปกติ ทุกคนเลยหันมามองหน้าแบบรู้กัน แล้วมันเป็นแบบนี้หลายครั้งมากค่ะ ติดๆ ดับๆ เหมือนมีใครแกล้งปิด สักพักพอไฟมา เสียงทุบก็ดังรอบห้องเลยค่ะ ‘ตึงๆๆๆๆๆๆ’ ทุบแบบเดียวกันกับในห้องน้ำเมื่อวานแต่ดังกว่ามาก ทุบไล่วนไปรอบห้องเลย จะเป็นคนแกล้งก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะผนังฝั่งหน้าต่างก็ยังดังด้วย (หน้าต่างเปิดออกไปไม่มีที่ยืน) ซี (นามสมมติ) เพื่อนเราอีกคนถึงกับร้องไห้ออกมาเลยค่ะ ซีเป็นคนที่กลัวผีมาก พอมาเจออะไรแบบนี้คงทนไม่ไหวแล้ว</p>
<p>สรุปคืนนั้นเลยตัดสินใจนอนห้องข้างนอกด้วยกันทั้ง 5 คนเลยค่ะ เป็นเตียงขนาดคิงไซส์ หน้าเตียงมีทีวี ข้างๆ เป็นตู้เสื้อผ้าแบบมีกระจก พอกำลังจะนอน รุ่นพี่ก็บอกให้ทุกคนไหว้พระด้วย ทุกคนก็ทำตามโดยไม่มีข้อสงสัย เราเป็นคนหลับยากก็มองนั่นมองนี่ไปเรื่อย แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับเงาสะท้อนในทีวีเข้า ตอนแรกก็คิดว่าตาฝาด แต่พอเพ่งมองดีๆ เราเห็นเป็นเงาสะท้อนร่างผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่บนเตียง!! ทั้งๆ ที่ตอนนั้นทุกคนอยู่ในท่านอนกันหมดแล้ว ตอนนั้นเราสติแตกหนักมาก นอนตัวแข็งทื่อ ช็อคกับสิ่งที่เห็น เราไม่พูดอะไร ไม่เรียกใคร นอนคลุมโปงยันเช้าเลยค่ะ</p>
<p>ยังค่ะ..ยังไม่หมด ตอนเช้าที่กำลังเก็บของจะออกจากห้อง บีที่กำลังเก็บของออกจากตู้เสื้อผ้าก็ถึงกับผงะ เพราะตรงฝาตู้ด้านซ้ายมีผ้ายันต์ติดอยู่ ตอนนั้นเห็นกันหมดทุกคน เอตั้งสติได้เลยบอกให้พวกเรารีบเก็บของจะได้รีบลงไป พอเก็บของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วกำลังจะออกจากห้อง ตาเราก็เหลือบมองขึ้นไปบนหัวประตู สิ่งที่เห็นคือเป็นหิ้งต่อยื่นออกมา บนหิ้งมีน้ำแดงกับพวงมาลัยเก่าๆ วางอยู่ ตอนนั้นนี่คือน้ำตาคลอเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีของพวกนี้ในห้อง.. แค่นั้นยังไม่พอ ห้องข้างๆ ที่เราคิดว่ามีคนอยู่ ประตูห้องถูกล็อคอย่างแน่นหนา แถมมีลูกกรงล็อคแม่กุญแจอีกชั้นด้วยค่ะ และที่พีคกว่าคือห้องตรงข้ามที่เราได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ออกมาเห็นเลยว่ามียันต์แปะอยู่ ส่วนตรงลูกกรงกับลูกบิดประตูนี่ฝุ่นเขรอะเลย เห็นแบบนั้นมั่นใจเลยว่า เสียงที่ได้ยินผ่านมา 2 คืนต้องไม่ใช่เสียงคนแน่ๆ ..และนี่คือสิ่งที่เรากับเพื่อนๆ เจอมาค่ะ ถึงจะไม่ได้เจอจังๆ แต่สำหรับเราถือว่าโหดมาก เล่นเอาหลอนไปเป็นเดือนเลยค่ะ</p>
<p><b>Story by</b> คุณ K (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story549/">549 เรื่องสยองที่เมืองทอง</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story549/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>519 ผู้หญิงหน้าศาล</title>
