<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท้าทาย - The House</title>
	<atom:link href="https://thehouse.online/tag/%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thehouse.online</link>
	<description>เว็บไซต์เพื่อความบันเทิงแนวสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 Nov 2019 16:20:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/04/cropped-tag-32x32.jpg</url>
	<title>ท้าทาย - The House</title>
	<link>https://thehouse.online</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>642 ผลของปาก</title>
		<link>https://thehouse.online/story642/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story642/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2019 13:24:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5337</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณยุ้ยครับ คุณยุ้ยเล่าว่า.. ตอน ม.3 เราเป็นเด็กกิจกรรมที่โรงเรียน ครูก็จะเรียกให้ทำกิจกรรมบ่อยๆ ค่ะ เรียกว่าแทบจะทุกงานต้องมีเรา ทั้งงานร้องเพลง งานวันครู อะไรแบบนี้ เช้าวันหนึ่ง ครูทักมาในไลน์กลุ่มว่า ทางโรงเรียนจะส่งชุดการแสดงละครธรรมะเข้าประกวดนะ และแน่นอนว่าเราคือหนึ่งในนั้น พวกเราต้องซ้อมล่วงหน้าเป็นเดือน แต่เหตุสยองมันเกิดขึ้นในคืนก่อนวันที่จะไปแข่งค่ะ คืนนั้น นักแสดงต้องมาซ้อมใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายที่โรงเรียน แล้วก็นอนค้างที่โรงเรียนเลย เพื่อจะตื่นมาแต่งหน้า แต่งตัว ทำผมในตอนเช้าตรู่.. เราซ้อมกันเสร็จรอบสุดท้ายก็ 4 ทุ่มกว่าแล้ว ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ เตรียมจะเข้านอน เพื่อนคนหนึ่งก็ดันคิดอะไรขึ้นมาไม่รู้ ปากพล่อยพูดออกมาว่า ‘แม่ง บรรยากาศตอนดึกๆ ที่โรงเรียนนี่ทั้งมืด ทั้งเงียบเลยเนอะ หลอนดีชิบหาย ไม่ใช่ว่าจะมีใครมานอนด้วยนะ แต่ก็มาเถอะ อยู่กันเยอะไม่กลัวหรอก อยากเจอว่ะ!’ พูดไปมันก็ขำไปแบบไม่คิดอะไร ..แต่คนอื่นๆ นี่สิ แทบไม่กล้าจะลุกไปฉี่เลยค่ะ นอนต่างที่อยู่แล้ว ยังจะต้องมาหลอนกับคำพูดของมันอีก มันน่าไหมล่ะ? ประมาณตี 2 ไอ้เพื่อนคนที่พูดนั่นล่ะ มันเกิดปวดฉี่ขึ้นมา มันก็เรียกทุกคน แต่ไม่มีใครกล้าไปกับมันสักคน จนมันทนไม่ไหวต้องลุกออกไปคนเดียว.. ไม่กี่อึดใจ มันวิ่งผลักประตูโวกเวกโวยวายน้ำตาไหล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story642/">642 ผลของปาก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณยุ้ยครับ คุณยุ้ยเล่าว่า.. ตอน ม.3 เราเป็นเด็กกิจกรรมที่โรงเรียน ครูก็จะเรียกให้ทำกิจกรรมบ่อยๆ ค่ะ เรียกว่าแทบจะทุกงานต้องมีเรา ทั้งงานร้องเพลง งานวันครู อะไรแบบนี้ เช้าวันหนึ่ง ครูทักมาในไลน์กลุ่มว่า ทางโรงเรียนจะส่งชุดการแสดงละครธรรมะเข้าประกวดนะ และแน่นอนว่าเราคือหนึ่งในนั้น</p>
<p>พวกเราต้องซ้อมล่วงหน้าเป็นเดือน แต่เหตุสยองมันเกิดขึ้นในคืนก่อนวันที่จะไปแข่งค่ะ คืนนั้น นักแสดงต้องมาซ้อมใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายที่โรงเรียน แล้วก็นอนค้างที่โรงเรียนเลย เพื่อจะตื่นมาแต่งหน้า แต่งตัว ทำผมในตอนเช้าตรู่.. เราซ้อมกันเสร็จรอบสุดท้ายก็ 4 ทุ่มกว่าแล้ว ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ เตรียมจะเข้านอน เพื่อนคนหนึ่งก็ดันคิดอะไรขึ้นมาไม่รู้ ปากพล่อยพูดออกมาว่า <em><strong>‘แม่ง บรรยากาศตอนดึกๆ ที่โรงเรียนนี่ทั้งมืด ทั้งเงียบเลยเนอะ หลอนดีชิบหาย ไม่ใช่ว่าจะมีใครมานอนด้วยนะ แต่ก็มาเถอะ อยู่กันเยอะไม่กลัวหรอก อยากเจอว่ะ!’</strong></em> พูดไปมันก็ขำไปแบบไม่คิดอะไร ..แต่คนอื่นๆ นี่สิ แทบไม่กล้าจะลุกไปฉี่เลยค่ะ นอนต่างที่อยู่แล้ว ยังจะต้องมาหลอนกับคำพูดของมันอีก มันน่าไหมล่ะ?</p>
<p>ประมาณตี 2 ไอ้เพื่อนคนที่พูดนั่นล่ะ มันเกิดปวดฉี่ขึ้นมา มันก็เรียกทุกคน แต่ไม่มีใครกล้าไปกับมันสักคน จนมันทนไม่ไหวต้องลุกออกไปคนเดียว.. ไม่กี่อึดใจ มันวิ่งผลักประตูโวกเวกโวยวายน้ำตาไหล พร้อมกับเปิดไฟทั่วห้องประชุมตะโกนว่า ‘ช่วยด้วยๆ ครูช่วยหนูด้วย!!!!’ มันร้องไห้แบบจริงจังมาก พูดแต่คำว่า ‘ขอโทษๆ ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว..’ ครูก็ปลอบมันจนมันดีขึ้น</p>
<p>พอตอนเช้ามันมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนตอนมันเดินไปเข้าห้องน้ำ จะต้องผ่านห้องพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียน จะมีหุ่นเก่าๆ ใส่ชุดไทย รูปภาพศิษย์เก่า อาจารย์เก่า ที่เป็นรูปภาพขาวดำเต็มไปหมด ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนแอบมองผ่านกระจกด้านในห้องนั้น แต่ด้วยความที่ปวดฉี่มาก เลยไม่ได้สนใจอะไร รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่ทำธุระอยู่ ก็มีใครไม่รู้มาเคาะประตูห้องน้ำ <em>‘ปั้ง! ปั้ง!’</em> เสียงดังมากกก แล้วก็มีเสียงหัวเราะคิกคักตาม มันเลยตะโกนไปว่า ‘ไม่ต้องมาแกล้งกูเลย แป๊บนึง กูใส่กางเกงแล้ว..’ แล้วเสียงเคาะก็ดังอีก แต่คือแบบดังกว่าเดิมมากกกกก เหมือนแบบโมโห และเคาะหลายครั้งรัวๆ <em>‘ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!’</em> แต่คราวนี้ไม่มีเสียงหัวเราะ มันก็รีบเปิดประตูออกมาทันที แต่สิ่งที่เห็นคือว่างเปล่า..</p>
<p>มันคิดในใจว่าต้องมีใครแกล้งแน่ๆ มันเดินอย่างไวกะจะรีบขึ้นมาด่าพวกเรา แต่มันก็ต้องสะดุดกับเสียงบางอย่างที่ดังไล่หลังมา พอหันหลังไปเท่านั้นล่ะ สติแทบหลุด เห็นเป็นเด็ก 3-4 คน สภาพคือเลือดเต็มตัว แผลเหวอะหวะไปหมด วิ่งเข้ามาจับแขนมัน จ้องหน้ามันแล้วพูดว่า ‘พี่อยากเจอหนูเหรอ?’ แล้วก็หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน มันบอกว่าเป็นอารมณ์ที่จะร้องก็ร้องไม่ออก จะวิ่งก็วิ่งไม่ไป มันรวบรวมสติหันกลับ กำลังจะก้าวขาวิ่ง แต่มันก็ต้องชะงักอีกครั้ง มันเห็นหุ่นในห้องพิพิธภัณฑ์ เอาหน้ามาแนบกระจกแล้วแสยะยิ้มให้ เป็นภาพที่สยองมาก ทุกคนที่ฟังมันเล่าต่างขนลุกชันไปตามๆ กัน มันดึงสติรวบรวมความกล้าวิ่งรวดเดียวจนมาถึงห้องประชุมที่นอนนั่นล่ะค่ะ แถมยังบอกอีกว่า ตอนวิ่งยังได้ยินเสียงวิ่งไล่หลังมาตลอด แต่มันไม่กล้าหันไปดูแล้ว.. ครูรับรู้เรื่อง เลยให้จุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางของโรงเรียน แล้วหลังจากนั้นมันก็ไม่เคยเห็นหรือเจออะไรที่โรงเรียนอีกเลยค่ะ</p>
<p><b>Story by</b> คุณยุ้ย</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story642/">642 ผลของปาก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story642/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>614 ไม่เชื่ออย่าลบหลู่</title>
		<link>https://thehouse.online/story614/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story614/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Mar 2019 14:10:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานศพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ลาจาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5070</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณครีมครับ คุณครีมเล่าว่า.. ‘ไม่เชื่อ..อย่าลบหลู่’ คำนี้เป็นคำที่ครีมเชื่อเสมอมา แต่สำหรับบางคน อาจจะไม่เชื่อ ไม่เชื่อไม่พอ ยังลบหลู่อีกต่างหาก ครีมขอเล่าเรื่องที่เกิดกับน้องที่สนิทคนหนึ่ง ชื่อศักดิ์ (นามสมมุติ) ศักดิ์จะออกแนวตุ้งติ้งหน่อยๆ ครีมสนิทด้วย เพราะศักดิ์เป็นเพื่อนสนิทกับแฟนครีม ศักดิ์เป็นคนเก่งเรื่องวัฒนธรรมมาก แต่น่าแปลกที่ศักดิ์กลับไม่เชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับเลยสักอย่าง เช่น ตอนที่ศักดิ์ลาออกจากงานที่มหาวิทยาลัยในเชียงราย เพื่อไปทำงานที่นครสวรรค์ น้องๆ นักศึกษาก็แกล้งเอารูปศักดิ์มาตั้งที่โต๊ะ พร้อมวางพวงมาลัย อาหาร และน้ำไว้ตั้งแต่ศักดิ์ลาออกไป แต่ศักดิ์กลับเห็นดีเห็นชอบด้วย แถมหัวเราะแล้วยังบอกว่า ‘ถ้าฉันตาย ฉันจะสิงอยู่ที่ตึกนั้นแหละ!’ แม้แต่การท้าทาย หรือสารพัดด่า ตรงสามแพร่งบ้าง ตรงจุดต่างๆ ที่ไม่สมควรบ้าง ศักดิ์ก็ทำหมด และแล้วเรื่องก็เกิดขึ้นค่ะ พอศักดิ์ย้ายไปทำงานที่นครสวรรค์ ศักดิ์ย้ายเข้าหอตอนกลางคืน ศักดิ์ไม่เคยไหว้ศาลที่หน้าหอเลย เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ก็ยังไม่วายตะโกนด่านั่นนี่ไปทั่ว ตรงไหนห้าม ศักดิ์ด่ากราดหมด.. จนวันหนึ่ง ศักดิ์ขาดการติดต่อไป ทางเพื่อนสนิทก็พยายามหาตัว จนกลางดึกคืนหนึ่ง น้องสาวของศักดิ์โทรมาบอกว่า ศักดิ์อยู่โรงพยาบาล เป็นไข้เลือดออก ซึ่งตอนแรกศักดิ์เป็นแค่ระยะแรก แต่แล้วจู่ๆ ศักดิ์ก็เป็นหนักขึ้น จากคนอ้วนกลายเป็นคนผอมซูบภายใน 3 วันเท่านั้น น้องสาวศักดิ์บอกว่าตอนนี้โคม่าอยู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story614/">614 ไม่เชื่ออย่าลบหลู่</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณครีมครับ คุณครีมเล่าว่า..<b> ‘ไม่เชื่อ..อย่าลบหลู่’</b> คำนี้เป็นคำที่ครีมเชื่อเสมอมา แต่สำหรับบางคน อาจจะไม่เชื่อ ไม่เชื่อไม่พอ ยังลบหลู่อีกต่างหาก ครีมขอเล่าเรื่องที่เกิดกับน้องที่สนิทคนหนึ่ง ชื่อศักดิ์ (นามสมมุติ) ศักดิ์จะออกแนวตุ้งติ้งหน่อยๆ ครีมสนิทด้วย เพราะศักดิ์เป็นเพื่อนสนิทกับแฟนครีม ศักดิ์เป็นคนเก่งเรื่องวัฒนธรรมมาก แต่น่าแปลกที่ศักดิ์กลับไม่เชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับเลยสักอย่าง เช่น ตอนที่ศักดิ์ลาออกจากงานที่มหาวิทยาลัยในเชียงราย เพื่อไปทำงานที่นครสวรรค์ น้องๆ นักศึกษาก็แกล้งเอารูปศักดิ์มาตั้งที่โต๊ะ พร้อมวางพวงมาลัย อาหาร และน้ำไว้ตั้งแต่ศักดิ์ลาออกไป แต่ศักดิ์กลับเห็นดีเห็นชอบด้วย แถมหัวเราะแล้วยังบอกว่า ‘ถ้าฉันตาย ฉันจะสิงอยู่ที่ตึกนั้นแหละ!’ แม้แต่การท้าทาย หรือสารพัดด่า ตรงสามแพร่งบ้าง ตรงจุดต่างๆ ที่ไม่สมควรบ้าง ศักดิ์ก็ทำหมด</p>
