<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นางรำ - The House</title>
	<atom:link href="https://thehouse.online/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thehouse.online</link>
	<description>เว็บไซต์เพื่อความบันเทิงแนวสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 23 Nov 2019 14:12:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/04/cropped-tag-32x32.jpg</url>
	<title>นางรำ - The House</title>
	<link>https://thehouse.online</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>693 เมียผี</title>
		<link>https://thehouse.online/story693/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story693/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2019 14:12:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าตัวตาย]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ลาจาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5737</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ เกิดขึ้นสมัยที่คุณเลิฟทำงานอยู่ในบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว คุณเลิฟเล่าว่า.. ขอเกริ่นนิดนึงก่อนว่า เจ้าของบริษัทแกเป็นคนชอบเล่นของเก่า สะสมของเก่า ชนิดว่าที่ไหนมีของโบราณของเก่า ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน แกจะต้องดั้นด้นไปซื้อมาครอบครองจนได้ มีวันหนึ่ง แกได้ข่าวมาว่ามีบ้านเรือนไทยโบราณหลังนึง เจ้าของตายไปนานแล้ว ลูกหลานก็ไม่มีเวลาไปอยู่ ปล่อยร้างมานานหลายสิบปี ต้องการจะขาย แกก็ชวนผมกับคนงานไปดู พอดูเสร็จสรรพแกชอบ เลยตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย แล้วจ้างคนมารื้อเป็นส่วนๆ แล้วเอาไปประกอบในพื้นที่ว่างหลังบริษัท แกบอกจะต่อไว้อยู่เอง ตกแต่งนิดหน่อยน่าจะสวยอยู่ ผมก็แล้วแต่..เจ้านายอยากได้ก็ตามสบาย แต่ส่วนตัวผมมีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับบ้านเรือนไทยหลังนี้เลย มันมีความรู้สึกแปลกๆ เซนส์ลึกๆ ในตัวผมมันเตือนมาอย่างนั้น.. หลังจากที่เรือนไทยถูกแยกชิ้นขนมาที่บริษัท ก็จัดการเริ่มปลูกกันเลยโดยไม่มีการทำพิธีใดๆ เจ้านายบอกประกอบเลย ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวายหรอก เดี๋ยวต้องปรับปรุงอีกมากจะเสียเวลา ตัวผมเองเป็นคนควบคุมงาน งานผ่านไปค่อนข้างขลุกขลักพอสมควร ไม่รู้เพราะอะไร เครื่องมือเสียบ้าง คนงานบาดเจ็บบ้าง ซึ่งผมก็พยายามไม่คิดอะไร คิดซะว่าเป็นอุบัติเหตุ ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะประกอบเสร็จเรียบร้อย ซ่อมแซมจุดที่ชำรุด ก็ดูดีขึ้นกว่าเก่ามาก ดูน่าอยู่ทีเดียว หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย เจ้านายก็มาบอกพวกเราว่า เดี๋ยวจะเลี้ยงฉลองให้.. ว่าแล้วคืนวันศุกร์ก็มาถึง เจ้านายสั่งปิดบริษัทเลย วันนั้นไม่ต้องทำงาน แต่ทุกคนต้องมากินเลี้ยงฉลองเรือนไทยกัน เหล้า เบียร์ ขนม นม เนย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story693/">693 เมียผี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณเลิฟครับ เกิดขึ้นสมัยที่คุณเลิฟทำงานอยู่ในบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว คุณเลิฟเล่าว่า.. ขอเกริ่นนิดนึงก่อนว่า เจ้าของบริษัทแกเป็นคนชอบเล่นของเก่า สะสมของเก่า ชนิดว่าที่ไหนมีของโบราณของเก่า ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน แกจะต้องดั้นด้นไปซื้อมาครอบครองจนได้ มีวันหนึ่ง แกได้ข่าวมาว่ามีบ้านเรือนไทยโบราณหลังนึง เจ้าของตายไปนานแล้ว ลูกหลานก็ไม่มีเวลาไปอยู่ ปล่อยร้างมานานหลายสิบปี ต้องการจะขาย แกก็ชวนผมกับคนงานไปดู พอดูเสร็จสรรพแกชอบ เลยตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย แล้วจ้างคนมารื้อเป็นส่วนๆ แล้วเอาไปประกอบในพื้นที่ว่างหลังบริษัท แกบอกจะต่อไว้อยู่เอง ตกแต่งนิดหน่อยน่าจะสวยอยู่ ผมก็แล้วแต่..เจ้านายอยากได้ก็ตามสบาย แต่ส่วนตัวผมมีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับบ้านเรือนไทยหลังนี้เลย มันมีความรู้สึกแปลกๆ เซนส์ลึกๆ ในตัวผมมันเตือนมาอย่างนั้น..</p>
<p>หลังจากที่เรือนไทยถูกแยกชิ้นขนมาที่บริษัท ก็จัดการเริ่มปลูกกันเลยโดยไม่มีการทำพิธีใดๆ เจ้านายบอกประกอบเลย ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวายหรอก เดี๋ยวต้องปรับปรุงอีกมากจะเสียเวลา ตัวผมเองเป็นคนควบคุมงาน งานผ่านไปค่อนข้างขลุกขลักพอสมควร ไม่รู้เพราะอะไร เครื่องมือเสียบ้าง คนงานบาดเจ็บบ้าง ซึ่งผมก็พยายามไม่คิดอะไร คิดซะว่าเป็นอุบัติเหตุ ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะประกอบเสร็จเรียบร้อย ซ่อมแซมจุดที่ชำรุด ก็ดูดีขึ้นกว่าเก่ามาก ดูน่าอยู่ทีเดียว หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย เจ้านายก็มาบอกพวกเราว่า เดี๋ยวจะเลี้ยงฉลองให้.. ว่าแล้วคืนวันศุกร์ก็มาถึง เจ้านายสั่งปิดบริษัทเลย วันนั้นไม่ต้องทำงาน แต่ทุกคนต้องมากินเลี้ยงฉลองเรือนไทยกัน เหล้า เบียร์ ขนม นม เนย เครื่องดื่มเพียบ ฉลองกันตั้งแต่เช้า ใครเมาก็นอนไป ตื่นมาก็กินต่อ ทั้งเจ้านายลูกน้อง สนุกกันเต็มที่ จนตกเย็น ลูกน้องคนอื่นๆ ก็ขอตัวกลับ ผมเองก็ไม่ไหวจะขอตัวกลับเหมือนกัน แต่เจ้านายไม่ให้กลับ บอกอยู่ก่อนๆ มีงานกลางคืนอีก ดึกๆ ค่อยกลับ หรือถ้าไม่ไหวก็นอนที่นี่เลย ซึ่งงานกลางคืนจะเหลืออยู่กัน 5 คน มีผม เจ้านาย เพื่อนผม เลขา และเพื่อนเลขาอีกคนเท่านั้น ซึ่งเลขาเจ้านายชื่อ พี่นกเล็ก แกเป็นคนอีสานตัวเล็กๆ เหมือนชื่อ แต่หน้าตาดีน่ารัก ตาคม ผมยาว แถมยังโสด พนักงานหนุ่มๆ ในบริษัทตามจีบ แต่แกไม่สนใจใคร</p>
<p>ช่วงงานกลางคืนเหลือแค่พวกเราที่สนิทๆ กัน เจ้านายก็เอาเหล้านอกอย่างดีมาเลี้ยง ต่างคนก็ต่างคุยเรื่องต่างๆ นานาสนุกสนาน เจ้านายก็คุยเรื่องเรือนไทยของแกอย่างภูมิอกภูมิใจ คุยกันเพลินๆ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน ตายล่ะ..ดึกมากแล้ว รถที่จะออกจากซอยบริษัทหมดไปนานแล้ว ผมลืมไปเสียสนิท เจ้านายบอก งั้นก็ไม่ต้องกลับ นอนกันที่บริษัทนี่ล่ะ พรุ่งนี้ค่อยกลับ ว่าแล้วเจ้านายก็ขอตัวขึ้นไปนอนก่อน เพราะเมาจนหน้าแดงพูดแทบไม่รู้เรื่องแล้ว แกบอกว่า <em>‘ขึ้นไปนอนบนเรือนไทยกันสิ เดินไฟแล้วนี่ ในห้องโถงกลางก็มีแอร์แล้ว ไปเอาหมอนที่ห้องนั่งเล่นขึ้นไปนอนกันเลย..’</em> ซึ่งพวกเราก็พยักหน้าเห็นดีด้วย ว่าแล้วเรา 4 คนมี ผม เพื่อนผม พี่นกเล็ก และเพื่อนแก ก็ขึ้นไปนอนบนเรือนไทยนั้น คือนอนรวมกันแต่คนละมุม พี่นกเล็กกับเพื่อนนอนติดกับทางเดิน ผมกับเพื่อนนอนมุมในสุด ด้วยความเมา ผมเลยหลับไปอย่างง่ายดาย จนมารู้สึกตัวอีกที ก็เพื่อนพี่นกเล็กมาเขย่าตัวเรียกผมกับเพื่อนให้ตื่นขึ้นมาดูพี่นกเล็ก สิ่งที่เห็นคือ พี่นกเล็กแกนั่งพับเพียบ พนมมือ หันหน้าไปที่ประตูทางเดิน แกนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น.. ผมถามเพื่อนพี่นกเล็ก แกชื่อ พี่ติ๋ว ว่าอะไรครับพี่ติ๋ว มีอะไร? พี่ติ๋วเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ว่า ก็ไอ้นกอ่ะดิ มันบอกพี่ขอลงไปฉี่ข้างล่าง แล้วพอขึ้นมามันก็มานั่งแบบเนี้ยะ ตั้งนานแล้ว พี่เรียกมันมานอนมันก็ไม่ตอบ ไปเขย่าตัวมันก็ไม่ตอบ ช่วยไปดูหน่อยสิ พี่กลัว.. ว่าแล้วผมกับเพื่อนก็ค่อยๆ เดินไปที่ร่างพี่นกเล็ก ผมนั่งลงข้างๆ เธอ พยายามเรียกชื่อ พี่นกๆ เป็นอะไรทำไมไม่ไปนอน? ..