		<link>https://thehouse.online/story519/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story519/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Feb 2018 13:59:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4269</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณหวาน (นามสมมติ) ครับ คุณหวานเล่าว่า.. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีค่ะ ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เรายังจำได้ติดตาเลย คืนหนึ่งเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ เรากับแฟนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปหาเพื่อนของแฟน ซึ่งทำงานเป็นพนักงานในโรงแรมแห่งนั้น เพื่อนแฟนไม่ได้อยู่ส่วนหน้าของโรงแรม แต่ไปอยู่ส่วนบังกะโลติดชายหาด เราเองก็ยังไม่เคยเข้าไปนะคะ บอกเลยว่าบรรยากาศเงียบ และวังเวงมาก เพราะเวลาดึกขนาดนั้น แขกที่พักส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เค้าก็จะออกไปเที่ยวกลางคืนกันหมด แฟนเราพาขี่รถเข้าไปตามทางเดินเล็กๆ รอบๆ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม และมืดมาก มีแสงสว่างจากโคมไฟเล็กๆ ตามทางเดินเท่านั้น และที่พื้นจะมีเศษใบไม้แห้งเยอะมาก ถ้าใครเคยขี่รถเหยียบใบไม้แห้งคงจะเข้าใจนะคะ ว่าใบมันจะปลิวตามหลังล้อรถพร้อมกับเสียงเบาๆ ระหว่างที่ขี่เข้าไปตามทางนั้น สายตาเราก็ดันหันไปมองตึกตึกหนึ่ง ที่มีเรือนนั่งเป็นไม้ และมีศาลอยู่ข้างหน้า เราเห็นผู้หญิงใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ นั่งอยู่ตรงสนามหน้าหน้าศาลนั้น ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเค้าคงจะมาไหว้ศาล พอไปถึงที่หมาย แฟนเราก็คุยกับเพื่อนไปตามปกติ แต่ก่อนกลับ เพื่อนแฟนดันมาฝากซื้อของที่เซเว่น เพราะว่าเค้าออกไปซื้อเองไม่ได้ เรากับแฟนเลยต้องขี่รถออกไปซื้อ และกลับเข้าไปใหม่อีกรอบ ซึ่งตอนที่ขี่ออกมา เราก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่เดิมนะคะ นั่งก้มหน้าอยู่ แต่คราวนี้ใจเราหวิวมาก บรรยากาศก็ชวนหลอน เสียงใบไม้แห้งปลิวตามรถยิ่งทำให้ขนลุกหนักมาก พอเอาของไปให้เพื่อนแฟน ด้วยความสงสัยเราจึงถามเค้าว่า ‘ดึกป่านนี้ยังมีคนไหว้พระอีกเหรอ?’ เพื่อนแฟนก็แปลกใจว่า ตรงไหน? ใครไหว้พระที่ไหน เราก็เล่าที่เห็นให้เค้าฟัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story519/">519 ผู้หญิงหน้าศาล</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณหวาน (นามสมมติ) ครับ คุณหวานเล่าว่า.. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีค่ะ ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เรายังจำได้ติดตาเลย คืนหนึ่งเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ เรากับแฟนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปหาเพื่อนของแฟน ซึ่งทำงานเป็นพนักงานในโรงแรมแห่งนั้น เพื่อนแฟนไม่ได้อยู่ส่วนหน้าของโรงแรม แต่ไปอยู่ส่วนบังกะโลติดชายหาด เราเองก็ยังไม่เคยเข้าไปนะคะ บอกเลยว่าบรรยากาศเงียบ และวังเวงมาก เพราะเวลาดึกขนาดนั้น แขกที่พักส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เค้าก็จะออกไปเที่ยวกลางคืนกันหมด แฟนเราพาขี่รถเข้าไปตามทางเดินเล็กๆ รอบๆ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม และมืดมาก มีแสงสว่างจากโคมไฟเล็กๆ ตามทางเดินเท่านั้น และที่พื้นจะมีเศษใบไม้แห้งเยอะมาก ถ้าใครเคยขี่รถเหยียบใบไม้แห้งคงจะเข้าใจนะคะ ว่าใบมันจะปลิวตามหลังล้อรถพร้อมกับเสียงเบาๆ ระหว่างที่ขี่เข้าไปตามทางนั้น สายตาเราก็ดันหันไปมองตึกตึกหนึ่ง ที่มีเรือนนั่งเป็นไม้ และมีศาลอยู่ข้างหน้า เราเห็นผู้หญิงใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ นั่งอยู่ตรงสนามหน้าหน้าศาลนั้น ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเค้าคงจะมาไหว้ศาล</p>