<p>และแล้วเรื่องก็เกิดขึ้นค่ะ พอศักดิ์ย้ายไปทำงานที่นครสวรรค์ ศักดิ์ย้ายเข้าหอตอนกลางคืน ศักดิ์ไม่เคยไหว้ศาลที่หน้าหอเลย เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ก็ยังไม่วายตะโกนด่านั่นนี่ไปทั่ว ตรงไหนห้าม ศักดิ์ด่ากราดหมด.. จนวันหนึ่ง ศักดิ์ขาดการติดต่อไป ทางเพื่อนสนิทก็พยายามหาตัว จนกลางดึกคืนหนึ่ง น้องสาวของศักดิ์โทรมาบอกว่า ศักดิ์อยู่โรงพยาบาล เป็นไข้เลือดออก ซึ่งตอนแรกศักดิ์เป็นแค่ระยะแรก แต่แล้วจู่ๆ ศักดิ์ก็เป็นหนักขึ้น จากคนอ้วนกลายเป็นคนผอมซูบภายใน 3 วันเท่านั้น น้องสาวศักดิ์บอกว่าตอนนี้โคม่าอยู่ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า.. แฟนครีมได้คุยโทรศัพท์กับศักดิ์ แต่ก็เป็นแค่ฝ่ายพูดฝ่ายเดียวว่า ‘ศักดิ์ต้องสู้นะ อย่าทิ้งครอบครัวไป อย่าทิ้งเพื่อนไป..’ ศักดิ์ได้แต่หายใจรับฟัง แต่ไม่มีแรงจะพูดแล้ว แล้วศักดิ์ก็เสียหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที</p>
<p>วันงานศพ ครีมได้คุยกับทางครอบครัวของศักดิ์ ทางนั้นเล่าว่าได้คุยกับพระที่สนิทสนมกัน พระท่านว่า ศักดิ์ได้ไปพูดไม่ดีตรงทางสามแพร่งแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ไว้ เขาเลยจะเอาศักดิ์ไปให้ได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ศักดิ์ยังไม่ถึงฆาตด้วยซ้ำ แต่ว่าคงไปพูดไว้แรง เขาจึงโกรธแค้น พาศักดิ์ไปจนได้ แต่เนี่ย มันก็ยังวนเวียนอยู่รอบๆ พวกเรานี่ล่ะ..</p>
<p>และความเฮี้ยนของศักดิ์ ก็เริ่มตั้งแต่สวดวันแรกเลยค่ะ ศพของศักดิ์ตั้งอยู่ที่วัด ซึ่งน้องๆ ที่สนิทกับศักดิ์ รวมทั้งแฟนครีม ได้นอนเฝ้าศพที่ศาลาวัดกัน แฟนครีมเล่าว่า รู้สึกได้ว่าศักดิ์เดินอยู่รอบๆ มุ้ง เดินไปแล้วก็ร้องไห้ไป ส่วนน้องคนอื่นๆ โดนดึงขาแกล้งด้วย.. วันสวดศพจะมีน้องๆ ที่มหาวิทยาลัยมาไหว้ศพจำนวนมาก ซึ่งบางคนศักดิ์เคยบอกว่าไม่ชอบหน้า แต่เขาก็มาเพื่อจะขออโหสิกรรม แต่ธูปของที่คนที่ศักดิ์ไม่ชอบหน้านั้น จุดไฟเท่าไหร่ก็ไม่ติด พอให้คนอื่นจุดไฟให้จนติด พอเปลี่ยนมือมา ธูปก็จะดับไปเฉยๆ จนไม่ได้ไหว้ศพ</p>
<p>ส่วนครีม ขณะที่ฟังสวดอยู่นั้น ครีมได้กลิ่นดอกไม้หอมๆ อยู่รอบตัวครีมตลอด อาจเพราะครีมเคยขอให้ศักดิ์จัดดอกไม้ให้ในวันเกิด ซึ่งศักดิ์บอกว่า ‘ปีหน้าจะจัดให้นะพี่’ แต่ศักดิ์จัดดอกไม้ให้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จึงได้มีแต่กลิ่นดอกไม้มาให้แทน (เราเข้าใจแบบนั้น) แล้วสิ่งหนึ่งที่ศักดิ์เคยพูดไว้ก็เป็นจริง คือศักดิ์ได้สิงอยู่ที่ตึกที่ทำงานของมหาวิทยาลัยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน ยาม หรือแม้แต่นักศึกษาที่ทำงานตอนกลางคืน จะเห็นศักดิ์เดินไปเดินมาเสมอ..</p>
<p>ตอนแรกพวกเราเข้าใจว่า ตอนนี้ศักดิ์คงไปอยู่ภพภูมิที่ดีแล้ว เพราะพระท่านเคยบอกว่า ให้เราทำบุญไปให้ศักดิ์เยอะๆ ซึ่งทั้งครอบครัวศักดิ์ ครีม แฟนครีม เพื่อนที่ทำงานศักดิ์ ทำบุญให้ศักดิ์สม่ำเสมอ จนเมื่อวันก่อน ที่มหาวิทยาลัยมีการจัดงานกีฬา ซึ่งครีมได้ไปร่วมดูงานเปิดด้วย แล้วจู่ๆ ครีมก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า ศักดิ์ไปแล้วจริงหรือเปล่า? ครีมเลยลองพูดทีเล่นทีจริงขึ้นมาว่า ‘ศักดิ์ งานกีฬาวันนี้จัดไม่ดีเท่าตอนที่ศักดิ์อยู่เลย พี่ว่าศักดิ์ลองดับคบเพลิงแกล้งเขาหน่อยดีกว่าไหม?’ ตอนนั้น นักวิ่งของมหาวิทยาลัยกำลังวิ่งถือคบเพลิงไปจุดเพื่อเปิดงาน ครีมลองถามแฟนแล้วว่า คบเพลิงเนี่ยมันดับได้ไหม? แฟนบอก ไม่ได้นะ เพราะจุดด้วยน้ำมันก๊าซ มันจะไม่ดับ พอครีมพูดเสร็จ ครีมก็หันไปดูอย่างอื่น จนมีคนพูดขึ้นมาว่า ‘พี่ คบเพลิงดับ! ดับได้ไงวะ? เพิ่งจะออกจากจุดวิ่งไปนิดเดียวเอง!?’ แล้วตอนนั้นเองแฟนครีมก็ได้กลิ่นธูปขึ้นมา จึงหันมาถามครีมว่า ครีมได้กลิ่นธูปไหม? ครีมบอกไม่ได้กลิ่นค่ะ <em><strong>แต่ว่า..ศักดิ์เขามาแหละ!</strong></em></p>
<p>พวกเราเชื่อว่า <em><strong>คนไม่ถึงฆาต ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในที่ที่เขาคุ้นเคย ที่ที่เขาห่วง จนกว่าเขาจะถึงเวลาไป..</strong></em> แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ที่เขาจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี? นี่เป็นสิ่งที่ครีมคิดแล้วก็ยังคงคิดถึงน้องคนนี้เสมอ RIP น้องศักดิ์ของพวกเรา</p>
<p><b>Story by</b> คุณครีม</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story614/">614 ไม่เชื่ออย่าลบหลู่</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story614/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>542 บุกบ้านผีแขก</title>
		<link>https://thehouse.online/story542/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story542/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Apr 2018 14:35:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผี]]></category>
		<category><![CDATA[แขก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4420</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ คุณเลิฟเล่าว่า.. สมัยผมหนุ่มๆ รุ่นน้องชอบชวนไปดูบ้านผี ผมก็ไปกับเค้า มีอยู่ครั้งหนึ่ง น้องมันชวนไปบ้านร้างอิสลาม มันบอกว่าที่นี่น่ากลัวมาก มีเหตุฆ่ากันแล้วเอาศพทั้งบ้านไปหมกไว้ในห้องน้ำ จากนั้นมาก็เฮี้ยนสุดๆ คนระแวกนั้นอยู่กันไม่ได้ ย้ายกันออกไปหมด มันเกริ่นมาแบบนี้ครับ คืนนั้นไปกันทั้งหมด 5 คน เอารถกระบะไป น้องกับแฟนเค้านั่งหน้า ส่วนผมกับน้องผู้ชายอีก 2 คนนั่งกระบะหลัง พอไปถึงทางเข้าหมู่บ้านมันจะมีถนนยาวๆ เข้าไป มีป้ายชื่อหมู่บ้านอยู่แต่ถูกถอดออกไปแล้ว พอรถแล่นเข้าไป ได้ยินเสียงสวดภาษาอิสลามดังขึ้นมาเลยครับ ผมกับน้อง 2 คนข้างหลังก็มองหน้ากันทันทีเหมือนรู้กัน แสดงว่าได้ยินเหมือนกันหมด ก็ยังสงสัยว่าแถวนี้มีสุเหร่าเหรอ? แล้วเค้าเปิดบทสวดกันดึกๆ อย่างนี้เหรอ? ได้แต่คิด ไม่ได้พูดออกมา เก็บความสงสัยเอาไว้ พอรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ก็ดับเครื่องลงจากรถกัน ผมเดินมายืนสูบบุหรี่กับน้องอีก 2 คน คุยกันไปเรื่อย มองไปที่ปากทางที่เราเข้ามา สักพัก น้องมันก็สะกิดผม ‘พี่ๆ ดูอะไรนั่นดิ..’ ผมก็มองไปตามที่น้องมันชี้ ปรากฏว่ามันเป็นเงาครับ เงาดำๆ ใหญ่ๆ คล้ายหมาตัวโตๆ เหมือนหมาฝรั่งอะไรแบบนั้น ไอ้เงานั่นมันวิ่งเข้ามาหาเราอย่างเร็วเลย แต่มันไม่ได้วิ่งมาตรงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story542/">542 บุกบ้านผีแขก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ คุณเลิฟเล่าว่า.. สมัยผมหนุ่มๆ รุ่นน้องชอบชวนไปดูบ้านผี ผมก็ไปกับเค้า มีอยู่ครั้งหนึ่ง น้องมันชวนไปบ้านร้างอิสลาม มันบอกว่าที่นี่น่ากลัวมาก มีเหตุฆ่ากันแล้วเอาศพทั้งบ้านไปหมกไว้ในห้องน้ำ จากนั้นมาก็เฮี้ยนสุดๆ คนระแวกนั้นอยู่กันไม่ได้ ย้ายกันออกไปหมด มันเกริ่นมาแบบนี้ครับ</p>
<p>คืนนั้นไปกันทั้งหมด 5 คน เอารถกระบะไป น้องกับแฟนเค้านั่งหน้า ส่วนผมกับน้องผู้ชายอีก 2 คนนั่งกระบะหลัง พอไปถึงทางเข้าหมู่บ้านมันจะมีถนนยาวๆ เข้าไป มีป้ายชื่อหมู่บ้านอยู่แต่ถูกถอดออกไปแล้ว พอรถแล่นเข้าไป ได้ยินเสียงสวดภาษาอิสลามดังขึ้นมาเลยครับ ผมกับน้อง 2 คนข้างหลังก็มองหน้ากันทันทีเหมือนรู้กัน แสดงว่าได้ยินเหมือนกันหมด ก็ยังสงสัยว่าแถวนี้มีสุเหร่าเหรอ? แล้วเค้าเปิดบทสวดกันดึกๆ อย่างนี้เหรอ? ได้แต่คิด ไม่ได้พูดออกมา เก็บความสงสัยเอาไว้</p>
<p>พอรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ก็ดับเครื่องลงจากรถกัน ผมเดินมายืนสูบบุหรี่กับน้องอีก 2 คน คุยกันไปเรื่อย มองไปที่ปากทางที่เราเข้ามา สักพัก น้องมันก็สะกิดผม ‘พี่ๆ ดูอะไรนั่นดิ..’ ผมก็มองไปตามที่น้องมันชี้ ปรากฏว่ามันเป็นเงาครับ เงาดำๆ ใหญ่ๆ คล้ายหมาตัวโตๆ เหมือนหมาฝรั่งอะไรแบบนั้น ไอ้เงานั่นมันวิ่งเข้ามาหาเราอย่างเร็วเลย แต่มันไม่ได้วิ่งมาตรงๆ นะ มันวิ่งซิกแซกแบบไวมาก เหมือนหายตัวตรงนั้นมาโผล่ตรงนี้ อะไรแบบนั้นเลย พวกผม 3 คนเห็นกันหมด ถึงกับยืนตาค้าง ทิ้งบุหรี่หันหลังวิ่งมาที่รถกระบะ พอมองกลับไปอีกที เงานั้นก็หายไปแล้ว.. บอกตรงๆตอนนั้นเริ่มกลัวละ ทีนี้น้องคนขับรถกับแฟนเค้าก็บอกให้เข้าไปดูข้างในกัน แล้วก็หยิบไฟฉายเดินนำหน้าพวกผมไป แต่ผมกับน้องอีก 2 คนเริ่มจะไม่อยากดูแล้วสิ แต่ก็เดินตามไป รีบๆ ดูจะได้กลับกัน</p>
<p>พอเดินเข้าไปในบ้าน ก็เหมือนบ้านร้างทั่วไป ไม่ได้มีอะไรแตกต่าง พอขึ้นไปชั้น 2 ก็เดินไปดูในห้องน้ำที่มีเหตุฆาตรกรรมททันที น้องคนที่รู้ประวัติมันก็บิ้วท์ เล่าเสริมว่าตรงนั้นตรงนี้มีใครตายยังไง ศพใครอยู่ตรงไหนๆ ขณะที่น้องมันบรรยาย อยู่ๆ กลิ่นเน่าก็โชยมาเลยครับ คือเหม็นมากๆ ทั้ง 5 คนหยุดมองหน้ากันละครับ แถมมีเสียงเหมือนคนกำลังเดินขึ้นมาข้างบนอีก ได้ยินเสียงเดินชัดเจนมาก เดินแบบลงเท้าหนักๆ เหมือนคนกำลังโกรธ ผมบอก ‘รีบไปกันเหอะ พอแล้ว..’ พวกน้องๆ มันก็รีบเดินออกจากห้องน้ำ ผมรีบตะโกนบอกให้ใจเย็นๆ ห้ามวิ่ง ค่อยๆ เดินลงบันได รอกันด้วย จูงมือกันไว้เลย น้องๆ มันก็ทำตาม จนลงมาถึงชั้นล่างได้ปลอดภัย แต่ก็ยังได้ยินเสียงคนเดินไปมาในบ้าน ‘ตึงๆๆๆ’ ไม่หยุดเลย เดินแบบกระแทกเท้า ทั้งที่พวกผมหยุดเดินแล้ว แต่เสียงนั่นยังไม่หยุด หมาข้างนอกก็เริ่มหอนกันเป็นทอดๆ กลิ่นเน่าที่หายไปเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทีนี้หนักกว่าเดิมครับ เหม็นแบบสุดๆ คาวคลุ้งไปทั้งบ้าน ยังกับมีศพหลายศพอยู่ในบ้านทั้งๆ ที่จริงๆ มันไม่มีอะไร</p>