ไม่มีเสียงตอบ ทีนี้ผมลองเอามือไปเขย่าแขนแก ตัวแกเย็นมาก เย็นเหมือนน้ำแข็ง ผมก็เขย่าแขนเรียกชื่อแก แกก็ไม่ตอบ แกนั่งลืมตานะ แต่เหมือนเหม่อลอย ผมหันไปถามพี่ติ๋ว<span class="Apple-converted-space">  </span>พี่ติ๋ว พี่นกละเมอหรือเปล่า? พี่มาช่วยเขย่าตัวพี่นกให้ตื่นหน่อย ทีนี้เรา 3 คนช่วยกันเขย่าตัวพี่นก พี่ติ๋วตบหน้าพี่นกเบาๆ เขย่าเรียกชื่อกันอยู่พักใหญ่ อยู่ๆ พี่นกก็ร้อง <em>‘กรี๊ดดดดดด~’</em> ขึ้นมา แล้วร้องไห้ฟูมฟาย ปากก็พูด ไม่ไปๆ หนูกลัวแล้ว หนูไม่ไป!! ดูเหมือนแกกลัวอะไรบางอย่างมากๆ กว่าจะปลอบจะคุยให้พี่นกใจเย็นลงได้ก็สว่างคาตา ความเมาหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะความตื่นเต้นที่ได้พบตรงหน้า</p>
<p>หลังจากลงจากเรือนไทยเข้ามานั่งที่บริษัท พวกเราก็ถามพี่นกว่าเกิดอะไรขึ้น? พี่นกเล่าว่า ตอนที่พี่จะนอน กำลังเคลิ้มๆ พี่ได้ยินเสียงเรียกชื่อพี่ แล้วอยู่ดีๆ ก็ปวดฉี่ เลยบอกพี่ติ๋วว่าจะลงไปเข้าห้องน้ำ พอเดินไปเข้าห้องน้ำเสร็จ กำลังจะเดินกลับมาขึ้นเรือน พี่เห็นคนแก่ๆ ผู้ชาย ใส่ชุดโจงกระเบนเหมือนในหนัง ยืนอยู่ตรงบันได คนแก่คนนั้นบอกพี่ว่าเค้าชอบพี่ จะขอพี่ให้ไปเป็นเมียเค้า พี่ก็ตกใจ เลยร้องเรียกพี่ติ๋วกับผม แต่กลับไม่มีเสียงออกจากปาก แล้วจู่ๆ คนแก่คนนั้นก็ตรงเข้ามาเอามือปิดปากพี่ แล้วพี่ก็สลบไปเลย.. พวกเราฟังพี่นกเล่าก็แปลกใจ คิดว่าพี่นกอาจจะฝันไปเอง ละเมอมานั่งพับเพียบพนมมือ แล้วเอาความฝันมาประติดประต่อเป็นเรื่องราวเอง หรือไม่พี่นกก็จะเจอตาแก่คนนั้นจริงๆ แล้วตาแก่คนนั้นเป็นใคร พวกเราก็ไม่สามารถหาคำตอบได้</p>
<p>หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น พี่นกไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้เรือนไทยอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดูแกจะหวาดกลัวเอามากๆ ขนาดเจ้านายให้ไปเช็คของในโกดังที่อยู่ใกล้ๆ เรือนไทย พี่นกจะต้องชวนผมไปเป็นเพื่อนทุกครั้ง ไปไหนพี่นกก็จะเอาผมไปด้วย แกกลัวเอามากๆ ช่วงนั้นผมกับพี่นกตัวแทบจะติดกันจนคนในบริษัทแซว ว่าผมจีบพี่นก แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย.. พี่นกแกชอบมาเล่าให้ผมฟังว่า พี่ฝันร้ายบ่อยมาก ฝันเห็นแต่คนแก่คนนั้นมาขอพี่ไปเป็นเมีย พี่ไม่สบายใจเลย นอนก็ไม่ค่อยหลับ เหนื่อยมาก ผมเลยพยายามปลอบใจไม่ให้แกคิดมาก ชวนแกไปทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลาให้สบายใจ แต่มันก็ช่วยได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น พี่นกดูซึมเศร้าลง บางครั้งก็นั่งเหม่อลอย งานที่ทำก็แย่ลงๆ เช็คสต็อกผิดๆ ถูกๆ ใครมาเบิกของก็จัดส่งให้ผิดหลายเที่ยว จนเจ้านายต้องเรียกไปเตือนหลายครั้ง ผมกับพี่ติ๋วก็ห่วงๆ แกมาก พยายามเข้าไปคุย ไปปลอบแก.. มีอยู่วันหนึ่ง พี่นกเหมือนมีอะไรจะบอกผมกับพี่ติ๋ว แกคงคิดอยู่นาน พอถึงเวลาเลิกงาน แกก็มาบอกผมกับพี่ติ๋วว่า คืนนี้ไปนอนที่ห้องแกเป็นเพื่อนหน่อยสิ แล้วจะเข้าใจอะไรๆ ดีขึ้น.. ผมกับพี่ติ๋วก็งงในคำพูดแก แต่ก็รับปากไป</p>
<p>ผมกลับบ้านเก็บเสื้อผ้าแล้วตรงไปที่ห้องพี่นกทันที คืนนั้น พี่นกนอนบนเตียงกับพี่ติ๋ว ส่วนผมนอนพื้นตรงประตู เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบ ผมมารู้สึกตัวอีกที ก็เห็นพี่นกทาหน้าขาววอก ยืนรำอยู่แล้ว!! ผมนี่ช็อคเลย เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย มองไปที่พี่ติ๋ว ไม่ต้องพูดครับ แกนั่งคลุมโปงตัวสั่นอยู่บนเตียง พี่นกแกรำไม่หยุดเลย แล้วรำไม่รำเปล่า แกทำเสียงเป็นทำนองให้จังหวะด้วย <em>‘นอย น๊อย นอย..’</em> เสียงแหบๆ เยือกเย็น ยานคาง หนาวเข้ากระดูกเลย ผมทนไม่ไหวอีกแล้ว กัดฟันลุกไปเปิดไฟทุกดวงในห้องให้สว่าง พอไฟถูกเปิด พี่นกก็ฟุบลงไปบนพื้น ผมเข้าไปดูพี่นก แกยังมีสติแต่ดูเหนื่อย ผมถาม เฮ้ย! พี่เล่นอะไรอ่ะ พี่หลอกพวกผมเหรอ? กลัวนะพี่ ไม่ชอบเลย พี่ทำอย่างนี้ทำไม? พี่นกเริ่มน้ำตาคลอ บอกพี่ไม่ได้แกล้ง เห็นหรือยัง? พี่เป็นแบบนี้แทบทุกคืนเลย พี่บังคับตัวเองไม่ได้ พี่เหนื่อย พี่กลัว ช่วยพี่ด้วยนะ.. แล้วแกก็ร้องไห้ออกมา พี่ติ๋วตั้งสติได้ก็ลงมากอดมาปลอบพี่นก<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>วันต่อมา พี่นกลางานเพราะไม่ไหว ผมกับพี่ติ๋วมาทำงานปกติ ต่างก็ปรึกษากันว่าจะทำไงกับพี่นกดี สงสารแก ผมเลยแนะนำให้ลองไปปรึกษาพระดีไหม ทำบุญ พี่ติ๋วก็เห็นดีด้วย แต่เชื่อไหม พวกเราตระเวนทำบุญ หาพระ ถวายสังฆทาน กันอย่างต่อเนื่อง แต่มันเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้นเลย พี่นกแย่ลงๆ ขาดงานบ่อย ร่างกายซูบซีด ไม่กินข้าวปลา กลายเป็นคนเก็บตัว จนท้ายที่สุดแกต้องลาออกเพราะทำงานไม่ไหวแล้ว แกบอกแกจะกลับบ้านที่ขอนแก่น ไปอยู่กับพ่อแม่สักพัก พ่อแม่แกมีร้านขายของ คงพออยู่ได้ไม่เดือดร้อน รอจนอะไรๆ ดีขึ้นค่อยเข้ากรุงเทพฯ หางานทำใหม่ แกทิ้งที่อยู่ เบอร์โทรให้ บอกพวกผมว่า ว่างๆ ไปเที่ยวบ้านแกบ้างนะ จะพาเที่ยว ผมกับพี่ติ๋วก็รับปากแกว่าจะไปเที่ยวแน่นอน</p>
<p>หลังจากที่พี่นกกลับบ้านไปแล้ว ผมกับพี่ติ๋วก็คอยโทรไปคุยกับแก กลัวแกเหงา รู้สึกว่าแกจะดีขึ้น เมื่อไปอยู่ใกล้พ่อแม่ เหมือนแกจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่เจอจนหมดสิ้น ผมเลยถามแก เมื่อไหร่พี่จะมาทำงานอีกครับ? ถ้าพี่ไปที่ไหน ผมจะไปสมัครที่นั่นด้วยเป็นเพื่อนพี่นะ พี่นกก็ขำแล้วบอก พี่ก็อยากกลับไปทำงานนะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเมื่อไหร่ หรือจะได้กลับไปอีกหรือเปล่า.. นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมได้คุยกับพี่นก หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครติดต่อพี่นกได้อีกเลย แกปิดโทรศัพท์ไปไม่รู้เพราะเหตุผลอะไร ผมกับพี่ติ๋วกระวนกระวายมาก จนเราได้วันหยุดยาวที่ตรงกัน ก็คือหลังจากวันนั้นเกือบเดือนเหมือนกัน เราขึ้นขอนแก่นกันทันที ไปตามที่อยู่ที่พี่นกให้ไว้ ความหวังคือได้เห็นพี่นกออกมาต้อนรับเรา แล้วไปเที่ยวกันตามที่สัญญา ..แต่มันไม่มีอีกแล้ว ไม่มีพี่นกอีกแล้ว.. ใช่แล้วครับ พี่นกตายไปแล้ว แกฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอในห้องนอนของแก แม่พี่นกเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า วันนั้นก่อนที่แกจะคิดสั้น แกก็ยังมานั่งคุยกับแม่ดี บอกแม่ว่าอยากแต่งงาน แม่ยังแซวอยู่เลย ไหนลูกเขยแม่? พามาให้แม่ดูตัวหน่อย.. พี่นกได้แต่ยิ้มๆ ไม่พูดอะไร แล้วก็ขอตัวขึ้นห้องนอนไป สายมาอีกวัน แม่ไม่เห็นพี่นกลงมากินข้าว ก็เลยไปตามที่ห้อง ก็เห็นพี่นกผูกคอตายไปแล้ว..