<p>พอไปถึงที่หมาย แฟนเราก็คุยกับเพื่อนไปตามปกติ แต่ก่อนกลับ เพื่อนแฟนดันมาฝากซื้อของที่เซเว่น เพราะว่าเค้าออกไปซื้อเองไม่ได้ เรากับแฟนเลยต้องขี่รถออกไปซื้อ และกลับเข้าไปใหม่อีกรอบ ซึ่งตอนที่ขี่ออกมา เราก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่เดิมนะคะ นั่งก้มหน้าอยู่ แต่คราวนี้ใจเราหวิวมาก บรรยากาศก็ชวนหลอน เสียงใบไม้แห้งปลิวตามรถยิ่งทำให้ขนลุกหนักมาก พอเอาของไปให้เพื่อนแฟน ด้วยความสงสัยเราจึงถามเค้าว่า ‘ดึกป่านนี้ยังมีคนไหว้พระอีกเหรอ?’ เพื่อนแฟนก็แปลกใจว่า ตรงไหน? ใครไหว้พระที่ไหน เราก็เล่าที่เห็นให้เค้าฟัง เค้าก็เงียบไปไม่พูดอะไร แล้วบอกแค่ว่า ‘ขากลับก็ให้ขี่รถดีๆ เห็นอะไรก็ไม่ต้องไปทัก..’ ตอนนั้นเรากับแฟนก็ยังงงๆ อยู่นะคะ</p>
<p>ตอนขี่รถออกมา ใจเรานี่หวิวๆ อย่างบอกไม่ถูกเลย เราบอกแฟนว่าเร่งความเร็วหน่อยนะ รู้สึกกลัวยังไงไม่รู้ พอออกมาเราก็มองไปที่เดิมที่เราเห็นผู้หญิงคนนั้น แต่เอ๊ะ! ไม่มีแล้ว.. เค้าไปไหนแล้ว? เราได้แต่กอดหลังแฟนแน่นมาก แต่ความรู้สึกหวิวๆ เสียวๆ ข้างหลังมันแรงมาก จนเราต้องหันไปมอง แล้วก็แทบช็อคค่ะ!! เราเห็นผู้หญิงเสื้อขาวกางเกงยีนส์ ผมยาวปิดหน้าปิดตา กำลังวิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์เรา เสียงเท้าที่เหยียบย่ำใบไม้ดังชัดเจนมาก วิ่งเร็วมากกกกก ตามมาแบบติดๆ เลยล่ะค่ะ เค้าพยายามจะเอามือมาจับเราให้ได้ เราก็ได้แต่ร้อง ‘กรี๊ดๆๆ’ แล้วบอกแฟนให้เร็วๆๆๆ จนออกมาถึงย่านชุมชนใกล้ๆ ที่พัก แฟนเราก็จอดรถ เรานี่รีบกระโดดลงจากรถวิ่งเข้าไปหาป้าที่รู้จักเลยค่ะ แฟนเราก็ตกใจรีบถามเราว่าเป็นอะไร? เพราะคนแถวนั้นต่างก็งงมากที่เห็นเราร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั้งร้องทั้งสั่นแทบจะเป็นลมให้ได้ คือมันชัดเจนและน่ากลัวมากกกกก</p>
<p>พอเราตั้งสติได้ เราก็เล่าสิ่งที่เห็นให้ป้าเค้าฟัง ป้าเค้ากลับนั่งฟังยิ้มๆ พร้อมกับเดินไปเอาหนังสือพิมพ์เก่ามาฉบับนึงยื่นให้เราดู เราช็อคมาก เพราะเป็นข่าวผู้หญิงกระโดดตึกตายเพราะน้อยใจแฟนชาวต่างชาติ และที่สำคัญ เธอใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ ซึ่งมันตรงกับที่เราเห็นทุกอย่าง เพียงแค่เราไม่ได้เห็นหน้าเธอเท่านั้น! เราอึ้งมากแทบจะเป็นลมตรงนั้น ป้ายังบอกอีกนะว่า ‘เนี่ย โดนกันมาเยอะแล้ว เกือบทุกจุดของโรงแรมนั้นน่ะมีคนตายทั้งนั้น ยิ่งกระโดดตึกนี่บ่อยมากเลยล่ะ..’ เรานี่กลับบ้านจับไข้หัวโกร๋นไปหลายวันเลยค่ะ</p>
<p><b>Story by</b> คุณหวาน (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story519/">519 ผู้หญิงหน้าศาล</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story519/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