<p>ผมรีบบอกน้องคนถือไฟฉายให้เดินนำออกจากบ้านไปเลย พวกเราจูงมือกันเดินออกจากตัวบ้านมาได้ ขณะกำลังเดินจะออกจากรั้วบ้าน อยู่ดีๆ น้องผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มก็ร้องกรี๊ดลั่น สบัดแขนแฟนแล้ววิ่งเตลิดออกไปข้างนอกก่อนใครเลย พวกผมต้องไล่ตามจับกัน กว่าจะจับได้เล่นเอาเหนื่อย กลัวอย่างเดียว กลัววิ่งเตลิดแล้วหายไปหาไม่เจอล่ะยุ่งแน่ๆ พอจับตัวมาสงบสติอารมณ์ในรถได้ น้องผู้หญิงก็รีบบอกให้รีบกลับๆ เค้าไม่พอใจแล้วที่เรามาบ้านเค้า พวกเราก็รีบขับรถออกมาจากหมู่บ้านทันที ขากลับยังได้ยินเสียงสวดไล่หลัง พร้อมเสียงหมาหอนตามมาเป็นระยะๆ พอมาถึงปั้มน้ำมัน ก็จอดรถพัก ซื้อน้ำซื้อขนมมานั่งกินบรรเทาความตื่นเต้นกัน ผมถามน้องผู้หญิงว่าร้องทำไม เห็นอะไร? น้องผู้หญิงเล่าอย่างตื่นเต้นว่า ‘ก็ตอนกำลังจะออกจากบ้าน เห็นที่ต้นไม้หน้าบ้านมีคนแต่งชุดแขก โพกหัวสีขาว ชุดขาว แต่มีเลือดเปรอะเสื้อเต็มไปหมด เค้ายืนชี้หน้าหนูแล้วบอกว่า พวกมึงอย่ามากวนกู ออกไป! แล้วแขกคนนั้นก็วิ่งเข้ามาอย่างเร็วผิดปกติ แป๊บเดียวจะมาถึงตัวหนูอยู่แล้ว หนูเลยร้อง แล้วก็วิ่งหนี..’ น้องผู้หญิงยังบอกอีกว่าไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ เห็นจริงๆ หลังจากวันนั้น พวกเราก็ไม่ได้ไปดูบ้านผีกันอีกพักใหญ่เลยทีเดียวครับ</p>
<p><b>Story by</b> คุณเลิฟ</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story542/">542 บุกบ้านผีแขก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story542/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>439 หัวใครที่โรงพยาบาลร้าง? ตอนที่ 2</title>
		<link>https://thehouse.online/story439/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story439/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Jul 2017 14:27:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3748</guid>

					<description><![CDATA[<p>..ต่อจากตอนที่แล้ว บรรยากาศตอนนั้นตึงเครียดมาก หันไปมองเพื่อนๆ แต่ละคน รวมถึงพี่กอล์ฟ ทุกคนหน้าซีด เหงื่อตกกันเป็นแถบๆ ตาเบิกกว้างตกใจกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี.. สักพักก็ได้ยินเสียงพี่กอล์ฟร้อง ‘เหี้ยยย’ ออกมาเบาๆ จากปากด้วยความตกใจอีกรอบ ผมหันไปมองตามแสงของไฟฉาย ที่ตอนนี้ทุกคนต่างส่องไปยังผู้หญิงแก่คนนั้น ผมถึงกับสะดุ้งเฮือกกับสิ่งที่เห็น เพราะมันเป็นภาพเท้าของใครก็ไม่รู้ ค่อยๆ เดินเข้ามาตรงที่ที่ผู้หญิงแก่ยืนอยู่ เดินเข้ามาประมาณ 3-4 คน ผมค่อยๆ เลื่อนไฟฉายขึ้นไปมองหน้า เป็นผู้ชายแก่ๆ 2 คน ผู้หญิงวัยรุ่นอีก 2 คน แต่งชุดเหมือนคนไข้ สภาพมอมแมม ผ้าขาดรุ่งริ่ง หน้าตาน่ากลัวมาก เบ้าตานี่ลึกโบ๋ จังหวะนั้นรู้ทันทีเลยว่านี่ต้องไม่ใช่คนแน่ๆ ผมอึ้งกับภาพที่เห็นมาก มันกลัวจนพูดอะไรไม่ออก พยายามจะก้าวเดิน ก็ไม่กล้าขยับ.. หันไปมองเพื่อนแต่ละคนก็กลัวจนสีหน้าแย่ไม่ต่างกัน บางคนถึงกับตัวสั่น ผมคิดได้แค่ว่า ‘ตอนนี้กูไม่สนใจอะไรแล้ว กูอยากออกไปจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด!’ ..ทันใดนั้น ผู้หญิงแก่ก็กรี๊ดดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้พวกผมได้สติ หลุดจากภวังค์ พวกเราทิ้งทุกอย่างไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งอย่างสุดชีวิตทันที! วิ่งกันด้วยความหวาดกลัวสุดขีดแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ‘เหี้ยเอ้ย! เจอตัวเป็นๆ เลย ไงล่ะมึง!’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story439/">439 หัวใครที่โรงพยาบาลร้าง? ตอนที่ 2</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p><em>..ต่อจากตอนที่แล้ว</em></p>
<p>บรรยากาศตอนนั้นตึงเครียดมาก หันไปมองเพื่อนๆ แต่ละคน รวมถึงพี่กอล์ฟ ทุกคนหน้าซีด เหงื่อตกกันเป็นแถบๆ ตาเบิกกว้างตกใจกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี.. สักพักก็ได้ยินเสียงพี่กอล์ฟร้อง ‘เหี้ยยย’ ออกมาเบาๆ จากปากด้วยความตกใจอีกรอบ ผมหันไปมองตามแสงของไฟฉาย ที่ตอนนี้ทุกคนต่างส่องไปยังผู้หญิงแก่คนนั้น ผมถึงกับสะดุ้งเฮือกกับสิ่งที่เห็น เพราะมันเป็นภาพเท้าของใครก็ไม่รู้ ค่อยๆ เดินเข้ามาตรงที่ที่ผู้หญิงแก่ยืนอยู่ เดินเข้ามาประมาณ 3-4 คน ผมค่อยๆ เลื่อนไฟฉายขึ้นไปมองหน้า เป็นผู้ชายแก่ๆ 2 คน ผู้หญิงวัยรุ่นอีก 2 คน แต่งชุดเหมือนคนไข้ สภาพมอมแมม ผ้าขาดรุ่งริ่ง หน้าตาน่ากลัวมาก เบ้าตานี่ลึกโบ๋ จังหวะนั้นรู้ทันทีเลยว่านี่ต้องไม่ใช่คนแน่ๆ ผมอึ้งกับภาพที่เห็นมาก มันกลัวจนพูดอะไรไม่ออก พยายามจะก้าวเดิน ก็ไม่กล้าขยับ.. หันไปมองเพื่อนแต่ละคนก็กลัวจนสีหน้าแย่ไม่ต่างกัน บางคนถึงกับตัวสั่น ผมคิดได้แค่ว่า ‘ตอนนี้กูไม่สนใจอะไรแล้ว กูอยากออกไปจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด!’ ..ทันใดนั้น ผู้หญิงแก่ก็กรี๊ดดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้พวกผมได้สติ หลุดจากภวังค์ พวกเราทิ้งทุกอย่างไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งอย่างสุดชีวิตทันที! วิ่งกันด้วยความหวาดกลัวสุดขีดแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ‘เหี้ยเอ้ย! เจอตัวเป็นๆ เลย ไงล่ะมึง!’ เพื่อนผมคนหนึ่งหันมาพูดกับผม ขณะที่พวกเรากำลังวิ่งไปยังประตูทางออก แต่วินาทีนั้นผมไม่สนอะไรแล้ว นอกจากวิ่ง วิ่ง แล้วก็ วิ่ง..</p>
<p>พวกเราวิ่งกันมาจนถึงหน้าประตูทางเข้า แต่แล้วก็ต้องตกใจกันอีกครั้ง ‘เชี่ย! ใครล็อคประตูวะ!?’ พี่กอล์ฟถามด้วยความตกใจ ทุกคนต่างก็งงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตอนพวกเราเข้ามา เราไม่ได้หยิบกุญแจกับโซ่ที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาด้วย แถมตอนเข้ามาก็ไม่ได้ปิดประตูเสียด้วยซ้ำ! ระหว่างที่กำลังตกใจ และงง ที่ไม่รู้ว่าใครมาล็อคโซ่ประตู แล้วแบบนี้จะเอารถออกไปได้ยังไง? จะหนีไปยังไง? ทุกคำถามก็วิ่งพลูกันเข้ามาในหัว แถมยังมีเสียง ‘กรี๊ดดดด’ ดังขึ้นมาอย่างไม่หยุด ทำให้ทุกคนต้องหยุดแล้วหันไปมองที่ตัวอาคาร คุณเอ้ยยย!! น้ำตาผมแทบไหล มันเป็นภาพที่ผมคิดว่าในชีวิตนี้คงจะไม่มีทางลืม และคงไม่มีทางไปเจออะไรที่น่ากลัวได้เท่านี้อีกแล้ว! ภาพอาคาร 8 ชั้น ของโรงพยาบาลร้างที่อยู่ตรงหน้า มันยังคงติดตาผมมาจนถึงทุกวันนี้ และเชื่อว่าเพื่อนๆ ผมทุกคนคงไม่มีทางลืมภาพวินาทีนั้นได้แน่ๆ คุณรู้ไหมว่าพวกผมเห็นอะไร? พวกเรา 6 คนที่หันหน้ากลับไปมองที่ตัวอาคารโรงพยาบาลตามเสียงกรีดร้อง ภาพที่พวกผมเห็นคือ มีคนใส่ชุดผู้ป่วย สภาพขาดรุ่งริ่ง บางคนมีเลือดท่วมตัว พวกเขายืนอยู่ริมระเบียงและหน้าต่างของทุกชั้น ทั้ง 8 ชั้น!!! และนี่คือครั้งที่ผมกลัวที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว</p>
<p>พวกเราทุกคนยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองดู พร้อมกับตัวสั่นไปด้วยความกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับหรือทำอะไร เสียงกรีดร้องก็ยังคงดังไม่หยุด ตอนนั้นไม่มีลมพัด แต่มันกลับรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกไปหมดทั้งตัว ผมได้แต่สวดมนต์ในใจ ตาก็ยังจ้องมองกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ตอนนั้นในใจผมคิดไว้เลยว่า ‘ในพวกเราใครจะเริ่มวิ่งก่อน? จะหนีไปทางไหน? อยากไปจากตรงนี้สุดชีวิต..’ ระหว่างที่สมองผมกำลังคิดอะไรฟุ้งซ่านไปเรื่อย จู่ๆ ผมก็เห็นอะไรกลมๆ ถูกโยนออกมาจากตัวอาคารที่ไม่ไกลมากนัก มันหล่นบนหลังคารถเพื่อนผมอย่างจัง ‘ตึง!’ แล้วก็กลิ้งขลุกๆๆๆ มาทางพวกผม ตอนแรกผมนึกว่าเป็นลูกมะพร้าว แต่.. มันคือหัวคน!!! ใช่ครับ ของแท้แน่นอนไม่ผิดเพี้ยน มันคือหัวคน! ที่ลอยตกลงมาข้างหน้าพวกเรา เป็นหัวของผู้ชายมีอายุคนหนึ่ง ผมขาว หน้าย่น ลิ้นจุกปาก พอเห็นหัวเท่านั้นล่ะ พวกเราต่างเริ่มโกยกันอย่างไม่คิดชีวิตอีกรอบ ปีนรั้วหนีกันโดยที่ไม่ได้ห่วงรถอีกแล้ว พวกเราวิ่งกันสุดชีวิตมาไกลพอสมควร ก่อนที่จะมานั่งพักกันริมฟุตบาทที่มีไฟสว่าง</p>
<p>พวกเรานั่งกันนิ่ง มีแต่เสียงหอบ โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย ได้แต่มองหน้ากันแบบเงียบๆ เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง.. เพื่อนผมเลยพูดขึ้นมาว่า ‘เมื่อกี้เรื่องจริงใช่ไหมวะ?’ ทุกคนได้แต่พยักหน้า ยอมรับความจริงที่เจอ หน้าตาสีหน้าแต่ละคนบอกได้เลย เหวอมาก! คงกลัวกันสุดขีด บางคนยังคงตัวสั่นอยู่เลย.. พวกเราใช้เวลานั่งทำใจอยู่ริมถนนเป็นชั่วโมง ก่อนจะหารือว่าจะเอายังไงกับรถ? สุดท้ายก็นั่งกันอยู่ตรงนั้นจนเช้า นั่งมองรถผ่านไปมาจนฟ้าสว่างคาตา แต่ภาพที่เจอมามันคาตายิ่งกว่า.. พวกเราตัดสินใจเดินกลับไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ โดยที่ในใจก็แอบกลัวว่าจะเจออีก ได้แต่ภาวนาว่าขออย่าได้เจออีกเลย เราเดินมาถึงประตูหน้าโรงพยาบาลร้างที่ปีนหนีกัน แต่ที่แปลกคือ ประตูมันกลับเปิดอ้าอยู่! ไม่ได้มีโซ่คล้องแต่อย่างใด ทำให้พวกเรางงกันมาก ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวอาคาร ก็ไม่เห็นอะไร ไล่มองหาหัวคนที่หล่นลงมา แต่ก็ไม่เจอ มันเป็นอะไรที่โล่งใจสุดๆ แล้วพวกเราก็ขึ้นรถกัน</p>
<p>พวกเราคุยกันต่อในรถว่า จะเอายังไงกับของที่ทิ้งเอาไว้? พี่กอล์ฟหัวโจกก็บอกแบบแมนๆ ว่า ‘ใครจะเข้าไปเอาก็ไปเอาเลยกูให้ กูไม่เอาแล้วคนนึง กูกลัว..’ ระหว่างที่กำลังถอยรถออก ตาผมก็ดันเหลือบไปเห็นภาพๆ หนึ่งที่ไม่ได้อยากจะเห็นเข้าจนได้ คือมีคนยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างชั้นล่าง รูปร่างสูงโปร่ง เป็นผู้ใหญ่ แต่ที่สำคัญที่ผมเห็นแล้วอยากจะร้องไห้ก็คือ เขาไม่มีหัว!! เพื่อนผมที่เป็นคนขับรถสังเกตเห็นสีหน้าของผมผ่านกระจก มันเลยถามขึ้นมาว่า ‘ไอ้แอมป์ มึงเห็นอะไรวะ?’ ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไร เพื่อนผมอีกคนมันก็พูดแทรกขึ้นมาว่า ‘เฮ้ย เมื่อกี้พวกมึงว่าหัวใครวะ?’ ผมตอบออกไปทันทีเลย ‘กูไม่รู้ว่ะ! แต่ที่รู้คือ..กูว่ากูเพิ่งเห็นตัวเจ้าของหัวว่ะ!’ สิ้นคำพูดของผม พวกเราก็นั่งรถกลับกันอย่างเงียบๆ ไปตลอดทาง จนแยกย้ายกันไป.. หลายวันต่อมา เราก็มาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกันอีก ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผม และเพื่อนๆ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จะต้องพูดถึงมันอีกครั้งแล้วครั้งเล่าที่เจอหน้ากัน ไม่มีวันลืมเลยล่ะครับ!</p>