<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แต่สิ่งที่แม่พี่นกเล่าแล้วทำเอาพวกผมขนลุกคือ <em><strong>ตอนตายพี่นกแกทาหน้าขาว ใส่ชุดไทยเหมือนนางรำ แม่ก็ไม่รู้ว่าแกไปเอาชุดมาจากไหน?</strong></em> พูดจบแม่ก็ร้องไห้อีกครั้ง พวกเราก็พลอยร้องไห้ตามไปด้วย ไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดเรื่องเวรอะไรขึ้น ผีตาแก่ที่บ้านทรงไทยมาเอาตัวแกไปเป็นเมีย? หรือแกคิดไปเองหลอนตัวเองจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า? ผมเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยจนถึงวันนี้.. แต่หลังจากกลับมากรุงเทพฯ วันต่อมา ผมกับพี่ติ๋วก็ไปยื่นใบลาออกพร้อมๆ กัน เพราะผมทนไม่ไหวที่จะต้องมาเจอกับบรรยากาศเก่าๆ มองไปทางไหนก็จะคิดถึงแต่พี่นก พี่ติ๋วเองก็คงไม่ต่างจากผม และที่สำคัญ ผมเกลียดบ้านทรงไทยหลังนั้น ไม่อยากแม้แต่จะปรายตามองมันอีกเลย ไปดีเถอะครับพี่นก ไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหน ผมยังคิดถึงพี่ตลอดจนถึงทุกวันนี้..</p>
<p><b>Story by </b>คุณเลิฟ<br />
<b>Cr.</b> รูปประกอบจาก ภาพยนตร์ บุษบา</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story693/">693 เมียผี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story693/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มินิรีวิว &#8216;บุษบา&#8217; หนังผีนางรำอาฆาตแค้น ผสมเรื่องราวฆาตกรรม &#8211; 5/10</title>
		<link>https://thehouse.online/movie-bussaba/</link>
					<comments>https://thehouse.online/movie-bussaba/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jul 2019 08:29:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[film frame productions]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[บุษบา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5382</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังผีนางรำอาฆาตแค้น ผสมเรื่องราวฆาตกรรม ที่ยังขาดเสน่ห์ของการเป็นหนังสยองขวัญชั้นดี เนื้อเรื่องเดิมๆ ไม่แปลกใหม่ ช่วงท้ายเรื่องพอรับได้.. โปรดักชั่นภาพ เสียง เหมือนดูหนังแผ่น (โดยเฉพาะเสียง เข้าขั้นวิบัติ) การแสดงของหลายๆ ตัวละครคือจุดอ่อน แข็งทื่อ บทพูดขาดความเป็นธรรมชาติอย่างแรง ขัดหูขัดตาจนลดความสนุกของหนังไปมากเลย.. กรีน อัษฎาพร คือคนเดียวที่พอจะแบกหนังไว้ได้&#160; ตัวอย่างหนัง ฉายวันที่&#160;25 กรกฎาคม&#160;2562&#160;&#160;&#124; &#160;Film Frame Productions ผู้กำกับ&#160;&#160;ชัยวัฒน์ สีตลาศัย นักแสดง&#160;&#160;กรีน อัษฎาพร,&#160;โย่ง อาร์มแชร์,&#160;เจฟฟรี่ เบญจกุล,&#160;ครีม ธิชาชา,&#160;หลับปุ๋ย ฐิติกานต์,&#160;แพม ปานพิมพ์</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/movie-bussaba/">มินิรีวิว ‘บุษบา’ หนังผีนางรำอาฆาตแค้น ผสมเรื่องราวฆาตกรรม – 5/10</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p><strong><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-5386" src="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic.jpg" alt="" width="1280" height="720" srcset="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-640x360@2x.jpg 1280w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-300x169.jpg 300w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-768x432.jpg 768w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-1024x576.jpg 1024w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-747x420.jpg 747w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-640x360.jpg 640w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-681x383.jpg 681w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pic-300x169@2x.jpg 600w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></strong></p>
<p>หนังผีนางรำอาฆาตแค้น ผสมเรื่องราวฆาตกรรม ที่ยังขาดเสน่ห์ของการเป็นหนังสยองขวัญชั้นดี เนื้อเรื่องเดิมๆ ไม่แปลกใหม่ ช่วงท้ายเรื่องพอรับได้.. โปรดักชั่นภาพ เสียง เหมือนดูหนังแผ่น (โดยเฉพาะเสียง เข้าขั้นวิบัติ) การแสดงของหลายๆ ตัวละครคือจุดอ่อน แข็งทื่อ บทพูดขาดความเป็นธรรมชาติอย่างแรง ขัดหูขัดตาจนลดความสนุกของหนังไปมากเลย.. กรีน อัษฎาพร คือคนเดียวที่พอจะแบกหนังไว้ได้<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-5387" src="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix.jpg" alt="" width="1200" height="440" srcset="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix.jpg 1200w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-300x110.jpg 300w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-768x282.jpg 768w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-1024x375.jpg 1024w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-1145x420.jpg 1145w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-640x235.jpg 640w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-681x250.jpg 681w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_pix-300x110@2x.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone  wp-image-2503" src="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/05/50.jpg" alt="" width="156" height="156" srcset="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/05/50.jpg 500w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/05/50-150x150.jpg 150w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/05/50-300x300.jpg 300w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/05/50-420x420.jpg 420w" sizes="(max-width: 156px) 100vw, 156px" /></p>
<p>ตัวอย่างหนัง<br />
<iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/xpFAMLsIZmI" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><span style="color: #d70000;"><strong>ฉายวันที่</strong><strong>&nbsp;25 กรกฎาคม</strong></span><strong><span style="color: #d70000;">&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;| &nbsp;Film Frame Productions</span><br />
</strong><span style="color: #999999;"><strong>ผู้กำกับ</strong>&nbsp;&nbsp;ชัยวัฒน์ สีตลาศัย</span><br />