<p><b>Story by</b> คุณแอมป์ ชุติพงษ์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story439/">439 หัวใครที่โรงพยาบาลร้าง? ตอนที่ 2</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story439/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>438 หัวใครที่โรงพยาบาลร้าง? ตอนที่ 1</title>
		<link>https://thehouse.online/story438/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story438/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jul 2017 15:07:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3745</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณแอมป์ ชุติพงษ์ครับ คุณแอมป์เล่าว่า.. เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องจริงที่ผมกับเพื่อนๆ อีก 5 คนไปเจอมาจังๆ กับตัว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังคงเกิดขึ้นสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ครับ โดยหลังจากที่พวกผม ‘แก๊งค์ส่องผี’ ได้ไปเจอผีกันมาแบบจังๆ ที่โรงแรมร้างแล้ว ก็เหมือนแก๊งค์เราจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ทำให้ในทุกวันหยุดศุกร์-เสาร์ จะมีการรวมตัวของคนที่อยากไปลองของ เพื่อนัดแนะไปสำรวจยังสถานที่ต่างๆ ที่เขาว่ากันว่าเฮี้ยน พวกเราไปกันมาอีก 2-3 ที่ครับ แต่ก็ไม่ได้พบเจออะไรที่น่ากลัวแบบจังๆ บางที่ก็แค่ได้กลิ่นสาป กลิ่นเน่า กลิ่นธูปบ้าง เห็นเป็นเงาลางๆ หรือได้ยินเสียงคนสะอึกสะอื้นบ้าง ถึงมันจะดูไม่ได้น่ากลัวมาก แต่ก็พอทำให้ผมขนลุกซู่ได้อยู่เหมือนกัน.. จากนั้นมา พวกเราก็หยุดพักการออกสำรวจกันอยู่ราว 2 สัปดาห์ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนแต่ก่อนแล้ว จนพวกเรามารู้จักกับพี่คนหนึ่งชื่อ พี่กอล์ฟ แกเป็นหัวโจกแถวๆ ย่านวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ พี่คนนี้เป็นคนสดมากครับ จะไม่กินของสุกๆ เลย (ถุย! ไม่ใช่ละ) หมายถึงแกเป็นคนบ้าดีเดือดครับ ไม่ค่อยจะกลัวอะไร แถมยังชอบทำอะไรเสี่ยงๆ แล้วแกยังมีอาชีพเสริมที่ฟังดูไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ด้วย งานเสริมของพี่กอล์ฟคือ ออกไปตระเวนตามตึกร้าง บ้านร้าง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานที่ทำงานต่างๆ ที่ถูกทิ้งร้างไว้ เพื่อไปขโมยเอาของเก่าที่พอขายได้มาขายครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story438/">438 หัวใครที่โรงพยาบาลร้าง? ตอนที่ 1</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณแอมป์ ชุติพงษ์ครับ คุณแอมป์เล่าว่า.. เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องจริงที่ผมกับเพื่อนๆ อีก 5 คนไปเจอมาจังๆ กับตัว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังคงเกิดขึ้นสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ครับ โดยหลังจากที่พวกผม ‘แก๊งค์ส่องผี’ ได้ไปเจอผีกันมาแบบจังๆ ที่โรงแรมร้างแล้ว ก็เหมือนแก๊งค์เราจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ทำให้ในทุกวันหยุดศุกร์-เสาร์ จะมีการรวมตัวของคนที่อยากไปลองของ เพื่อนัดแนะไปสำรวจยังสถานที่ต่างๆ ที่เขาว่ากันว่าเฮี้ยน พวกเราไปกันมาอีก 2-3 ที่ครับ แต่ก็ไม่ได้พบเจออะไรที่น่ากลัวแบบจังๆ บางที่ก็แค่ได้กลิ่นสาป กลิ่นเน่า กลิ่นธูปบ้าง เห็นเป็นเงาลางๆ หรือได้ยินเสียงคนสะอึกสะอื้นบ้าง ถึงมันจะดูไม่ได้น่ากลัวมาก แต่ก็พอทำให้ผมขนลุกซู่ได้อยู่เหมือนกัน.. จากนั้นมา พวกเราก็หยุดพักการออกสำรวจกันอยู่ราว 2 สัปดาห์ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนแต่ก่อนแล้ว</p>
<p>จนพวกเรามารู้จักกับพี่คนหนึ่งชื่อ พี่กอล์ฟ แกเป็นหัวโจกแถวๆ ย่านวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ พี่คนนี้เป็นคนสดมากครับ จะไม่กินของสุกๆ เลย (ถุย! ไม่ใช่ละ) หมายถึงแกเป็นคนบ้าดีเดือดครับ ไม่ค่อยจะกลัวอะไร แถมยังชอบทำอะไรเสี่ยงๆ แล้วแกยังมีอาชีพเสริมที่ฟังดูไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ด้วย งานเสริมของพี่กอล์ฟคือ ออกไปตระเวนตามตึกร้าง บ้านร้าง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานที่ทำงานต่างๆ ที่ถูกทิ้งร้างไว้ เพื่อไปขโมยเอาของเก่าที่พอขายได้มาขายครับ โดยจะมีคนมารับซื้อ หรือสั่งออเดอร์อีกที.. จนวันหนึ่งพี่กอล์ฟก็มีงานใหญ่เข้ามา เลยชักชวนผม และเพื่อนของผม ถามว่าจะเอาด้วยไหม? ไปช่วยขนของกันหน่อย ขายได้เท่าไหร่หารเท่า.. ด้วยความคึกคะนองตามประสาวัยรุ่นที่อยากหาความตื่นเต้นเข้าตัว ผมก็เลยรับคำชวน นัดวันเวลา และสถานที่กันเรียบร้อย ซึ่งสถานที่ที่พวกเราจะไปกันครั้งนี้ก็คือ โรงพยาบาลเอกชนร้างแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่! มันถูกสร้างมานานแค่ไหนผมก็ไม่รู้นะ รู้แค่ตอนผมมาอยู่ที่นี่มันก็ร้างแล้ว แต่พี่กอล์ฟบอกว่ามันร้างมาได้แค่ไม่เกิน 2 ปีเท่านั้นเอง ดังนั้นมันจึงยังมีของใช้ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์เหลืออยู่มากพอสมควร พูดง่ายๆ ว่าคือขุมทรัพย์เลยทีเดียว!</p>
<p>พวกเรามาถึงหน้าโรงพยาบาลดังกล่าวราวๆ ตี 2 มีพี่กอล์ฟเป็นหัวโจก ผม และเพื่อนๆ ผมอีก 4 คน รวมเป็น 6 คน เอารถยนต์มาคัน รถกระบะอีกคัน กะว่าขนของกันสนุกเลยทีเดียว เป้าหมายของเราหลักๆ ในคืนนี้อยู่ที่ห้องผ่าตัดครับ พวกอุปกรณ์ และไฟผ่าตัด ซึ่งจะได้ราคาดีมากๆ โดยพี่กอล์ฟได้มาสำรวจดูของที่จะมาเอาก่อนแล้วเมื่อตอนกลางวัน โดยมียามที่เฝ้าตอนกลางวันเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด.. พอมาถึงหน้าประตู พี่กอล์ฟก็เอากุญแจที่ยามทิ้งไว้ให้ไขประตูรั้ว ซึ่งหน้าแปลกที่มันดันไขไม่ออก ลองโทรไปถามยาม เขาก็บอกว่ากุญแจไม่ผิดดอกแน่นอน พวกเราผลัดกันยืนไขกุญแจอยู่พักใหญ่จนถอดใจ กะว่าจะพังเข้าไปแทน แต่แล้ว จู่ๆ กุญแจมันก็หลุดเองครับ โซ่ที่คล้องหล่นครืดลงมากองกับพื้น ทุกคนมองหน้ากันอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ขับรถทั้ง 2 คันเข้าไปจอด.. สภาพภายในโรงพยาบาลมันดูวังเวง ชวนขนหัวลุกมาก หันไปทางขวาก็เป็นศาลพระพรหมใหญ่ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกจนแทบมองไม่เห็นศาล บรรยากาศมันเงียบจนน่ากลัว ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าของพวกเราเองที่กำลังเดินเข้าไป..</p>
<p>สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้หลังจากเหยียบเข้าไปถึงภายในตัวอาคาร คือกลิ่น! กลิ่นอับๆ ที่อบอวนทั่วไปหมด บ้างก็ได้กลิ่นของยาล้างแผล และกลิ่นแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้ รวมถึงเสียงแปลกๆ ที่ดังมาเป็นระยะๆ ‘แกร๊ก..แกร๊ก’ ซึ่งพวกเราก็พากันสงสัยว่ามันคือเสียงอะไร? แต่ก็ไม่สามารถรู้ถึงคำตอบ และที่มาของเสียงได้.. พวกเราแยกกันเดินสำรวจทั่วภายในตัวอาคาร ค่อยๆ เดินไปตามแต่ละชั้น จนมาถึงชั้น 3 ที่เป็นห้องผ่าตัดเป้าหมายของเรา พี่กอล์ฟแกเริ่มถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของไฟผ่าตัด และอุปกรณ์อย่างชำนาญ แล้วพวกเราก็ค่อยๆ ช่วยกันขนเดินลงบันไดกันอย่างระมัดระวัง จนมาถึงชั้นล่าง ระหว่างที่กำลังเดินมาถึงประตูทางออก จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงแก่ๆ ร้อง ‘กรี๊ดดดดดด’ ดังและยาวมาก ดังมาจากไหนไม่มีใครรู้ ทุกคนได้แต่ตกใจสะดุ้งยืนนิ่งกันเป็นแถบ ส่องไฟฉายมองหน้ากันอย่างมึนๆ ตอนนั้นบอกเลยว่าผมขนลุกมาก ได้แต่กวาดไฟฉายไปมาเพื่อมองหาต้นเสียง จนไปเห็นประตูบานหนึ่งที่มันเปิดอยู่.. ซึ่งก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นห้องอะไร ประตูมันค่อยๆ เปิดออกมาอย่างช้าๆ ด้วยความที่มันเงียบแบบสุดๆ ทำให้ได้ยินเสียงประตูค่อยๆ ดังอย่างชัดเจน ทุกคนหันไฟฉายส่องไปที่ประตูพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วจู่ๆ ก็มีเงาแปลกๆ อยู่ที่ขอบประตู เพื่อนผมคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขึ้นมาทันทีว่า ‘พะ พะ พวกมึงเห็นกันเปล่าวะ?’ ผมเชื่อว่าทุกคนได้ยินเสียงที่เพื่อนผมถาม แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งส่องไฟฉายไปที่หน้าประตู แต่แล้วเงาที่พวกเราทุกคนเห็นก็เริ่มขยับ แล้วพุ่งตรงเข้ามาหาพวกผมอย่างรวดเร็ว ‘แง๊ววววววว!’ ผมตะโกนด่าด้วยความตกใจ ‘เชี่ยยยย!!’ หลังจากที่มีแมวดำพุ่งกระโจนใส่ผม! พวกเราพากันถอนหายใจกันเป็นแถว ก่อนที่จะหัวเราะด้วยความสนุกสนาน เฮ้อ..ที่แท้แมวนี่เอง!</p>
<p>แต่แค่ชั่วอึดใจ ระหว่างที่พวกเรากำลังขำกันอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียง ‘ปั้งงง!’ ดังมาก ทุกคนหันไปตามเสียงประตูบานที่แมวดำกระโจนออกมา คือประตูบานนั้นมันถูกปิดลง พร้อมกับภาพผู้หญิงแก่คนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังประตู! คราวนี้ทุกคนเงียบกริบ หน้าเริ่มถอดสี จากที่หัวเราะลั่นเมื่อกี้กลับกลายเป็นความหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ ทุกคนตกใจกลัวกับภาพที่อยู่ตรงหน้า ภาพของผู้หญิงแก่ ซูบผอม ผมยาวดำปนขาว เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ยืนหันหน้ามาทางพวกเรา คุณเอ๊ยยย!! ใจผมนี่แทบหล่นไปถึงตาตุ่ม ทุกคนเงียบกริบทำอะไรไม่ถูก แต่ไฟฉายทุกคนยังคงส่องไปที่ร่างของหญิงแก่น่ากลัวคนนั้น บรรยากาศตอนนั้นตึงเครียดมาก..</p>
<p><em>โปรดติดตามตอนต่อไป..</em></p>
<p><b>Story by</b> คุณแอมป์ ชุติพงษ์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story438/">438 หัวใครที่โรงพยาบาลร้าง? ตอนที่ 1</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story438/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>436 วิญญาณคนฆ่าตัวตาย ตอนที่ 2</title>
		<link>https://thehouse.online/story436/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story436/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2017 14:36:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าตัวตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3727</guid>

					<description><![CDATA[<p>..ต่อจากตอนที่แล้ว ผมเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ครับ แต่ตรงบันไดที่จะขึ้นไปต่อชั้น 4 มันดันขาด เหมือนมันพังลงมานานแล้ว มีแต่เศษปูน และเศษเหล็กกองอยู่เต็มไปหมด ระหว่างที่กำลังยืนดูกองเศษของบันไดอยู่ ด้วยความเงียบ เวลามีเสียงอะไรดังขึ้นมันจะดังชัดเจนมาก ‘แอ๊ดดด ด ด  ด’ เสียงเหมือนประตูกำลังเปิดออก พวกเรา 3 คนหันไปพร้อมกันไปยังต้นเสียง ซึ่งเป็นห้องห้องหนึ่งช่วงบริเวณกลางๆ ของชั้น 3 ผมส่องไฟไปยังห้องนั้น ประตูยังคงค่อยๆ เปิดออก แต่จู่ๆ ก็มีมือคนลักษณะผอมแห้งแทบจะเหลือแต่กระดูก มาเกาะอยู่ที่ขอบประตู! ตอนนั้นใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะละครับ ผมหันไปมองไอ้เพื่อน 2 คน ผมถามคำถามด้วยสายตาว่า ‘พวกมึงเห็นใช่ไหม?’ แต่ด้วยสีหน้าของพวกมันที่ทำหน้าตาตื่นกลัวสุดขีด ผมก็คงไม่ต้องรอคำตอบอะไรแล้ว จากภาพที่เห็นมืออันผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูกเกาะอยู่ที่ขอบประตู ทันใดนั้นก็มีใบหน้าที่มีดวงตาลึกโบ๋โผล่ออกมาอย่างช้าๆ ในลักษณะชะโงกออกมา รับกับแสงไฟฉายของผมอย่างจัง! ‘เหี้ยยยยย!’ ผมร้องลั่นพร้อมกับหันหลังกลับทันทีครับ! แต่ก็ไม่ทันเพื่อนอีก 2 คนซึ่งวิ่งลงบันไดไปก่อนหน้าแล้ว โดยเฉพาะไอ้แตง ขาเป๋แต่เสือกวิ่งเร็วชิบหาย! ผมวิ่งลงบันไดตามไปอย่างเร็ว โดยที่ยังมีภาพใบหน้านั้นติดตาอยู่ จังหวะที่ผมวิ่งมาถึงชั้น 2 ก็มีเสียง ‘ปั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story436/">436 วิญญาณคนฆ่าตัวตาย ตอนที่ 2</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p><em>..ต่อจากตอนที่แล้ว</em></p>
<p>ผมเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ครับ แต่ตรงบันไดที่จะขึ้นไปต่อชั้น 4 มันดันขาด เหมือนมันพังลงมานานแล้ว มีแต่เศษปูน และเศษเหล็กกองอยู่เต็มไปหมด ระหว่างที่กำลังยืนดูกองเศษของบันไดอยู่ ด้วยความเงียบ เวลามีเสียงอะไรดังขึ้นมันจะดังชัดเจนมาก ‘แอ๊ดดด ด ด  ด’ เสียงเหมือนประตูกำลังเปิดออก พวกเรา 3 คนหันไปพร้อมกันไปยังต้นเสียง ซึ่งเป็นห้องห้องหนึ่งช่วงบริเวณกลางๆ ของชั้น 3 ผมส่องไฟไปยังห้องนั้น ประตูยังคงค่อยๆ เปิดออก แต่จู่ๆ ก็มีมือคนลักษณะผอมแห้งแทบจะเหลือแต่กระดูก มาเกาะอยู่ที่ขอบประตู! ตอนนั้นใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะละครับ ผมหันไปมองไอ้เพื่อน 2 คน ผมถามคำถามด้วยสายตาว่า ‘พวกมึงเห็นใช่ไหม?’ แต่ด้วยสีหน้าของพวกมันที่ทำหน้าตาตื่นกลัวสุดขีด ผมก็คงไม่ต้องรอคำตอบอะไรแล้ว จากภาพที่เห็นมืออันผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูกเกาะอยู่ที่ขอบประตู ทันใดนั้นก็มีใบหน้าที่มีดวงตาลึกโบ๋โผล่ออกมาอย่างช้าๆ ในลักษณะชะโงกออกมา รับกับแสงไฟฉายของผมอย่างจัง! ‘เหี้ยยยยย!’ ผมร้องลั่นพร้อมกับหันหลังกลับทันทีครับ! แต่ก็ไม่ทันเพื่อนอีก 2 คนซึ่งวิ่งลงบันไดไปก่อนหน้าแล้ว โดยเฉพาะไอ้แตง ขาเป๋แต่เสือกวิ่งเร็วชิบหาย! ผมวิ่งลงบันไดตามไปอย่างเร็ว โดยที่ยังมีภาพใบหน้านั้นติดตาอยู่ จังหวะที่ผมวิ่งมาถึงชั้น 2 ก็มีเสียง ‘ปั้ง ปั้ง ปั้ง’ เสียงปิดประตูอย่างแรงตามมาเป็นระยะๆ 4-5 ครั้ง อย่างกับหนังผีฝรั่ง</p>
<p>ผมวิ่งลงมาถึงชั้นล่าง ก็เห็นเพื่อนรัก 2 คนของผมยืนรออยู่ด้านหน้าโรงแรม ด้วยสีหน้าตื่นและกลัวสุดขีด! พอผมวิ่งพ้นประตูโรงแรมออกมาด้านนอกได้ ก็มีเสียง ‘ฟิ้วววว ตุบ!’ มันเป็นเสียงของอะไรสักอย่างที่ตกลงมาจากที่สูงลงสู่พื้นอย่างแรง! ผมเห็นไอ้แตงยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ น้ำตาคลอ ผมตกใจกับสีหน้าของมันมาก ผมถาม ‘ไอ้แตง มึงเป็นอะไร มึงเห็นอะไร?’ มันพูดไม่ออก ตัวแข็งทื่อไปหมด ‘ฟิ้วววว ตุบบ!’ ‘ฟิ้ววววว ตุบบบ!’ เสียงนั้นมันยังคงดังไม่หยุด แต่เวลานั้นผมไม่ได้สนใจอะไรแล้ว นอกจากเพื่อนผมที่สติมันไม่อยู่กับตัว ส่วนไอ้กลมมันก็ยืนแข็งทื่อนิ่งไปด้วยอีกคน ผมยังคงเขย่าตัวเรียกสติไอ้แตง ถามว่ามันเห็นอะไร? มันยังคงช็อคกับสิ่งที่มันเห็น น้ำตามันคลอเบ้าจนไหลออกมา มันมองหน้าผม และค่อยๆ ชี้ไปผ่านไหล่ผมไปที่ด้านบนของโรงแรมที่อยู่ด้านหลังผม ผมหันหลังไปมองตามที่ไอ้แตงมันชี้ ทั้งๆ ที่เสียง ‘ฟิ้วววว ตุบบ!’ มันก็ยังคงดังอยู่เรื่อยๆ นะ สิ่งที่ผมเห็น มันทำให้ผมถึงกับอึ้ง! ตัวแข็งทื่อ และพูดอะไรไม่ออก! มันทำให้ผมหายสงสัยกับเสียงที่มันกวนใจผมมาตลอด ซึ่งในชีวิตผมยังไม่เคยเห็นภาพอะไรที่มันน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน! ..ภาพที่ผมเห็นคือ ชั้นดาดฟ้าโรงแรมที่พอเห็นได้ชัดพอประมาณ จากแสงไฟข้างถนนที่ส่องไปถึง มีเงาของคนยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ 4 คน และค่อยๆ ทิ้งตัวลงมาจากดาดฟ้าโรงแรม ทีละคน.. ทีละคน.. ‘ฟิ้วววว ตุบบ!’ ‘ฟิ้ววววว ตุบบบ!’ ..มันเป็นภาพที่ผมไม่ได้อยากดู แต่ด้วยตอนนั้นผมกลัวจนตัวมันแข็งทื่อไปหมด ได้แต่ยืนตาค้างมองดูร่างของคน 4 คน ที่ค่อยๆ ผลัดกันฆ่าตัวตายโดยการทิ้งตัวจากชั้นดาดฟ้าโรงแรมลงมาสู่พื้น ชัก และสิ้นใจ ซ้ำแล้วซ้ำอีก! ผมกลัวจนบอกไม่ถูก ยืนมองอยู่อย่างนั้น จนผมตั้งสติได้ แล้วค่อยๆ ขยับตัวลากเพื่อนอีก 2 คนให้ออกไปจากตรงนี้ แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงคนโดดตึกฆ่าตัวตายตามหลังมาไม่หยุด ..จนมาถึงริมถนน ผมไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ ไอ้แตง กับไอ้กลมก็ค่อยๆ อาการดีขึ้น พวกเรานั่งตั้งสติกันอยู่หน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่จนเกือบๆ ตี 4 ถึงได้พากันกลับมานอนที่ห้องผม</p>
<p>คืนนั้นทั้งคืนผมนอนไม่หลับเลย ภาพของคนที่โดดตึกฆ่าตัวตาย และใบหน้าคนตากลมโบ๋มันติดตาผมอยู่ทุกๆ ครั้งที่ผมหลับตาเลย ผมนอนลืมตาจนถึงเช้า และชวนไอ้แตงกับไอ้กลมไปใส่บาตร ไปวัดทำบุญกรวดน้ำให้กับสิ่งที่พวกเราเจอ แม้ว่าภาพน่ากลัวนั้นจะยังติดตาพวกเราอยู่ แต่มันก็ยังคาใจอยู่นิดหน่อย ว่าทำไมผมถึงเห็นพวกเขากระโดดตึกฆ่าตัวตายแบบนั้นซ้ำๆ เหมือนเทปกรอย้อนกลับไปมา ผมเลยไปหาอ่านเรื่องเกี่ยวกับคนฆ่าตัวตาย ว่ามันคือบาปร้ายแรงอย่างหนึ่ง ที่เมื่อตายไปแล้ว วิญญาณก็จะต้องมากระทำแบบนั้นซ้ำๆ เพื่อให้เกิดความทรมาน ให้สมกับบาปร้ายแรงที่ได้ก่อ.. แล้วยิ่งได้มาดูหนังเรื่อง ‘เด็กหอ’ ผมถึงยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ ว่าคนที่ฆ่าตัวตายนั้น จะต้องมาฆ่าตัวตายที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก จะทรมานแบบนี้ไปจนกว่าจะหมดกรรม.. ก็ได้แต่หวังให้พวกเขาผ่านพ้นกรรมจากการฆ่าตัวตายครั้งนี้ให้ได้ไวๆ ด้วยเถอะ..</p>
<p><b>Story by</b> คุณแอมป์ ชุติพงษ์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story436/">436 วิญญาณคนฆ่าตัวตาย ตอนที่ 2</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story436/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>435 วิญญาณคนฆ่าตัวตาย ตอนที่ 1</title>
		<link>https://thehouse.online/story435/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story435/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Jul 2017 15:07:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าตัวตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3724</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณแอมป์ ชุติพงษ์ ครับ คุณแอมป์เล่าว่า.. จากเรื่อง ไปส่งผี มันเป็นจุดเริ่มต้นของผม และเพื่อนๆ ที่อยากจะทำอะไรห่ามๆ ตามประสาวัยรุ่น พวกเราตั้งชื่อกลุ่มกันว่า แก๊งค์ส่องผี โดยรวมกลุ่มกันแรกเริ่มแค่ไม่กี่คนครับ มีหลักๆ ก็ 3 คนแรก ก็คือผม ไอ้กลม และไอ้แตง (ที่ไปเจอผีซ้อนท้ายผมจากเรื่องที่แล้วนั่นเอง) พวกเราเริ่มปฎิบัติการ ส่องผี ครั้งแรกของแก๊งค์ โดยนัดประชุมกันช่วงบ่ายวันศุกร์หลังเลิกเรียน ที่ห้างโอชอง (อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันไม่มีแล้ว) คุยกันว่าคืนนี้พวกเราจะไปส่องผีกันที่ไหนดี? ไอ้แตงเป็นคนเสนอมาก่อนเลยว่า ที่แรกของพวกเราต้องเป็นที่นั่นเท่านั้น โรงแรมร้าง ซึ่งคนสมัยก่อนจะรู้จักดี เป็นโรงแรมร้างตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเชียงใหม่ มีคำร่ำลือต่างๆ นานาว่าผีดุ มีคนตายที่นี่เยอะมาก และเคยมีวัยรุ่นมาลองของกันเยอะพอสมควร บ้างก็ไม่เจออะไร บ้างก็ถึงกับเข้าโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว แต่ที่ได้ยินเป็นเสียงเดียวกันมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องที่คนมักจะมาฆ่าตัวตายกันที่นี่ หลายต่อหลายศพที่เจ้าหน้าที่มาเก็บไป ที่รู้คือไม่ต่ำกว่า 5-6 ราย ไหนจะที่ไม่รู้อีกล่ะ! ซึ่งผมก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดหรอกนะครับว่าเพราะอะไร และทำไม? แต่ที่แน่ๆ คืนนี้พวกเรา 3 คนจะไปลองของกันที่นี่! พวกเรานัดมาเจอกันที่หอพักผม ซอยโจ๊กสมเพชร ตอนเวลาประมาณเที่ยงคืน มากันครบพวกเราก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story435/">435 วิญญาณคนฆ่าตัวตาย ตอนที่ 1</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณแอมป์ ชุติพงษ์ ครับ คุณแอมป์เล่าว่า.. จากเรื่อง <b><a href="https://thehouse.online/story433">ไปส่งผี</a> </b>มันเป็นจุดเริ่มต้นของผม และเพื่อนๆ ที่อยากจะทำอะไรห่ามๆ ตามประสาวัยรุ่น พวกเราตั้งชื่อกลุ่มกันว่า <strong>แก๊งค์ส่องผี</strong> โดยรวมกลุ่มกันแรกเริ่มแค่ไม่กี่คนครับ มีหลักๆ ก็ 3 คนแรก ก็คือผม ไอ้กลม และไอ้แตง (ที่ไปเจอผีซ้อนท้ายผมจากเรื่องที่แล้วนั่นเอง) พวกเราเริ่มปฎิบัติการ <strong>ส่องผี</strong> ครั้งแรกของแก๊งค์ โดยนัดประชุมกันช่วงบ่ายวันศุกร์หลังเลิกเรียน ที่ห้างโอชอง (อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันไม่มีแล้ว) คุยกันว่าคืนนี้พวกเราจะไปส่องผีกันที่ไหนดี? ไอ้แตงเป็นคนเสนอมาก่อนเลยว่า ที่แรกของพวกเราต้องเป็นที่นั่นเท่านั้น <strong>โรงแรมร้าง</strong> ซึ่งคนสมัยก่อนจะรู้จักดี เป็นโรงแรมร้างตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเชียงใหม่ มีคำร่ำลือต่างๆ นานาว่าผีดุ มีคนตายที่นี่เยอะมาก และเคยมีวัยรุ่นมาลองของกันเยอะพอสมควร บ้างก็ไม่เจออะไร บ้างก็ถึงกับเข้าโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว แต่ที่ได้ยินเป็นเสียงเดียวกันมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องที่คนมักจะมาฆ่าตัวตายกันที่นี่ หลายต่อหลายศพที่เจ้าหน้าที่มาเก็บไป ที่รู้คือไม่ต่ำกว่า 5-6 ราย ไหนจะที่ไม่รู้อีกล่ะ! ซึ่งผมก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดหรอกนะครับว่าเพราะอะไร และทำไม? แต่ที่แน่ๆ คืนนี้พวกเรา 3 คนจะไปลองของกันที่นี่!</p>