<span style="color: #999999;"><strong>นักแสดง</strong>&nbsp;&nbsp;กรีน อัษฎาพร,&nbsp;โย่ง อาร์มแชร์,&nbsp;เจฟฟรี่ เบญจกุล,&nbsp;ครีม ธิชาชา,&nbsp;หลับปุ๋ย ฐิติกานต์,&nbsp;แพม ปานพิมพ์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-5388" src="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster.jpg" alt="" width="900" height="1333" srcset="https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster.jpg 900w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-203x300.jpg 203w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-768x1137.jpg 768w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-691x1024.jpg 691w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-284x420.jpg 284w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-640x948.jpg 640w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-681x1009.jpg 681w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-203x300@2x.jpg 406w, https://thehouse.online/wp-content/uploads/2019/07/bussaba_poster-284x420@2x.jpg 568w" sizes="auto, (max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/movie-bussaba/">มินิรีวิว ‘บุษบา’ หนังผีนางรำอาฆาตแค้น ผสมเรื่องราวฆาตกรรม – 5/10</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/movie-bussaba/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>581 ในห้องนาฏศิลป์</title>
		<link>https://thehouse.online/story581/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story581/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Sep 2018 14:20:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[นาฏศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4649</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณพิ้งค์ครับ คุณพิ้งค์เล่าว่า.. เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่โรงเรียนของเรามีการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ทุกๆ กลุ่มสาระก็จะมีให้ลงแข่ง แต่ส่วนใหญ่ครูจะจับไปแข่งเสียมากกว่า เราโดนจับลงแข่งการวาดภาพเหมือนค่ะ โดยในกลุ่มที่ไปแข่งด้วยกันจะมีทั้งหมด 8 คน ที่โรงเรียนเราจะซ้อมกันหนักมากๆ ก่อนแข่ง 1 เดือนกว่าๆ ต้องนอนที่โรงเรียน (นอนในห้องเรียน) อาคารที่เรานอนเป็นอาคารเรียนที่ 2 มี 3 ชั้น เรานอนอยู่ห้องศิลปะ ที่จะอยู่ตรงมุมสุดของอาคารทางทิศตะวันตก อยู่ชั้น 2 และด้านบนตรงกับห้องนาฏศิลป์ที่อยู่ชั้น 3 ค่ะ ปกติเราจะซ้อมตั้งแต่ 17:30 น. จนถึง 22:00 น. แรกๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่พอถึงคืนวันก่อนวันพระ ครูจะมาบอกพวกเราว่า ‘ห้ามทุกคนออกไปไหนจนกว่าจะเช้า และอาจจะมีเสียงดนตรีไทยดังทั้งคืน..’ พอผ่านคืนนั้นไป ตอนเช้าเลยมาไล่ถามกันว่าได้ยินไหม? เพื่อนๆ ในห้องก็ได้ยินกันทุกคน เป็นเสียงดนตรีไทย เสียงกระทืบเท้าเป็นจังหวะบ้าง ดังมาจากชั้นบน เราเลยไปถามพี่ที่เขาแข่งรำวงมาตรฐานว่า ‘พี่คะ เมื่อคืนเขาซ้อมรำกันจนเช้าเลยเหรอ?’ พี่เขาก็บอกว่า ‘วันก่อนวันพระจะไม่ได้ซ้อมเลย แล้วพวกพี่ก็ไม่ได้ที่นอนห้องนั้นกันด้วย..’ ทีนี้เราก็งงสิคะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story581/">581 ในห้องนาฏศิลป์</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณพิ้งค์ครับ คุณพิ้งค์เล่าว่า.. เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่โรงเรียนของเรามีการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ทุกๆ กลุ่มสาระก็จะมีให้ลงแข่ง แต่ส่วนใหญ่ครูจะจับไปแข่งเสียมากกว่า เราโดนจับลงแข่งการวาดภาพเหมือนค่ะ โดยในกลุ่มที่ไปแข่งด้วยกันจะมีทั้งหมด 8 คน ที่โรงเรียนเราจะซ้อมกันหนักมากๆ ก่อนแข่ง 1 เดือนกว่าๆ ต้องนอนที่โรงเรียน (นอนในห้องเรียน) อาคารที่เรานอนเป็นอาคารเรียนที่ 2 มี 3 ชั้น เรานอนอยู่ห้องศิลปะ ที่จะอยู่ตรงมุมสุดของอาคารทางทิศตะวันตก อยู่ชั้น 2 และด้านบนตรงกับห้องนาฏศิลป์ที่อยู่ชั้น 3 ค่ะ</p>
<p>ปกติเราจะซ้อมตั้งแต่ 17:30 น. จนถึง 22:00 น. แรกๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่พอถึงคืนวันก่อนวันพระ ครูจะมาบอกพวกเราว่า ‘ห้ามทุกคนออกไปไหนจนกว่าจะเช้า และอาจจะมีเสียงดนตรีไทยดังทั้งคืน..’ พอผ่านคืนนั้นไป ตอนเช้าเลยมาไล่ถามกันว่าได้ยินไหม? เพื่อนๆ ในห้องก็ได้ยินกันทุกคน เป็นเสียงดนตรีไทย เสียงกระทืบเท้าเป็นจังหวะบ้าง ดังมาจากชั้นบน เราเลยไปถามพี่ที่เขาแข่งรำวงมาตรฐานว่า ‘พี่คะ เมื่อคืนเขาซ้อมรำกันจนเช้าเลยเหรอ?’ พี่เขาก็บอกว่า ‘วันก่อนวันพระจะไม่ได้ซ้อมเลย แล้วพวกพี่ก็ไม่ได้ที่นอนห้องนั้นกันด้วย..’ ทีนี้เราก็งงสิคะ แล้วเสียงมันอะไร? เราเลยไปถามครูให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็โดนครูด่ากลับมาตลอด ว่าทำไมไม่เอาเวลาไปสนใจเรื่องแข่งบ้าง</p>
<p>พอนานเข้า เรากับเพื่อนเริ่มรำคาญ พอถึงคืนก่อนวันพระ เราเลยสัญญากันว่าคืนนี้จะขึ้นไปดูว่ามันเป็นเสียงอะไร? แล้วคืนนั้น พอเริ่มมีเสียงดนตรีไทยดังขึ้น เราก็เปิดประตูเดินออกไปกับเพื่อนอีก 2 คน เดินขึ้นไปจนถึงหน้าห้องนาฏศิลป์ ตอนนั้นเสียงดนตรีก็ยังบรรเลงอยู่ ดังออกมาจากในห้องนั่นล่ะ เราคิดว่าคงต้องมีคนซ้อมอยู่ในห้องแน่ๆ แต่ประตูด้านนอกล็อคแม่กุญแจไว้ ลูกกรงข้างนอกก็คล้องโซ่อย่างดี.. เรากับเพื่อนก็เริ่มมองหน้ากันแบบกล้าๆ กลัวๆ แล้วค่ะ ด้วยความอยากจะเห็นให้ชัดว่าผีหรือคน ที่ด้านล่างของประตูมันจะมีช่องจากพื้นอยู่ประมาณ 1 นิ้ว เราเลยก้มลงไปส่องดู เรากวาดสายตายไปทั่วๆ ในความมืด สิ่งที่เราเห็นคือเงาตะคุ่มๆ ค่ะ อยู่ไกลๆ ก่อนที่มันจะค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น จนเห็นชัดว่าเป็นเท้าคน! เห็นแค่ช่วงข้อเท้าลงมา แต่เท้านั้นดูซูบผอมแห้ง และที่สำคัญคือมันเป็นเท้าสีดำ พอมองเห็นชายผ้าของชุดรำ และท่าทางการเคลื่อนไหวนั้นคือการรำไทยค่ะ ก่อนจะกระทืบเท้าตามจังหวะ พอกระทืบเท้าเท่านั้นล่ะ เราตกใจร้อง ‘เชี่ย’ ออกมาเลยค่ะ แล้วเราก็สังเกตเห็นว่าเท้าคู่นั้นหยุดยืนนิ่ง หันมาทางประตูที่เราส่องอยู่ เราผละตัวจากช่องประตูออกมาทันที เพื่อนก็รีบพาเราลงมาที่ห้อง ปลอบเราอยู่นานเลยกว่าเราจะหายกลัว เราก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง บอกให้เพื่อนๆ รีบนอนกัน ก็คือทนฟังเสียงดนตรีไทยกันจนหลับไป</p>