<p>พวกเรานัดมาเจอกันที่หอพักผม ซอยโจ๊กสมเพชร ตอนเวลาประมาณเที่ยงคืน มากันครบพวกเราก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกัน 2 คัน ผมขี่คนเดียวเหมือนเดิม.. พอถึงก็ไปจอดรถเอาไว้ริมถนน ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ก็อยู่ริมถนนเหมือนกัน เพียงแต่ตัวตึกโรงแรมจะอยู่ห่างออกไปอีกหน่อย ต้องเดินเข้าไปพอสมควร แต่พอมีไฟจากถนนทำให้เห็นรูปทรงตัวตึกสลัวๆ พวกเราค่อยๆ เดินเข้าไปเพราะต้องรอไอ้แตง (ไอ้แตงเป็นโปลิโอครับ มันจะกะเผลกๆ หน่อย) พวกเราใช้ไฟฉายค่อยๆ เดินสำรวจจากด้านนอกก่อน เวลาตอนนั้นประมาณตี 1 นิดๆ อากาศเย็นๆ วังเวงชวนขนลุกมาก เสียงรถที่เคยมีก็เริ่มค่อยๆ หายไป ทำให้ได้ยินแต่เสียงของพวกเรา ผมเดินมาบริเวณบันไดหนีไฟด้านข้างของโรงแรม มันจะมีถังน้ำมัน 200 ลิตรใหญ่ๆ หลายถังวางทับๆ กันอยู่เยอะมาก รวมไปถึงพวกต้นหญ้าต้นใหญ่ๆ มีหนาม ขึ้นล้อมรอบปิดทางขึ้นจนหมด หมาสักตัวก็ขึ้นไปไม่ได้แน่ๆ ผมจึงเดินย้อนมาด้านหน้าโรงแรมที่เป็นเหมือนประตูทางเข้า พอผมเดินมาถึงบริเวณหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนหัวเราะ และตามมาด้วยเสียงร้องไห้ ผมหยุดกึก.. และค่อยๆ ตั้งใจฟังเสียงนั้น พร้อมกับมองหาที่มาของเสียง ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ซึ่งค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือนดังมาจากด้านในโรงแรม ตอนนั้นผมเริ่มเหงื่อตกครับ มองหาไอ้เพื่อน 2 คน ก็เห็นแสงจากไฟฉายมันไกลๆ ผมเลยตะโกนเรียกมัน 2 คนให้เดินมาหาไวๆ ระหว่างที่ผมตะโกนเรียกพวกมันซ้ำๆ บอกให้เร็วๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนแบบสุดเสียงออกมาว่า ‘เงียบ เงียบ!’ คือเสียงดังมาก! จนผมนี่สะดุ้งเลยครับ ยืนนิ่งมองหาที่มาของเสียง พอไอ้เพื่อน 2 คนมาถึง มันก็ถามผมว่า ‘มีอะไร มึงเป็นอะไร ทำไมยืนนิ่งเชียววะ?’ ผมเลยถามพวกมันว่า ‘พวกมึงไม่ได้ยินเสียงเมื่อกี้เหรอวะ?’ มัน 2 คนมองหน้ากันแล้วถามผม ‘เสียงอะไร? ซึ่งตอนนั้นทำให้ผมมั่นใจเลยครับ ว่าผมคงได้ยินคนเดียว ทั้งที่เสียงออกจะเสียงดังขนาดนั้น และมันคงจะเป็นเสียงของอดีตมนุษย์แน่ๆ แต่ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้ว แค่นี้ยังถือว่าสบายๆ พอขนลุก ดังนั้นพวกเราก็ต้อง Go on ครับ!</p>
<p>หลังจากที่ผม และเพื่อนๆ เดินเข้ามาภายในตัวโรงแรม สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้คือกลิ่นสาปอับๆ ซึ่งสภาพโรงแรมบอกได้เลยว่าเหมือนผ่านสงครามมาอย่างหนักหน่วง ทั้งเศษกระจกที่แตกเต็มพื้นไปหมด รอยผนังที่แตกร้าว เศษผ้าขาดๆ เดาว่าน่าจะมาจากพวกผ้าม่าน และมีร่องรอยเหมือนถูกไฟไหม้อยู่ทั่วไปหมด สภาพดูเก่า และทรุดโทรมมากกว่าที่คิด แต่แปลกตรงที่มันไม่มีเศษขยะ ขวดเหล้า เบียร์ หรือสิ่งของที่มักพบเจอเวลาไปตามอาคารร้าง ที่มักจะมีพวกคนเร่ร่อนมาอาศัย หรือพวกวัยรุ่นขี้ยามาสุมหัวอยู่ พวกเรา 3 คนเดินวนสำรวจรอบๆ ชั้นล่าง ซึ่งผมเดินแยกห่างออกมาคนเดียว ให้ไอ้กลมอยู่ดูแลไอ้แตงมัน ระหว่างที่เดินๆ อยู่ ผมก็ได้กลิ่นเหมือนอะไรเน่าๆ โชยมา ผมนี่หน้าถอดสีละครับ แต่พยายามไม่คิดอะไรมาก คิดว่าน่าจะเป็นหนูตายหรือสัตว์อะไรมาตายในนี้ แต่ที่แปลกคือ พอหันไปถามไอ้ 2 คนว่าได้กลิ่นอะไรไหม? พวกมันกลับบอกไม่ได้กลิ่น.. ผมคิดในใจ ‘เอาแล้วไงกู..’ แต่ผมก็ยังใจแข็งเดินหน้าต่อไป ผมส่องไฟฉายไปเรื่อยๆ เดินจนไปถึงบริเวณบันไดทางขึ้น จังหวะที่ผมเอาไฟฉายส่องขึ้นไป จู่ๆ ก็มีแจกันหรือถ้วยอะไรสักอย่างตกลงมาจากข้างบน เพล้งงงง!! ผมนี่สะดุ้งโหยงเลย! คือตกใจมาก พอตั้งสติได้เลยลองเอาไฟฉายส่องดูว่ามันคืออะไร? มันเป็นเหมือนกระถางธูปที่เขาไว้ปักธูปไหว้พระ ซึ่งยังมีข้าวสาร และทรายอยู่ แต่ด้วยความสงสัยว่ามันตกลงมาได้อย่างไร? เพราะจากลักษณะการตก มันเหมือนมีคนจงใจโยนลงมา! พวกเรา 3 คนมองหน้ากันแบบเจื่อนๆ ก่อนที่ผมจะเอ่ยปากถามเพื่อนอีก 2 คนว่า ‘มึงยังจะไปกันต่อไหม?’ พวกมัน 2 คนพยักหน้าด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ พร้อมกับพูดว่า ‘เอาวะ ไปต่อก็ไปต่อ..’</p>
<p>ผมขึ้นบันไดมาบริเวณชั้น 2 ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก มีพวกรอยแตกร้าว เศษกระจก เศษผ้าเหมือนชั้นล่าง แต่แค่มีส่วนแยกเป็นห้องๆ ให้เราได้สำรวจกัน พวกเราแยกย้ายมาสำรวจกันคนละฝั่ง ซึ่งผมได้มาคนเดียว (อีกแล้ว) ผมยังคงได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเป็นระยะๆ แต่รู้สึกเหมือนยิ่งเดินลึกเข้าไปมากเท่าไร ก็ยิ่งได้กลิ่นแรงขึ้นๆ ผมเดินสำรวจตามห้องต่างๆ จนทั่วชั้น 2 ก็ไม่พบอะไร เลยเดินกลับมาทางเดิมตรงบันได เพื่อที่จะขึ้นไปชั้นต่อไป แล้วระหว่างทาง จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนผู้ชายเรียก และพูดว่า ‘อย่าไป อย่าไป..’ ผมขนลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง รีบจ้ำอ้าวเดินเลยครับทีนี้ พอมาถึงตรงบันได ก็มาเจอไอ้เพื่อน 2 คนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไอ้แตงมันก็ทักขึ้นมาว่า ‘เมื่อกี้มึงได้ยินเสียงอะไรเปล่าวะ?’ ไอ้กลมรีบสวนขึ้นมาทันที ‘เออ กูได้ยิน!’ ผมเลยถามไอ้กลมไปว่า ‘มึงได้ยินอะไร?’ มันก็บอกว่า ‘กูได้ยินเสียงผู้หญิงพูดว่า อย่าไป อย่าไปเลยนะ..’ ส่วนไอ้แตงก็บอกให้ฟังถึงสิ่งที่มันได้ยินว่า ‘เออ กูก็ได้ยินเหมือนกัน แต่เป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง..’ แม่คุณเอ้ย! ผมนี่ขนลุกมากๆ รู้สึกหนาวมาถึงต้นคอเลยครับ พวกเรายืนนิ่งกันอยู่ตรงบันไดพักใหญ่ ก่อนที่ผมจะบอกว่า ‘ป่ะ! ไปข้างบนกันต่อ’ ทั้งๆ ที่ในใจตอนนั้นเริ่มกลัวมากขึ้นๆ ทุกทีแล้ว และมีสังหรว่าจะต้องเจออะไรสักอย่างแน่ๆ คืนนี้</p>
<p><em>โปรดติดตามตอนต่อไป..</em></p>
<p><b>Story by</b> คุณแอมป์ ชุติพงษ์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story435/">435 วิญญาณคนฆ่าตัวตาย ตอนที่ 1</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story435/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>420 บังเจอดี</title>
		<link>https://thehouse.online/story420/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story420/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 May 2017 14:58:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3591</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณบังครับ คุณบังเล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา คืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์ พระจันทร์เต็มดวง เพื่อนๆ ผมอยู่กันครบ ก็เลยนึกสนุกชวนกันไปโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่งที่นครปฐม ไปกัน 10 คนพอดี ขับรถไป คุยกันไปตามประสาเพื่อน จนไปถึงที่หมายเวลาตี 1 พอดี ก็เริ่มกันเลยครับ ไฟฉายคนละอัน แบ่งกันไปเป็น 2 กลุ่มกลุ่มละ 5 คน โดยผมจะอยู่กลุ่มแรกเลยครับ กลุ่มนี้จะกลัวผีกันหมดทุกคนยกเว้นผมคนเดียวที่ไม่กลัว ไม่แปลกเลยครับที่พวกมันจะให้ผมเป็นคนเดินนำ พวกผมก็เดินเข้าไปเรื่อยๆ สำรวจชั้น 1 จนทั่วเสร็จ ก็ขึ้นชั้น 2 โดยที่ผมไม่รู้สึกกลัวหรือรู้สึกอะไรเลย อารมณ์ตอนนั้นนึกสนุกก็เลยตะโกนออกมา ‘เฮ้ย! ไอ้ผีตายห่าตายโหง แน่จริงมึงออกมาสิ บังมาหามึงแล้วนะ ไม่มาหาบังหน่อยเหรอ?’ พอสิ้นเสียงตะโกน เพื่อนๆ ทุกคนเงียบหมด แล้วสายตาทุกคนมันก็มองไปที่บันไดทางขึ้นชั้น 3 เป็นตาเดียว ผมก็ขนลุกสิครับ พวกมึงเงียบทำไมวะ มีอะไรมึงบอกกูสิ? แต่เพื่อนๆ ก็ไม่พูดอะไร ผมเลยโมโหเดินไปตรงบันไดที่พวกมันมอง แต่แปลกครับ ระหว่างที่ผมเดินไปบริเวณนั้น ขนผมลุกซู่ทั้งตัวเลย แล้วลมก็พัดมาเลยครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story420/">420 บังเจอดี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณบังครับ คุณบังเล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา คืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์ พระจันทร์เต็มดวง เพื่อนๆ ผมอยู่กันครบ ก็เลยนึกสนุกชวนกันไปโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่งที่นครปฐม ไปกัน 10 คนพอดี ขับรถไป คุยกันไปตามประสาเพื่อน จนไปถึงที่หมายเวลาตี 1 พอดี ก็เริ่มกันเลยครับ ไฟฉายคนละอัน แบ่งกันไปเป็น 2 กลุ่มกลุ่มละ 5 คน โดยผมจะอยู่กลุ่มแรกเลยครับ กลุ่มนี้จะกลัวผีกันหมดทุกคนยกเว้นผมคนเดียวที่ไม่กลัว ไม่แปลกเลยครับที่พวกมันจะให้ผมเป็นคนเดินนำ</p>
<p>พวกผมก็เดินเข้าไปเรื่อยๆ สำรวจชั้น 1 จนทั่วเสร็จ ก็ขึ้นชั้น 2 โดยที่ผมไม่รู้สึกกลัวหรือรู้สึกอะไรเลย อารมณ์ตอนนั้นนึกสนุกก็เลยตะโกนออกมา ‘เฮ้ย! ไอ้ผีตายห่าตายโหง แน่จริงมึงออกมาสิ บังมาหามึงแล้วนะ ไม่มาหาบังหน่อยเหรอ?’ พอสิ้นเสียงตะโกน เพื่อนๆ ทุกคนเงียบหมด แล้วสายตาทุกคนมันก็มองไปที่บันไดทางขึ้นชั้น 3 เป็นตาเดียว ผมก็ขนลุกสิครับ พวกมึงเงียบทำไมวะ มีอะไรมึงบอกกูสิ? แต่เพื่อนๆ ก็ไม่พูดอะไร ผมเลยโมโหเดินไปตรงบันไดที่พวกมันมอง แต่แปลกครับ ระหว่างที่ผมเดินไปบริเวณนั้น ขนผมลุกซู่ทั้งตัวเลย แล้วลมก็พัดมาเลยครับ พร้อมกับเสียงใบไม้แห้งข้างล่าง จังหวะนั้น เพื่อนอีกกลุ่มที่รออยู่ด้านล่างก็ตะโกนขึ้นมาว่า ‘ไอ้บัง! พวกมึงรีบลงมาเลย เร็วๆ’ พอได้ยินแบบนั้น ไอ้พวกเพื่อนๆ ที่ขึ้นไปกับผมมันก็วิ่งสิครับ วิ่งแบบไม่คิดชีวิตเลย เท่ากับเหลือผมที่อยู่ตรงบันไดทางขึ้นชั้น 3 คนเดียว</p>
<p>ด้วยความที่เพื่อนไปหมดแล้ว แต่ผมอยากดูอยากเจอ ก็เลยขึ้นไปชั้น 3 คนเดียวเลยครับ พอขึ้นไปมันเงียบมากๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกผิดจากชั้น 2 เลย ผมเดินไปที่ริมระเบียง ก็ได้ยินเหมือนเสียงคนเดินตรงบันได ‘ตึงๆๆ’ ตอนแรกก็คิดว่าเพื่อนคงขึ้นมาตามผม ไฟฉายผมบอกก่อนนะครับ สว่างมาก ผมก็สาดไฟดูเลยครับ ปรากฏว่า เอ้า! ไม่มีใครเลย!? แล้วมันเสียงอะไรวะ คือเสียงมันเดินแบบลงเท้าหนักมาก เน้นๆ เหมือนคนใส่รองเท้าหนัง หรือรองเท้าบูทแบบนั้นเลย ผมก็ใจไม่ดีละสิ แต่ก็เอะใจว่าทำไมไม่มีเสียงเพื่อนตะโกนขึ้นมาเลย ผมก็เลยถอดใจ ลงไปหาเพื่อนๆ ดีกว่า จะไปถามว่าพวกมึงวิ่งกันทำไม? แล้วช่วงที่ผมเดินลงมาจากชั้น 3 ผมก็หันหลังไปมอง แต่ไม่ได้ส่องไฟฉายไปนะครับ เต็มๆ ตาเลย! ผู้ชายมีอายุใส่ชุดสูทสีดำยืนชี้หน้าผมอยู่ตรงชั้น 3 ตรงที่ที่ผมเพิ่งจะเดินลงมาเลยครับ! เอาล่ะสิ ด้วยความที่ไม่กลัวอยู่แล้ว เลยถามไปเลย ‘มึงไปยืนทำไม? มึงแน่จริง มึงลองหายไปดิ๊?’ พอพูดจบเท่านั้นล่ะ เสียงจากชั้น 3 ดังโครมเลยครับ ไม่รู้เสียงอะไรยังไง แต่ผมวิ่งเลยครับ วิ่งแบบไม่คิดชีวิต วิ่งแบบไม่กลัวตกบันได ก้าวลงทีละ 4-5 ขั้น จนมาถึงข้างหน้า อ้าวทำไมเพื่อนกูสวดมนต์กันวะ?</p>
<p>จากนั้นก็ขึ้นรถกลับกัน ผมเป็นคนขับ ขับออกมาจากโรงพยาบาลมาได้นิดเดียว เพื่อนที่นั่งข้างหลังก็ทุบกระจกบอกให้ผมจอด ตรงนั้นข้างทางมืดมาก ผมก็มองหาศาลาที่พอมีไฟสลัวๆ จอด ผมถามเพื่อนว่า ‘มึงเคาะทำไม?’ มันบอกว่า ‘เมื่อกี้กูมองย้อนกลับไป แม่งเห็นผู้ชายยืนชี้มาที่รถเราว่ะ ตานี่แดงก่ำเลย!’ ผมก็ถือโอกาสถามเลยว่า ‘เอาล่ะ พวกมึงเล่ามาเลย ว่าทำไมพวกมึงถึงตะโกนบอกให้พวกกูลงมา?’ เพื่อนผมกลุ่มที่ขึ้นไปด้วยกันก็ร้องโฮ่เลยครับ มันบอกว่า ‘ตอนที่ไอ้บังตะโกนด่าเสร็จ กูเห็นผู้ชายแก่ๆ กำลังยืนชี้หน้าไอบังอยู่ เห็นชัดๆ เลย แต่ไอ้บังก็เสือกเดินไปหาเค้าอีก..’ เพื่อนอีกคนพูดเสริมอีกว่า ‘แล้วตอนที่กูรีบวิ่งออกมา กูยังเห็นผู้ชายคนนั้นเค้ามาจับไหล่มึงอยู่เลย มึงไม่เห็นเหรอวะ ไอ้เหี้ยบัง?’ ได้ยินเท่านั้นล่ะครับ ผมนี่เข่าอ่อนเลย พวกเรานั่งคุยกันแต่เรื่องนี้จนเกือบเช้า</p>
<p>พอกลับมาถึงซอยบ้าน ในหัวผมก็ยังคิดถึงแต่ภาพตอนที่อยู่ชั้น 3 นั้นตลอดเลยครับ ก็เลยคุยกันว่าจะให้เพื่อนๆ ที่เป็นคนพุทธทำบุญให้เค้าหน่อยดีกว่า ตอนนั้นจะตี 5 พอดี เพื่อนๆ ผมก็จัดไปเลยครับ 9 ชุด ทำบุญ ใส่บาตรเสร็จค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน แล้วเรื่องก็เงียบครับ ตื่นมาอีกทีช่วงเย็น เลยต้องคุยกันว่ามีใครในกลุ่มฝันหรือเจออะไรแปลกๆ ไหม แต่ก็ไม่มีอะไรครับ นอนหลับสบายใจ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ‘กูจะไม่ไปที่นั่นอีกแล้ว!’</p>
<p><b>Story by</b> คุณบัง</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story420/">420 บังเจอดี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story420/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>401 เรียกกลับมาด้วย</title>
		<link>https://thehouse.online/story401/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story401/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Apr 2017 14:56:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[รถ]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3482</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ คุณเลิฟเล่าว่า.. เรื่องนี้เกิดขึ้นนานพอสมควรแล้วครับ ตอนนั้นผมตกงาน เป็นช่วงสมัครงานใหม่รอเรียกตัว ถ้าจำไม่ผิดจะตรงกับช่วงสงกรานต์พอดี น้องๆ แถวบ้านก็มาชวนไปเล่นน้ำกันตั้งแต่เช้า เอารถผมไปนี่ล่ะ ตระเวนขับเล่นไปตามถนนในกรุงเทพฯ เล่นจนค่ำ กลับมาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า แล้วมานั่งรวมกลุ่มกันที่บ้านผม นั่งจิบเบียร์ไปเรื่อย คิดโปรแกรมว่าจะไปที่ไหนกันต่อดี? น้องคนหนึ่งเสนอให้ไปเล่นน้ำต่อที่ RCA แต่ผมไม่เอาแล้วครับ เบื่อ โดนน้ำมาทั้งวัน น้องอีกคนเลยเสนอความคิดว่า ‘ไปดูบ้านผีกันไหม? เป็นโรงงานร้างอะไรสักอย่างนี่ล่ะ..’ น้องๆ ที่เหลือก็เอาด้วย เลยตกลงไปกัน ผมทำหน้าที่ขับรถ เอารถคันเดิมผมไปนี่ล่ะ เป็นรถเก๋งเก่าๆ ไปกัน 4 คน พอไปถึงโรงงานร้างที่ว่าก็จอดรถ แล้วพากันเดินสำรวจข้างในทันที น้องคนที่ชวนมาก็เล่าประวัติความเป็นมา ว่าทำไมโรงงานถึงร้าง.. มีคนตายตรงไหน.. มีคนเคยเจออะไรบ้าง.. พูดไปเรื่อยเพื่อบิ้วท์อารมณ์ น้องๆ 3 คนเดินนำหน้าไป ส่วนผมถือไฟฉายเดินตามหลัง บรรยากาศรอบๆ โรงงานร้าง มีเสียงนกกลางคืน เสียงจิ้งหรีดร้อง เล่นเอาขนลุกอยู่เหมือนกัน.. ในตอนที่เดินผ่านป่าละเมาะก่อนจะเข้าโรงงาน ผมมีความรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลังผมมาอีกคน พยายามหันไปมอง แต่ก็ไม่มีอะไร เป็นอย่างนั้นอยู่ 2 ครั้งเห็นจะได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story401/">401 เรียกกลับมาด้วย</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ คุณเลิฟเล่าว่า.. เรื่องนี้เกิดขึ้นนานพอสมควรแล้วครับ ตอนนั้นผมตกงาน เป็นช่วงสมัครงานใหม่รอเรียกตัว ถ้าจำไม่ผิดจะตรงกับช่วงสงกรานต์พอดี น้องๆ แถวบ้านก็มาชวนไปเล่นน้ำกันตั้งแต่เช้า เอารถผมไปนี่ล่ะ ตระเวนขับเล่นไปตามถนนในกรุงเทพฯ เล่นจนค่ำ กลับมาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า แล้วมานั่งรวมกลุ่มกันที่บ้านผม นั่งจิบเบียร์ไปเรื่อย คิดโปรแกรมว่าจะไปที่ไหนกันต่อดี? น้องคนหนึ่งเสนอให้ไปเล่นน้ำต่อที่ RCA แต่ผมไม่เอาแล้วครับ เบื่อ โดนน้ำมาทั้งวัน น้องอีกคนเลยเสนอความคิดว่า ‘ไปดูบ้านผีกันไหม? เป็นโรงงานร้างอะไรสักอย่างนี่ล่ะ..’ น้องๆ ที่เหลือก็เอาด้วย เลยตกลงไปกัน ผมทำหน้าที่ขับรถ เอารถคันเดิมผมไปนี่ล่ะ เป็นรถเก๋งเก่าๆ ไปกัน 4 คน</p>
<p>พอไปถึงโรงงานร้างที่ว่าก็จอดรถ แล้วพากันเดินสำรวจข้างในทันที น้องคนที่ชวนมาก็เล่าประวัติความเป็นมา ว่าทำไมโรงงานถึงร้าง.. มีคนตายตรงไหน.. มีคนเคยเจออะไรบ้าง.. พูดไปเรื่อยเพื่อบิ้วท์อารมณ์ น้องๆ 3 คนเดินนำหน้าไป ส่วนผมถือไฟฉายเดินตามหลัง บรรยากาศรอบๆ โรงงานร้าง มีเสียงนกกลางคืน เสียงจิ้งหรีดร้อง เล่นเอาขนลุกอยู่เหมือนกัน.. ในตอนที่เดินผ่านป่าละเมาะก่อนจะเข้าโรงงาน ผมมีความรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลังผมมาอีกคน พยายามหันไปมอง แต่ก็ไม่มีอะไร เป็นอย่างนั้นอยู่ 2 ครั้งเห็นจะได้ ผมเลยทำเป็นไม่สนใจ เดินตามน้องๆ ไปสำรวจต่อ.. พอขึ้นบันไดไปชั้นบน มันจะกั้นเป็นห้องๆ เหมือนห้องเก็บของอะไรสักอย่างเรียงกัน พอเดินผ่านไป น้องคนที่เดินอยู่หน้าผมก็หยุดเดิน ผมเดินไปทันเลยถามว่า ‘อะไร.. มีอะไร?’ น้องคนนั้นค่อยๆ กระซิบข้างหูผมว่า ‘พี่.. ลองดูตรงมุมห้องห้องข้างๆ ดิ ผมเห็นอะไรขาวๆ อยู่ที่มุมห้อง..’ ผมพยายามมองตามแสงไฟฉายของน้องเข้าไป ก็เห็นจริงๆ ครับ ลักษณะมันเหมือนคนใส่ชุดสีขาว คล้ายชุดคลุมยาวๆ คลุมถึงหัว กำลังหันหน้าเข้าหากำแพง หันหลังมาทางพวกเรา ผมกับน้องหยุดดู อยู่พักหนึ่ง แต่เจ้าสิ่งนั้นก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน ในใจตอนนั้นผมคิดว่า อาจเป็นหุ่นที่ใครก่อนหน้านี้มาทำหลอกพวกเราไว้ หรืออาจจะเป็นคนเร่ร่อนแอบเข้ามาหาของไปขาย ไม่ก็มานอนในนี้.. แต่จะอะไรก็ช่างผมไม่ขอเสี่ยงไปพิสูจน์ เลยบอกน้องว่า ‘ไปเหอะๆ’ ..ผมกับน้องเดินต่อไปจนทัน 2 คนแรกที่หยุดรอพวกเรา ตรงบันไดทางขึ้นอีกชั้น</p>
<p>พอสำรวจจนหมดทุกชั้น ก็ถึงเวลากลับ พวกเราเดินย้อนลงมาทางเดิม ผมกับน้องอีกคนหยุดดูที่ห้องนั้นโดยไม่ต้องนัดกัน ปรากฏว่าเจ้าสิ่งนั้นได้หายไปแล้วครับ! เอาล่ะสิ.. น้องรีบสะกิดผมเหมือนรู้กัน ต่างคนต่างรีบเดินจ้ำๆ ลงมาเลย พอออกจากโรงงานมาก็เจอป่าละเมาะ น้องคนนั้นรีบจ้ำเลย ทำให้พวกที่เหลือรวมถึงผมก็ต้องรีบเหมือนกัน พอมาถึงที่รถ น้องอีก 2 คนก็ถามว่า ‘มึงจะรีบไปไหน หรือว่าเห็นอะไร?’ น้องคนนั้นก็เล่าให้ฟัง ส่วนผมเลยไปสตาร์ทรถเปิดแอร์รออยู่ในรถ เพราะอากาศร้อนมากๆ ปล่อยให้น้องๆ คุยกันไปก่อน.. พอเริ่มนาน ผมเห็นว่าควรกลับได้แล้ว เลยเปิดกระจกตะโกนออกไปว่า ‘มาๆๆ ขึ้นรถเลย จะกลับแล้ว เร็ว!’</p>
<h6><em><strong>ผมไม่รู้เลยว่า คำพูดประโยคนี้ของผมจะนำมาซึ่งความหายนะ..</strong></em></h6>
<p>หลังจากที่ทุกคนขึ้นรถกันครบแล้ว ผมก็ขับออกมาเรื่อยๆ ช่วงนั้นรถไม่ค่อยเยอะ เลยขับอย่างสบายๆ คุยเล่นกันไปตามประสา แวะส่งน้องทีละคนๆ จนครบ แต่ก่อนจะเข้าบ้านผมดันหิวขึ้นมา เลยกะว่าจะแวะร้านข้าวต้มหาไรกินอีกนิดจะได้หลับสบาย ขณะที่ขับรถมาเรื่อยๆ ก็มีรถบางคันบีบแตรใส่ผม ผมก็นึกว่าผมขับช้าเลยหลบให้ แต่รถคันนั้นก็ยังบีบแตรใส่ผมอีก บางคันก็กระพริบไฟสูงใส่รถผม ผมก็งง ก็ขับมาดีแล้วนี่นา พยายามอยู่เลนกลางไปเรื่อยๆ ไม่เร็วไม่ช้า แล้วผมผิดอะไร? มาบีบแตร กระพริบไฟใส่รถผมกัน.. แต่ช่างมันครับ ร้านข้าวต้มอยู่ข้างหน้าแล้ว รีบกินรีบกลับบ้านนอนดีกว่า.. ผมจอดรถหน้าร้าน ล็อครถ เดินไปสั่งกับข้าวแล้วนั่งรอ จิบเบียร์ไปพลางๆ มองคนในร้าน และคนมาใหม่ที่ทยอยเดินเข้ามาเรื่อยๆ ผมก็สังเกตคนที่เดินผ่านรถผม จะมองรถแบบแปลกๆ คือรถผมก็ได้สวย หรือใหม่อะไรเลย ทำไมมองกันจัง? แปลกดี.. พอกินอิ่มเรียบร้อยก็กลับบ้าน ทุกอย่างก็ปกติไม่มีอะไรครับ</p>