<p>กระทั่งตื่นมาเช้ามืดของอีกวัน เพื่อนที่นอนข้างเรา อยู่ๆ มันก็วิ่งออกมานอนข้างนอกเลยค่ะ พอถามว่ามีอะไร เพื่อนมันก็เล่าว่า เมื่อกี้ตอนตื่นขึ้นมา เห็นร่างสีดำๆ ใส่ชุดนางรำขาดๆ มารำตรงข้างๆ เรา! แล้วก็เอาเท้าเหยียบหน้าเราด้วย! เรายินแบบนั้นก็ตกใจมาก เพราะเรายังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยว่าเราเห็นอะไรในห้องนาฏศิลป์ แล้วหน้าเราก็มีเขม่าดำๆ ติดหน้าอีกด้วย! เราแทบกรี๊ดเลยค่ะ ตอนนั้นคือกลัวมากกกก.. พอเราอาบน้ำเสร็จ ก็ขึ้นห้องมาเก็บของจะไปกินข้าว ครูที่ซ้อมวาดภาพให้เราก็มาตามเรากับเพื่อนๆ ไปที่ห้องนาฏศิลป์ พอเราเดินเข้าไป ข้างในจะมีห้องเล็กๆ ซ้อนในห้องนั้นอยู่ด้วย ครูนาฏศิลป์ที่รออยู่ก็พาเรากับเพื่อนเข้าไปในห้องนั้น ซึ่งมีที่เก็บอัฐิของครูนาฏศิลป์เก่าที่เสียไปแล้ว (ซึ่งเป็นแม่ของครูคนปัจจุบัน) อยู่ในห้องนั้นด้วย มีกรอบรูปถ่ายซึ่งเป็นรูปโครงกระดูกกับเนื้อดำๆ ติด ใส่ชุดนางรำนอนในโลงแก้วอยู่ด้วย ครูเขาให้พวกเราทำพิธีขอขมา แล้วครูก็บอกว่า ‘คราวหน้าคราวหลัง อย่าอยากรู้อยากเห็นให้มันมาก ดีนะที่แค่เอาเท้าเหยียบ ไปได้ทำอะไรมากกว่านี้..’ พอขอขมาเสร็จ ครูที่ซ้อมวาดภาพให้เราก็เล่าว่า ‘เมื่อหลายปีก่อน แม่ของครูนาฏศิลป์เขาโดนไฟคลอกตายคาห้องนาฏศิลป์ที่โรงเรียนในชนบท และเขาก็ใส่ชุดนางรำอยู่ด้วย เคยมีเด็กหลายคนโดนหลอกเพราะว่าอยากรู้อยากเห็นมาแล้ว..’ หลังจากวันนั้น เราเข็ดเลยค่ะ เข้านอนอย่างไว แต่ก็ยังต้องทนฟังเสียงดนตรีไทยทุกคืนก่อนวันพระมาตลอดการซ้อม..</p>
<p><b>Story by</b> คุณพิ้งค์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story581/">581 ในห้องนาฏศิลป์</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story581/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>553 ฝังไว้ในพื้นดิน</title>
		<link>https://thehouse.online/story553/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story553/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 May 2018 13:56:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ความฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4484</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณหาญ ใจสิงห์ครับ คุณหาญเล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นเรื่องของน้องคนหนึ่งที่ผมรู้จักชื่อว่า ฝ้าย ครับ ฝ้ายเล่าเรื่องราวน่ากลัวนี้ให้ฟังว่า เมื่อปี พ.ศ. 2559 ฝ้าย กับ แพรว เพื่อนอีกคนหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด เข้ามาหางานทำในเมืองเหมือนคนทั่วไป โดยไปอาศัยอยู่บ้านญาติก่อน พออยู่บ้านญาติได้ 2 เดือนก็ออกไปหาห้องเช่าอยู่ เป็นห้องแถว 2 ชั้นอยู่สุดซอยแห่งหนึ่ง มีต้นโพธิ์ และชิงช้าอยู่หน้าตึกพอดี พอฝ้ายกับแพรวย้ายเข้าไปแล้วก็ตกใจ เพราะในห้องมีผ้ายันต์สีแดงติดอยู่ ไม่พอ ที่อ่างล้างหน้าก็พบกำไลวางอยู่คู่หนึ่ง คิดในใจว่าคงเป็นกำไลข้อเท้า ครั้นจะไม่เอาห้องนี้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นห้องเดียวที่ว่างอยู่ สองสาวขนของเข้ามาเตรียมพร้อมที่จะเข้าอยู่ คืนแรกทั้งสองคนฝันเหมือนกันว่า มีผู้หญิงใส่ชุดนางรำเดินรำวนรอบเตียงนอน แล้วพอตื่นขึ้นมาก็ต้องแปลกใจ เมื่อกำไลมาใส่อยู่ที่ข้อเท้าของทั้งสองคน แต่ใส่คนละข้าง ทั้งคู่รีบถอดออก แล้วก่อนไปทำงานก็เอากำไลนั้นไปวางไว้ที่โคนต้นโพธิ์หน้าตึก แต่พอเลิกงานกลับมาพร้อมกัน ก็พบว่ากำไลคู่นั้นกลับมาวางอยู่ในห้องที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีก! เหตุการณ์นี้เป็นไปแบบเดิม 6 วัน จนคืนวันที่ 7 ทั้งสองคนถือกำไลออกมาจากห้องเพื่อจะไปทิ้งที่ใต้ต้นโพธิ์เหมือนเดิม ขณะนั้นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ คนในห้องแถวนั้นหลับพักผ่อนกันหมดแล้ว ฝ้ายที่กำลังเดินตามหลังแพรวอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยปี่พาทย์ลอยมาตามลม.. จังหวะที่แพรวนั่งลงไปวางกำไล ฝ้ายหันไปมองที่ห้องตัวเองก็ถึงกับตาค้าง เพราะเห็นเงาดำที่หน้าต่างเป็นนางรำกำลังรำอยู่ในห้อง! ฝ้ายตกใจมากรีบสะกิดบอกแพรว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story553/">553 ฝังไว้ในพื้นดิน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณหาญ ใจสิงห์ครับ คุณหาญเล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นเรื่องของน้องคนหนึ่งที่ผมรู้จักชื่อว่า ฝ้าย ครับ ฝ้ายเล่าเรื่องราวน่ากลัวนี้ให้ฟังว่า เมื่อปี พ.ศ. 2559 ฝ้าย กับ แพรว เพื่อนอีกคนหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด เข้ามาหางานทำในเมืองเหมือนคนทั่วไป โดยไปอาศัยอยู่บ้านญาติก่อน พออยู่บ้านญาติได้ 2 เดือนก็ออกไปหาห้องเช่าอยู่ เป็นห้องแถว 2 ชั้นอยู่สุดซอยแห่งหนึ่ง มีต้นโพธิ์ และชิงช้าอยู่หน้าตึกพอดี พอฝ้ายกับแพรวย้ายเข้าไปแล้วก็ตกใจ เพราะในห้องมีผ้ายันต์สีแดงติดอยู่ ไม่พอ ที่อ่างล้างหน้าก็พบกำไลวางอยู่คู่หนึ่ง คิดในใจว่าคงเป็นกำไลข้อเท้า ครั้นจะไม่เอาห้องนี้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นห้องเดียวที่ว่างอยู่</p>
<p>สองสาวขนของเข้ามาเตรียมพร้อมที่จะเข้าอยู่ คืนแรกทั้งสองคนฝันเหมือนกันว่า มีผู้หญิงใส่ชุดนางรำเดินรำวนรอบเตียงนอน แล้วพอตื่นขึ้นมาก็ต้องแปลกใจ เมื่อกำไลมาใส่อยู่ที่ข้อเท้าของทั้งสองคน แต่ใส่คนละข้าง ทั้งคู่รีบถอดออก แล้วก่อนไปทำงานก็เอากำไลนั้นไปวางไว้ที่โคนต้นโพธิ์หน้าตึก แต่พอเลิกงานกลับมาพร้อมกัน ก็พบว่ากำไลคู่นั้นกลับมาวางอยู่ในห้องที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีก! เหตุการณ์นี้เป็นไปแบบเดิม 6 วัน จนคืนวันที่ 7 ทั้งสองคนถือกำไลออกมาจากห้องเพื่อจะไปทิ้งที่ใต้ต้นโพธิ์เหมือนเดิม ขณะนั้นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ คนในห้องแถวนั้นหลับพักผ่อนกันหมดแล้ว ฝ้ายที่กำลังเดินตามหลังแพรวอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยปี่พาทย์ลอยมาตามลม.. จังหวะที่แพรวนั่งลงไปวางกำไล ฝ้ายหันไปมองที่ห้องตัวเองก็ถึงกับตาค้าง เพราะเห็นเงาดำที่หน้าต่างเป็นนางรำกำลังรำอยู่ในห้อง! ฝ้ายตกใจมากรีบสะกิดบอกแพรว แต่พอแพรวหันมา ภาพที่เห็นคือ แพรวตาขวางแล้วค่อยๆ ทำท่าตั้งวง ก่อนจะลุกขึ้นเดินรำไป เดินรำไปที่ห้องซึ่งเปิดประตูไว้อยู่ ฝ้ายเดินตามไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ พยายามเรียกชื่อแพรว แต่แพรวก็ยังคงเดินหน้ารำต่อไป..</p>
<p>แพรวรำไปหยุดตรงหน้าห้องน้ำ แล้วเอาเท้ากระทืบพื้นซ้ำๆ หลายครั้ง สิ่งที่ฝ้ายเห็นคือกระเบื้องปูพื้นแตกออกแผ่นหนึ่ง มองไปเห็นเหมือนอะไรบางอย่างโผล่ออกมา ฝ้ายไปแงะดูแล้วก็ตกใจหน้าซีด เพราะเป็นหุ่นตุ๊กตานางรำ 2 ตัวอยู่ใต้นั้น ฝ้ายรีบหยิบขึ้นมา แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อแพรวมาพูดใส่หูว่า ‘เอากูไปไว้กับเพื่อนที่ใต้ต้นโพธิ์ที เพื่อนกูอยู่ที่นั่น..’ แล้วแพรวก็เป็นลมล้มไป ฝ้ายเลยบอกว่า ‘ตอนนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้วันหยุดจะเอาไปอยู่กับเพื่อนๆ นะคะ’ แล้วก็เอาหุ่นนางรำไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง.. คืนนั้นฝ้ายนอนฝันว่าเดินไปนั่งชิงช้าที่ใต้ต้นโพธิ์ต้นนั้น แล้วมีนางรำค่อยๆ โผล่มาจากพื้นดินทีละคน แต่ไม่ได้ทำอะไร พวกเธอเหล่านั้นมองไปที่ห้องของฝ้ายแล้วยิ้ม.. ฝ้ายสะดุ้งตื่น แล้วภาพที่เห็นในกระจกเครื่องแป้งคือ นางรำใส่ชฎายืนยิ้มหวานหน้าขาวปากแดงอยู่ในกระจก! ฝ้ายกลัวมาก ค่อยๆ ล้มตัวและหันไปทางแพรว แต่กลับได้ยินเสียงแพรวพูดขึ้นมาว่า ‘จะเช้าแล้ว.. เอากูไปหาเพื่อนได้แล้ว!’ จนฝ้ายต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นเดินไปหยิบหุ่นนางรำ 2 ตัวตรงไปที่ต้นโพธิ์ คิดยังไงไม่รู้เอาไม้ไปขุดดินออกมา สิ่งที่เห็นคือ มีหุ่นตุ๊กตานางรำ ตายาย ช้าง ม้า กุมารทอง ถูกฝังอยู่เต็มไปหมด! ฝ้ายรีบเอาหุ่นนางรำไปฝังพร้อมกับเพื่อนๆ แล้วบอกว่า ‘ทำตามที่ขอแล้วนะคะ..’</p>