<p>หลังจากวันนั้น ผ่านไปอาทิตย์กว่าๆ ตกกลางคืน หมาในหมู่บ้านชอบมารวมตัวกันที่รั้วหน้าบ้านผม แล้วพากันเห่าหอน เป็นแบบนี้ประจำ จนผมเริ่มสงสัยว่ามันไม่น่าจะปกติแล้ว แต่กว่าที่ผมจะคิดทำอะไร น้องที่ทำงานเก่าผมก็มาขอยืมรถผม บอกขอยืมไปงานบวชเพื่อนหน่อย หารถไปไม่ได้ ผมก็ให้ยืมไป.. แล้วในวันนั้นเอง ช่วงเย็นผมก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องที่ยืมรถไปว่า ‘พี่.. รถเกิดอุบัติเหตุชนกับสิบล้อ รถพังหมดเลย แต่ผมไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว รอหมอมาเช็คอีกครั้ง..’ ผมตกใจมากเมื่อได้ยินข่าว วันรุ่งขึ้นผมรีบหารถไปเยี่ยมดูอาการน้องทันที</p>
<p>โชคดีที่น้องไม่เป็นอะไรมาก แขนเดาะ เคล็ดไปทั้งตัว ไม่มีอะไรสาหัส ผมเลยถามน้องว่า ‘มันเกิดขึ้นได้ยังไง เมาหรือเปล่า?’ น้องบอกว่า ‘ผมไม่ได้กินเหล้าเลยครับ ..แต่ว่าตอนขับออกจากงานบวชมาตามถนน ผมมองไปที่กระจกหลัง เห็นเป็นคนใส่ผ้าคลุมสีขาว คลุมไปถึงหัวเลย เห็นแต่หน้า ดูเหี่ยวๆ เหมือนคนแก่ น่ากลัวมาก ตอนนั้นคือตกใจสุดขีด แต่พยายามตั้งสติไม่มองกระจกอีก แล้วพอจังหวะรถบรรทุกสวนมาอีกเลน เจ้าสิ่งที่อยู่เบาะหลังมันก็กระโจนพรวดมากระแทกเบาะผมอย่างแรง จนผมหักพวงมาลัยเข้าหารถบรรทุก แล้วจากนั้นผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนมาฟื้นที่โรงพยาบาลนี่ล่ะ..’ แล้วน้องก็บอกอีกว่า ‘เดี๋ยวผมจะเอารถไปซ่อมให้ดีเหมือนเดิม..’ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรน้องมัน ได้แต่เก็บความสงสัยว่า สิ่งที่น้องเล่า ทำไมมันเหมือนกับที่ผม และน้องอีกคนเห็นในคืนที่ไปสำรวจโรงงานร้างนั่น แล้วเจ้าสิ่งนั้นมันมาอยู่ในรถผมได้ยังไง? ผมพยายามประติดประต่อเรื่องราว แต่ก็คิดไม่ออก จนขี้เกียจหาคำตอบ</p>
<p>เวลาผ่านไป รถผมถูกเอาไปซ่อมในอู่ที่น้องรู้จักกัน สภาพก็หนักเอาการอยู่ แต่ผมไม่ค่อยสนใจ รอน้องมันจัดการให้ หลังจากวันที่เอารถเข้าอู่ 1 สัปดาห์ เจ้าของอู่ก็โทรตามผมกับน้องให้ไปดูรถหน่อย ผมก็ดีใจอะไรมันจะเสร็จไวปานนั้น จะได้มีรถใช้สักที.. พอไปถึงอู่ ผมกับน้องก็งงกันทั้งคู่ เพราะรถคงยังอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ซ่อมอะไรเลย ผมเลยถามช่างว่า ‘เรียกผมมาดูอะไรเหรอ?’ ช่างเจ้าของอู่บอกว่า ‘รถนี่ไปชนคนตายมาหรือเปล่า?’ ผมบอกไม่นะ รถของแม่ให้ผมมาใช้ ไม่เคยมีประวัติอะไรเลย.. ช่างก็เริ่มเล่าให้ฟังว่า ‘เกือบทุกคืน จะต้องมีหมามาเห่าหอนที่หน้าอู่ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยมี ที่สำคัญ เมียช่างเห็นคนใส่ชุดคลุมสีขาวเดินรอบรถ เดินวนไปวนมาตอนดึกๆ ลูกน้องช่างเองก็เคยเห็น..’ พอช่างเล่าถึงตรงนี้ ผมกับน้องมองหน้ากันเลย สิ่งที่ช่างเล่ามันเหมือนกันเป๊ะๆ กับสิ่งที่ผมกับน้องเจอ..</p>
<p>ผมเลยเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกให้ช่างฟัง ช่างบอกว่า ‘อย่าเอาไปใช้เลยถ้าเป็นแบบนี้ แยกขายเป็นซากไปดีกว่า..’ ผมกลับบ้านไปปรึกษาแม่ และเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง แม่ถึงกับตกใจ ดุผมว่า ‘ถ้าไปตามที่ที่ไม่รู้จัก อย่าเอ่ยปากชวนใครขึ้นรถแบบลอยๆ ถ้าจะเรียกเพื่อนขึ้นรถก็ให้เรียกชื่อเลย เรียกทั้งชื่อ-นามสกุลได้ยิ่งดี ไม่อย่างนั้นพวกผีเร่ร่อน หรือวิญญาณที่อยู่แถวนั้นจะนึกว่าไปเรียกมันขึ้นรถ มันจะติดตามขึ้นมาแล้วสร้างความเดือดร้อน หาตัวตายตัวแทนมันไป โบราณเค้าถือ..’ ผมเลยเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่น้อง และช่างเห็น คงเป็นวิญญาณตนนั้นที่ตามมาจากโรงงานร้างนั่น ตอนที่ผมเรียกน้องๆ ขึ้นรถ.. จากนั้นแม่เลยบอกว่าให้ขายรถทิ้งเลย อย่าเอามาใช้อีก เพราะไม่น่าไว้ใจ ผมเลยตกลงขายเป็นซากทิ้ง แล้วน้องที่ยืมรถผม เขาก็รับผิดชอบหาเงินมาจัดการในส่วนต่างๆ ให้ผมไป.. หลังจากวันนั้น เวลาผมจะเรียกเพื่อนหรือใครขึ้นรถ ผมจะเรียกเจาะจงชื่อไปเลย ไม่กล้าเรียกลอยๆ อีกแล้ว เข็ดไปอีกนานเลยครับ</p>
<p><b>Story by</b> คุณเลิฟ</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story401/">401 เรียกกลับมาด้วย</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story401/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>389 สำรวจบ้านร้างที่ศรีสะเกษ</title>
		<link>https://thehouse.online/story389/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story389/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2017 14:51:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านร้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3383</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณตุ่นครับ คุณตุ่นเล่าว่า.. ผมเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ เรื่องนี้ผมได้ฟังมาจาก พี่โจ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเองครับ เรียกว่าเจอแบบจังๆ เลย คือบ้านพี่โจแกจะอยู่อำเภอกันทรลักษร์ คนละอำเภอกับบ้านผม พี่โจเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน วัยกำลังคึกคะนองเลย สมัยนั้นพี่โจแกจะเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไร เลยมักจะซน หาเรื่องพิสูจน์ท้าทายไปทั่ว และในตัวอำเภอนั้น ตรงแถวบ้านแกจะมีบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง ถูกปล่อยทิ้งร้างมาหลายปี ไม่มีใครสนใจคิดจะเข้าไปในบ้านหลังนั้นเลย ข้างนอกมีต้นไม้ขึ้นรกเต็มไปหมด ด้วยความอยากรู้อยากเห็น วันหนึ่งพี่โจเลยชวนเพื่อนคนนึงไปดู ว่าจะมีอะไรข้างในบ้าน ช่วงบ่ายวันนั้นก็เลยพากันไปที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ก็ต้องทุลักทุเลเข้าทางหน้าต่างครับ เพราะประตูรอบๆ ถูกปิดตายหมด.. ภายในบ้านจะเหมือนกับบ้านคนเก่าคนแก่สมัยก่อน มีของใช้ถ้วยชามเป็นกระเบื้องเก่าแก่โบราณ พวกตู้ เตียง โซฟา ก็ยังอยู่ครบ คือของทุกอย่างยังวางไว้ราวกับว่ามีคนอยู่ เพียงแต่มีฝุ่นจับเท่านั้น.. เดินดูชั้นล่างเสร็จ ก็ขึ้นไปชั้น 2 ต่อ แต่พี่โจกลับต้องวิ่งตาตั้งลงมาทันที เพราะขึ้นไปเจอตุ๊กตาเด็กทารกอยู่บนชั้น 2 (พี่โจไม่เคยกลัวอะไร แต่จะเป็นคนกลัวตุ๊กตาเด็กทารกมากๆ ครับ) เพื่อนแกก็เลยขึ้นไปเอาตุ๊กตาตัวนั้นหลบไว้ก่อน พี่โจถึงค่อยขึ้นตามไป เดินสำรวจกันดูจนทั่วชั้น 2 ก็ไปเจอเหมือนกับตู้ใส่ของสมัยโบราณ แต่โดนเตียงขวางไว้อยู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story389/">389 สำรวจบ้านร้างที่ศรีสะเกษ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณตุ่นครับ คุณตุ่นเล่าว่า.. ผมเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ เรื่องนี้ผมได้ฟังมาจาก พี่โจ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเองครับ เรียกว่าเจอแบบจังๆ เลย คือบ้านพี่โจแกจะอยู่อำเภอกันทรลักษร์ คนละอำเภอกับบ้านผม พี่โจเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน วัยกำลังคึกคะนองเลย สมัยนั้นพี่โจแกจะเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไร เลยมักจะซน หาเรื่องพิสูจน์ท้าทายไปทั่ว และในตัวอำเภอนั้น ตรงแถวบ้านแกจะมีบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง ถูกปล่อยทิ้งร้างมาหลายปี ไม่มีใครสนใจคิดจะเข้าไปในบ้านหลังนั้นเลย ข้างนอกมีต้นไม้ขึ้นรกเต็มไปหมด ด้วยความอยากรู้อยากเห็น วันหนึ่งพี่โจเลยชวนเพื่อนคนนึงไปดู ว่าจะมีอะไรข้างในบ้าน</p>
<p>ช่วงบ่ายวันนั้นก็เลยพากันไปที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ก็ต้องทุลักทุเลเข้าทางหน้าต่างครับ เพราะประตูรอบๆ ถูกปิดตายหมด.. ภายในบ้านจะเหมือนกับบ้านคนเก่าคนแก่สมัยก่อน มีของใช้ถ้วยชามเป็นกระเบื้องเก่าแก่โบราณ พวกตู้ เตียง โซฟา ก็ยังอยู่ครบ คือของทุกอย่างยังวางไว้ราวกับว่ามีคนอยู่ เพียงแต่มีฝุ่นจับเท่านั้น.. เดินดูชั้นล่างเสร็จ ก็ขึ้นไปชั้น 2 ต่อ แต่พี่โจกลับต้องวิ่งตาตั้งลงมาทันที เพราะขึ้นไปเจอตุ๊กตาเด็กทารกอยู่บนชั้น 2 (พี่โจไม่เคยกลัวอะไร แต่จะเป็นคนกลัวตุ๊กตาเด็กทารกมากๆ ครับ) เพื่อนแกก็เลยขึ้นไปเอาตุ๊กตาตัวนั้นหลบไว้ก่อน พี่โจถึงค่อยขึ้นตามไป</p>
<p>เดินสำรวจกันดูจนทั่วชั้น 2 ก็ไปเจอเหมือนกับตู้ใส่ของสมัยโบราณ แต่โดนเตียงขวางไว้อยู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เลยช่วยกันดันเตียงออก แต่แล้วก็ต้องตาค้างกันทั้งคู่ครับ เพราะอยู่ๆ ที่ด้านหลังเตียงก็มีผู้ชายลุกยืนขึ้นมาต่อหน้าต่อตา แต่งตัวดูมีฐานะ แต่รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่คนแน่ๆ เพราะผู้ชายคนนี้ไม่มีท่อนล่าง! คือมองไม่เห็นขาเลยครับ เป็นว่างๆ เปล่าๆ ส่วนหน้าก็เห็นไม่ค่อยชัด แล้วชั่วอึดใจ ผู้หญิงอีกคนก็โผล่ขึ้นมาอีก คราวนี้มีขาครับ หน้าตาสวยดูดี แต่เบ้าตาลึกโบ๋เข้าไปข้างใน ทั้ง 2 ยืนอยู่คู่กันอยู่ จ้องมาทางพี่โจกับเพื่อน ทั้งพี่โจกับเพื่อนได้แต่ยืนอึ้ง อารมณ์เหมือนมาขโมยของบ้านคนอื่นแล้วถูกจับได้ แต่นี่มันยิ่งกว่านั้น 100 เท่าเลยครับ เพื่อนพี่โจทรุดลงไปนั่งปากสั่นไม่หยุดเลย แต่พี่โจยังพอมีสติรีบตบหัวเพื่อนดัง ‘ป้าบ’ ใหญ่ จนเพื่อนเริ่มรู้สึกตัว พอรู้สึกตัวเท่านั้นล่ะครับ ลุกขึ้นวิ่งทะลุหน้าต่างชั้น 2 ลงมาเลย พี่โจเองก็โดดตามลงมา ต่างคนต่างวิ่งไม่เหลียวหลังละครับ ระหว่างวิ่งนั้นยังรู้สึกเสียววาบท้ายทอยไปตลอดทาง เหมือนกับมีคนตามมาด้วยยังไงยังงั้นเลย</p>
<p>แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้น่ะสิครับ พี่โจแกดันไปหยิบแบงค์เก่าติดมือมาด้วย แกก็เอาให้พ่อไป พ่อแกก็เอาไปขายต่อ.. จากนั้นมาไม่ถึงเดือน พ่อพี่โจก็ขับรถชนรั้วบ้านร้างหลังนั้นอย่างจัง จนต้องเข้าไปรักษาในตัวเมืองศรีสะเกษ หมอบอกว่ามีการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างหนัก มีเลือดคั่งในสมองอยู่ตรงจุดที่จะผ่าตัดก็ผ่าไม่ได้ และปีต่อมาพ่อพี่โจก็เสียชีวิตลง.. ไม่ว่าจะด้วยเหตุบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ จากนั้นมาพี่โจก็ไม่คิดผ่านเข้าไปในซอยบ้านร้างหลังนั้นอีกเลย..</p>
<p><b>Story by</b> คุณตุ่น</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story389/">389 สำรวจบ้านร้างที่ศรีสะเกษ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story389/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