<p>อีกวันเลยไปถามคนดูแลหอ แกบอกไม่มีไรหรอก คนเขาเลี้ยงไม่ไหว เอาศาลไปทิ้งเลยเอาตุ๊กตามากองไว้ที่นี่ ทีนี้มันเยอะ เจ้าของห้องแถวเลยให้เอาฝังไว้ในพื้นดิน ฝ้ายก็ถามว่าแล้วที่อยู่ในห้องล่ะ? คนดูแลหอบอก สงสัยคนอยู่ก่อนหน้าล่ะมั้ง เขาเป็นคนเขมรเล่นของ คงเอามาปลุกเสก ทีนี้ตอนย้ายออกก็ไม่เอาไปด้วย เลยคงเอาฝังเอาไว้ใต้กระเบื้องในห้องนั่นล่ะ ส่วนยันต์นั่นก็ของเขานะ กันผีออกจากห้อง! พูดจบแล้วแกก็หัวเราะเดินจากไป.. พอกลับห้องมาฝ้ายก็ไปเอายันต์ออก คืนนั้นฝันว่ามีนางรำมารำใต้ต้นโพธิ์ให้ดูหลายคน สวยงามมากๆ พวกเธอยิ้มให้ด้วย แล้วมีนางรำคนหนึ่งชี้ไปที่เลขห้องของฝ้าย ตื่นเช้ามาอีกวันฝ้ายก็เลยไปซื้อล็อตเตอรี่ ปรากฏว่าถูกเลขท้าย 2 ตัวจริงๆ เรื่องราวก็มีเท่านี้ครับ</p>
<p><b>Story by</b> คุณหาญ ใจสิงห์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story553/">553 ฝังไว้ในพื้นดิน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story553/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>493 องค์แม่ของมหาวิทยาลัย</title>
		<link>https://thehouse.online/story493/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story493/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Dec 2017 14:40:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4139</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณวายครับ คุณวายเล่าว่า.. เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านเขาดินนะคะ เดิมมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นวังเก่าแก่ จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือกันมายาวนาน เรียกกันว่า องค์แม่ ค่ะ ทั้งอาจารย์ และนักศึกษาต่างเคารพมาก.. ช่วงที่เราเป็นนักศึกษาปี 1 เพิ่งย้ายเข้ามา ก็ยังไม่ค่อยรู้ประวัติดีนัก เลยไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ แต่ก็มีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้เราหันมาเชื่อเรื่องนี้สนิทใจเลยค่ะ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทำงานหนักมากทั้งโปรเจค และอะไรหลายๆ อย่าง และสถานที่ที่ดีที่สุดในการทำงานสำหรับพวกเราก็คือห้องสมุดค่ะ ที่ตึกห้องสมุด ชั้นแรกจะเป็นห้องการเงิน ที่สำหรับชำระค่าเทอมอะไรพวกนั้น ส่วนห้องสมุดจะอยู่ชั้น 2 และ 3 วันนั้นเรากับเพื่อนๆ ก็ไปหาหนังสือที่จะใช้ทำโปรเจค หาไปเรื่อย คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย แล้วระหว่างที่ทำงานกันไปสักพัก เพื่อนในกลุ่มเราคนหนึ่งชื่อ พลอย (นามสมมติ) ก็ได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดไทยมีสไบคล้ายนางรำ เดินอยู่ตรงระหว่างบันไดชั้น 2 ที่จะขึ้นไปชั้น 3 แต่พลอยก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าอาจจะมีการรำการแสดงอะไรสักอย่างหรือเปล่า พลอยมันก็พูดลอยๆ ขึ้นมาว่า ‘คณะศิลปกรรมมีแสดงเหรอวะ?’ แต่พวกเราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะกำลังวุ่นๆ อยู่ หลังจากพลอยพูดขึ้นมาได้ไม่ถึง 1 นาที อยู่ๆ พลอยก็เริ่มมีอาการตัวสั่น หน้าซีดมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story493/">493 องค์แม่ของมหาวิทยาลัย</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณวายครับ คุณวายเล่าว่า.. เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านเขาดินนะคะ เดิมมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นวังเก่าแก่ จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือกันมายาวนาน เรียกกันว่า <strong>องค์แม่</strong> ค่ะ ทั้งอาจารย์ และนักศึกษาต่างเคารพมาก.. ช่วงที่เราเป็นนักศึกษาปี 1 เพิ่งย้ายเข้ามา ก็ยังไม่ค่อยรู้ประวัติดีนัก เลยไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ แต่ก็มีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้เราหันมาเชื่อเรื่องนี้สนิทใจเลยค่ะ</p>
<p>ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทำงานหนักมากทั้งโปรเจค และอะไรหลายๆ อย่าง และสถานที่ที่ดีที่สุดในการทำงานสำหรับพวกเราก็คือห้องสมุดค่ะ ที่ตึกห้องสมุด ชั้นแรกจะเป็นห้องการเงิน ที่สำหรับชำระค่าเทอมอะไรพวกนั้น ส่วนห้องสมุดจะอยู่ชั้น 2 และ 3 วันนั้นเรากับเพื่อนๆ ก็ไปหาหนังสือที่จะใช้ทำโปรเจค หาไปเรื่อย คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย แล้วระหว่างที่ทำงานกันไปสักพัก เพื่อนในกลุ่มเราคนหนึ่งชื่อ พลอย (นามสมมติ) ก็ได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดไทยมีสไบคล้ายนางรำ เดินอยู่ตรงระหว่างบันไดชั้น 2 ที่จะขึ้นไปชั้น 3 แต่พลอยก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าอาจจะมีการรำการแสดงอะไรสักอย่างหรือเปล่า พลอยมันก็พูดลอยๆ ขึ้นมาว่า ‘คณะศิลปกรรมมีแสดงเหรอวะ?’ แต่พวกเราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะกำลังวุ่นๆ อยู่</p>
<p>หลังจากพลอยพูดขึ้นมาได้ไม่ถึง 1 นาที อยู่ๆ พลอยก็เริ่มมีอาการตัวสั่น หน้าซีดมาก พอเราถามก็ไม่ยอมตอบ มันพูดแค่ว่า ‘ไปกันเถอะ ออกไปคุยข้างนอก..’ ทุกคนก็ตกใจ ..จนออกจากห้องสมุดมาที่ข้างล่าง พลอยก็เล่าให้ฟังว่า ‘ตอนนั่งทำงาน กูเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยคล้ายนางรำ เดินอยู่ตรงบันได ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอหันไปอีกที เขาเดินหายวับไปในกำแพงเฉยๆ เลย ตอนนั้นกูตกใจมากพูดไม่ออก..’ พวกเราได้ฟังก็ตกใจ เพราะไม่มีใครเคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน ก็ปลอบไปว่า ‘ตาฝาดไปเองหรือเปล่ามึง?’ อะไรทำนองนี้ แต่พลอยก็ยืนยันแน่ชัดว่าเห็นจริงๆ เห็นชัดๆ เลย.. จนเราเอาเรื่องนี้ไปถามรุ่นพี่ ปี 3 ปี 4 หลายๆ คน ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เจอมาหมดแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร แต่ไปห้องสมุดทีไรเป็นต้องได้เจอ ทุกคนที่ได้เจอต่างคิดกันว่าผู้หญิงคนนั้นคือ ‘องค์แม่’ ที่คอยดูแลมหาวิทยาลัยแห่งนี้..</p>
<p>แล้วที่นี่ยังมีอีกเรื่องนะคะ เล่าลือต่อๆ กันมาว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ทางมหาวิทยาลัยเราจัดกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นโชว์หลีด บูมแต่ละคณะ หรือการแสดงต่างๆ ที่จะแสดงที่สนามหญ้าเทียมตรงหน้าอนุสรณ์สถานขององค์แม่ ส่วนตรงข้ามอนุสรณ์นั้นจะเป็นตึกครุศาสตร์ ซึ่งเป็นตึกที่เราเรียนอยู่.. เมื่อถึงวันแสดง มักจะมีคนเห็นคนใส่ชุดไทยโบราณ ใส่สไบ นุ่งโจงกระเบน หลายคนนั่งดูการแสดงอยู่บนตึก ตามราวหน้าตึก ยืนบ้าง นั่งห้อยขาบ้าง และก็หัวเราะยิ้มแย้มชอบใจ.. เมื่อใดที่มีการแสดง ก็จะมีคนเห็นอะไรแบบนี้เสมอค่ะ แต่เรากับเพื่อนในกลุ่มยังไม่เคยเห็นนะคะ แต่เราก็ค่อนข้างเชื่อค่ะ เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ..</p>
<p><b>Story by</b> คุณวาย</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story493/">493 องค์แม่ของมหาวิทยาลัย</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story493/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>358 รุ่นพี่สอนรำ</title>
		<link>https://thehouse.online/story358/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story358/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Dec 2016 14:27:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าค่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=3213</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณแบงค์ครับ คุณแบงค์เล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้เข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ช่วงนั้นพี่ๆ ม.5 ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายที่โรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนครับ ทุกอย่างราบรื่นดี จนมาเกิดเรื่องขึ้นในคืนที่ 2 นี่เอง คืนนั้นมีกิจกรรมปิดตาเดินตามเชือก โดยเชือกจะถูกผูกโยงไปทั่วโรงเรียน รุ่นน้องที่เข้าค่ายจะต้องถูกผ้าปิดตาไว้ แล้วปล่อยออกไปจากหอประชุมทีละคนๆ ..จนในที่สุดก็ถึงตาของผมครับ ผมจับเชือกไว้ไม่ปล่อยเลย ระหว่างทางจะมีพี่ๆ สตาฟคอยกระซิบอยู่ตลอดว่า ‘อย่าแอบดูนะ ให้เดินตามเชือกไปเรื่อยๆ..’ ผมก็รู้สึกโอเคที่ยังมีพี่ๆ อยู่ใกล้ชิด กิจกรรมนี้จะแบ่งเป็นฐาน 5 ฐาน แต่ฐานที่ผมจำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืมเลย คือฐานที่ 5 ‘รำแก้บน’ ครับ พี่เขาจะเล่าให้ฟังว่า ‘ที่โรงเรียนเรามีรุ่นพี่นางรำคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่ตรงนี้ และพี่เขาจะพารุ่นน้องที่รำไม่สวยไปอยู่ด้วย..’ จากความรู้สึกของผมที่เดินมา ตรงจุดนี้น่าจะเป็นลานกว้างที่ข้างตึกนาฏศิลป์ พอรุ่นพี่สตาฟมากระซิบว่า ‘เริ่มรำได้’ เสียงดนตรีไทยเดิมก็ค่อยๆ ดังขึ้นๆ แล้วผมก็เริ่มรำครับ คือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร ก็รำให้สวยไว้ก่อนเท่าที่จะทำได้ เพราะผมกลัวมาก พอรำไปสักพัก ประมาณนาทีกว่าๆ เสียงรอบข้างก็เงียบลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story358/">358 รุ่นพี่สอนรำ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณแบงค์ครับ คุณแบงค์เล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้เข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ช่วงนั้นพี่ๆ ม.5 ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายที่โรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนครับ ทุกอย่างราบรื่นดี จนมาเกิดเรื่องขึ้นในคืนที่ 2 นี่เอง คืนนั้นมีกิจกรรมปิดตาเดินตามเชือก โดยเชือกจะถูกผูกโยงไปทั่วโรงเรียน รุ่นน้องที่เข้าค่ายจะต้องถูกผ้าปิดตาไว้ แล้วปล่อยออกไปจากหอประชุมทีละคนๆ ..จนในที่สุดก็ถึงตาของผมครับ ผมจับเชือกไว้ไม่ปล่อยเลย ระหว่างทางจะมีพี่ๆ สตาฟคอยกระซิบอยู่ตลอดว่า ‘อย่าแอบดูนะ ให้เดินตามเชือกไปเรื่อยๆ..’ ผมก็รู้สึกโอเคที่ยังมีพี่ๆ อยู่ใกล้ชิด</p>
<p>กิจกรรมนี้จะแบ่งเป็นฐาน 5 ฐาน แต่ฐานที่ผมจำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืมเลย คือฐานที่ 5 ‘รำแก้บน’ ครับ พี่เขาจะเล่าให้ฟังว่า ‘ที่โรงเรียนเรามีรุ่นพี่นางรำคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่ตรงนี้ และพี่เขาจะพารุ่นน้องที่รำไม่สวยไปอยู่ด้วย..’ จากความรู้สึกของผมที่เดินมา ตรงจุดนี้น่าจะเป็นลานกว้างที่ข้างตึกนาฏศิลป์ พอรุ่นพี่สตาฟมากระซิบว่า ‘เริ่มรำได้’ เสียงดนตรีไทยเดิมก็ค่อยๆ ดังขึ้นๆ แล้วผมก็เริ่มรำครับ คือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร ก็รำให้สวยไว้ก่อนเท่าที่จะทำได้ เพราะผมกลัวมาก พอรำไปสักพัก ประมาณนาทีกว่าๆ เสียงรอบข้างก็เงียบลง เหลือแต่เสียงดนตรีไทยเดิมกับเสียงลมหายใจของผมเท่านั้น ผมก็เริ่มกลัวละ แต่ก็ไม่ได้หยุดรำนะครับ ก็ยังรำต่อไป (ตอนนั้นผ้าปิดตาอยู่นะครับ) ระหว่างที่รำๆ อยู่ ผมก็ได้ยินเสียง ‘กริ๊งๆ’ เหมือนเสียงกระดิ่งเบาๆ และค่อยๆ ดังขึ้นๆ ในหัวผมนึกภาพคนใส่ชุดไทยขึ้นมาเลย ตอนนั้นขนเริ่มลุกขึ้นมาจากหลังละครับ แล้วจากนั้นก็มีเสียงมากระซิบว่า ‘แขนเหยียดตรง หน้าเชิด ย่อเข่าสิ..’ ผมได้ยินประโยคนี้ประมาณ 3 ครั้ง ก่อนจะมีมือมาจับที่มือของผม ผมนี่สะดุ้งเลย แต่ก็ยังรำต่อไป เพราะมือที่มาจับมันเหมือนมือคนเราธรรมดา อุ่นๆ นุ่มๆ พร้อมเสียงพูดอีกว่า ‘แขนเหยียดตรง หน้าเชิด ย่อเข่าสิ..’ มือก็จับมือผมทั้ง 2 ข้างเหมือนจะจัดท่าให้ ปากก็พูดประโยคเดิมซ้ำๆ ไปเรื่อย ประกอบกับดนตรีไทยเดิม กับเสียงกระดิ่ง ทำเอาผมใจคอไม่ดีเลย..</p>
<p>ผมตัดสินใจเอ่ยปากถามพี่สตาฟเบาๆ ว่า ‘ยังไม่พอเหรอครับพี่?’ ทันใดนั้นมือที่จับผมอยู่ก็ปล่อย เสียงกระดิ่งก็เงียบไป และดนตรีไทยเดิมก็ดับไป ทุกอย่างเงียบหมดเหมือนผมอยู่คนเดียวตรงนั้น ผมก็เรียกพี่สตาฟด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ประมาณเกือบนาทีได้ แต่ก็ไม่มีใครตอบ จะเปิดตาก็ไม่กล้า กลัวเห็นอะไรที่ไม่อยากจะเห็นเข้า ปากก็ตะโกนเรียกอยู่อย่างนั้น ผมยืนตัวสั่นอยู่ประมาณ 3 นาทีหลังจากเพลงดับไป มันเป็น 3 นาทีที่นานมากสำหรับผม.. สักพักหนึ่งก็มีเสียงพี่ๆ สตาฟหลายคนเลย ตะโกนอยู่ไกลๆ ว่า ‘เห้ยๆ น้องคนนั้นไปทำไรตรงนั้น?’ แล้วพี่ๆ ก็วิ่งเข้ามาหาผม จับตัวผมแล้วค่อยๆ พาผมไปที่หอประชุม ระยะทางจากที่ที่ผมอยู่กับหอประชุมก็ห่างกันพอสมควร.. พอถึงหอประชุม เสียงคนคุยกันก็ดังขึ้นเหมือนเดิม ผมนี่ใจชื้นเลย พี่ๆ สตาฟก็จัดแจงให้ทุกคนนั่งในหอประชุมเป็นแถวๆ พอครบแล้วก็บอกให้เปิดตาได้ ผมก็เปิดผ้าออก พี่ๆ สตาฟก็พูดกันไปโดยที่ไม่มีใครสนใจเรื่องของผมเลย ผมเห็นทุกคนดูปกติดี ก็เริ่มสบายใจ คิดว่าคงเป็นแผนแกล้งของพวกพี่ๆ เขานั่นแหละ.. พอเลิกจากกิจกรรม ผมกำลังจะเดินกลับห้องพักกับเพื่อนๆ พอดีไปเจอกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดไทยสีเขียว ประดับด้วยเครื่องประดับเต็มยศ ทั้งกำไลแขน กำไลข้อเท้า แต่บนหัวไม่ได้ใส่อะไร ในใจผมก็คิดว่าพี่คนนี้แหละที่มาจับมือสอนผมเมื่อกี้ ผมก็เลยเดินเข้าไปถามพี่เขาว่า ‘พี่ใช่ไหมที่คุมฐาน 5’ พี่เขาก็ยิ้มๆ แล้วพูดแค่ว่า ‘แขนเหยียดไม่ตรงนะ..’ จังหวะนั้นพวกเพื่อนๆ ผมก็ตะโกนเรียกผมขึ้นตึกพอดี ผมก็เลยวิ่งไปตามเพื่อนๆ ไป คือคืนนั้นผมได้เจอพี่คนนั้นก็โล่งใจแล้ว นอนหลับสบายเลย</p>
<p>แต่เรื่องมันไม่จบเท่านี้น่ะสิครับ..</p>
<p>เช้าวันต่อมาระหว่างที่กินข้าวกัน มีพี่สตาฟผู้ชายคนหนึ่งมานั่งกินข้าวกับกลุ่มของพวกผม พี่เขาถามผมว่า ‘เออ เมื่อคืนนี้น้องไปทำอะไรตรงลานข้างห้องนาฏศิลป์?’ ผมก็ตอบไปว่า ‘อ่าวพี่ ก็ไปรำแก้บนฐาน 5 ไงครับ มีดนตรี มีคนสอนพร้อม ดีมากเลย..’ แต่พี่สตาฟกลับทำหน้าเหวอใส่ แล้วบอกผมว่า ‘น้องครับ.. ฐานที่ 5 คือฐานรำแก้บนจริง แต่ทุกคนต้องไปรำพร้อมกันที่หอประชุมนะ แล้วก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นกับน้องตอนที่พี่ไปเจอนะครับ..’ ผมนี่เงิบเลย แต่ผมก็หัวเราะนะ เพราะคิดว่าพี่เขาแกล้ง ผมก็บอกกับพี่เขาไปว่า ‘พี่อย่ามาหลอกผมเลย เมื่อคืนผมก็ได้คุยกับพี่ผู้หญิงที่แต่ชุดนางรำแล้ว เพื่อนๆ ผมก็เห็น’ พูดจบ เพื่อนๆ ที่นั่งกินข้าวกันอยู่ก็หันมามองผมอย่างพร้อมหน้ากัน แล้วบอกว่า ‘เห็นอะไรวะ?’ ผมก็บอก ‘ก็พี่ผู้หญิงที่ใส่ชุดไทยเมื่อคืน ก่อนไปนอนไง’ เพื่อนข้างๆ ผมหันมาแล้วพูดว่า ‘เมื่อคืนนี้มึงเดินไปบ่นอะไรคนเดียวที่กำแพงก็ไม่รู้ พวกกูเลยเรียกมึงไปนอนไง..’ ผมนี่เงิบครั้งที่ 2 สิครับ.. ตอนนั้นผมใจคอเริ่มไม่ดีแล้ว พี่สตาฟเลยให้ผมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก ว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ผมก็เล่าทั้งหมดไปตามที่ผมเจอนั่นแหละครับ..</p>
<p>พอเล่าจบ พี่สตาฟก็ดูหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดเลย และบอกกับผมว่า ‘พี่จะเล่าอะไรให้ฟังนะ เรื่องที่มีรุ่นพี่นางรำเสียชีวิตที่ลานข้างห้องนาฏศิลป์น่ะ ไม่มีใครเอามาพูดเล่นๆ หรอกน้อง เพราะเขาเป็นเพื่อนในชั้นพี่เอง วันที่โรงเรียนมีงานแข่งทักษะ เพื่อนพี่คนนี้ได้รับหน้าที่ให้ถือป้ายโรงเรียน เขาไปเปลี่ยนชุดไทยบนห้องนาฏศิลป์ แต่งเรียบร้อย กำลังจะสวมชฎาอยู่ตรงริมหน้าต่าง แล้วจู่ๆ เกิดหน้ามืดพลัดตกหน้าต่างลงมาที่ลานกว้างเสียชีวิต..’ ผมได้ยินแล้วถึงกับตัวสั่นน้ำตาคลอ เพราะตอนที่คุยกับพี่เขาเมื่อคืน บนหัวพี่เขาก็ไม่มีชฎาจริงๆ ทั้งที่ผมก็ไม่ได้บอกใครเรื่องชฎา.. พี่ๆ คนอื่นเห็นผมจะร้องไห้เลยวิ่งมาดู และช่วยกันปลอบใจว่า ไม่มีอะไร พี่เขาอาจจะแค่ต้องการตัวแทนมารำให้เค้า บอกผมว่าอย่ากลัวเลย ผมคิดในใจ ‘โอ้โห.. เจอขนาดนี้ไม่ให้กลัวได้ไงวะ?’ ..หลังจากกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายไปเก็บข้าวของกัน ก่อนจะกลับ พี่ๆ สตาฟก็ได้พาผมไปไหว้รูปของรุ่นพี่นางรำคนนั้นในห้องนาฏศิลป์ด้วย พอผมเห็นรูปเท่านั้นแหละ ขนลุกซู่เลยครับ น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาอีกครั้ง คือเป็นหน้าของพี่ผู้หญิงคนที่ผมเห็นเมื่อคืน ผมจำได้แม่นเลย ถึงในรูปจะเป็นชุดนักเรียนก็ตาม.. ผมก็อธิษฐานให้พี่เขาไปสู่สุขคติ อย่ามาหลอกมาหลอนกันอีกเลย</p>
<p>พอเช้าวันเปิดเรียน เรื่องของผมเป็นที่พูดถึงกันมาก และเรื่องนี้ทำให้ทางโรงเรียนได้ทำบุญครั้งใหญ่ ห้องนาฏศิลป์นั้นก็ถูกเปลี่ยนเป็นห้องสอนศาสนาแทน รูปของรุ่นพี่ในห้องนาฏศิลป์ก็ถูกนำไปตั้งไว้กับศาลเจ้าที่ และตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่มีใครพบเจอรุ่นพี่คนนี้อีกเลย..</p>
<p><b>Story by</b> คุณแบงค์</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story358/">358 รุ่นพี่สอนรำ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story358/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>247 นางรำเรียกแขก</title>
		<link>https://thehouse.online/story247/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story247/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Apr 2016 07:53:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเซ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=2033</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณเอ็น (นามสมมติ) ครับ คุณเอ็นเล่าว่า.. ตอนนั้นผมอายุ 16 ปี เรียนอยู่ ม.4 ครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ร้านอาหารในห้างดังย่านบางรักนะครับ คือทุกเย็นหลังเลิกเรียน ผมจะไปทำงานพาร์ทไทม์ เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งนี้ครับ เป็นร้านอาหารเล็กๆ มีพนักงานบาริสต้า 1 คน พนักงานครัว 3 คน พี่ผู้จัดการร้าน 1 คน ซึ่งจะเป็นแคชเชียร์ด้วย และเด็กเสิร์ฟ 1 คน คือผมเอง ผมทำงานได้เดือนกว่าๆ ทุกอย่างปกติ ลูกค้าก็เยอะดีครับ จนมาวันหนึ่ง ตอนนั้นเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ แล้ว ยังมีลูกค้าอยู่ 2 โต๊ะ หลังจากเสิร์ฟอาหารเสร็จ ผมก็ไปแอบเล่นมือถืออยู่ที่มุม ตรงที่เตรียมอาหารไว้สำหรับเสิร์ฟครับ เป็นช่องเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องครัว.. ผมนั่งได้แค่ไม่นาน จู่ๆ ไฟในห้องครัวก็กระพริบถี่ๆ แล้วพี่ฟ้า ที่เป็นหนึ่งในพนักงานครัวก็ร้อง ‘กรี๊ดดด!’ ขึ้นมา ก่อนไฟจะดับวูบลง จากนั้นพี่ๆ ทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story247/">247 นางรำเรียกแขก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณเอ็น (นามสมมติ) ครับ คุณเอ็นเล่าว่า.. ตอนนั้นผมอายุ 16 ปี เรียนอยู่ ม.4 ครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ร้านอาหารในห้างดังย่านบางรักนะครับ คือทุกเย็นหลังเลิกเรียน ผมจะไปทำงานพาร์ทไทม์ เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งนี้ครับ เป็นร้านอาหารเล็กๆ มีพนักงานบาริสต้า 1 คน พนักงานครัว 3 คน พี่ผู้จัดการร้าน 1 คน ซึ่งจะเป็นแคชเชียร์ด้วย และเด็กเสิร์ฟ 1 คน คือผมเอง</p>
<p>ผมทำงานได้เดือนกว่าๆ ทุกอย่างปกติ ลูกค้าก็เยอะดีครับ จนมาวันหนึ่ง ตอนนั้นเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ แล้ว ยังมีลูกค้าอยู่ 2 โต๊ะ หลังจากเสิร์ฟอาหารเสร็จ ผมก็ไปแอบเล่นมือถืออยู่ที่มุม ตรงที่เตรียมอาหารไว้สำหรับเสิร์ฟครับ เป็นช่องเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องครัว.. ผมนั่งได้แค่ไม่นาน จู่ๆ ไฟในห้องครัวก็กระพริบถี่ๆ แล้วพี่ฟ้า ที่เป็นหนึ่งในพนักงานครัวก็ร้อง ‘กรี๊ดดด!’ ขึ้นมา ก่อนไฟจะดับวูบลง จากนั้นพี่ๆ ทั้ง 3 คน ก็วิ่งแตกตื่นกันออกมาจากห้องครัว พร้อมกับมีหนูอีก 2 ตัว วิ่งออกมา ผ่านขาลูกค้าไป ลูกค้าถึงกับรีบเช็คบิลทันทีเลยครับ ทุกคนรวมถึงผมต่างคิดว่า ที่พี่ฟ้าร้องกรี๊ดเพราะหนู  แต่ไม่ใช่เลยครับ มันมีมากกว่านั้น..</p>
<p>พี่ฟ้าออกมานั่งมือสั่น พร้อมกับร้องไห้ไม่พูดไม่จากับใครเลย ส่วนพี่ๆ ในครัวอีก 2 คนก็หน้าเหวอๆ ตอนนั้นพี่ผู้จัดการร้านสั่งให้ปิดร้านเลยครับ แล้วก็มาถามว่า ‘เกิดอะไรกันขึ้น?’ โดยพี่ๆ พนักงานครัวเล่าให้ฟังว่า ‘ก่อนที่ไฟจะดับลง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยดังขึ้นในหู พวกเราก็มองหน้ากัน แล้วพอตอนไฟกระพริบถี่ๆ พี่ฟ้าที่เป็นคนขวัญอ่อนก็มองไปที่หลังครัว แล้วก็ร้องกรี๊ดขึ้นมา ก่อนที่ทุกคนจะหันตามไป เห็นเป็นผู้หญิงในชุดนางรำเต็มยศ ใบหน้าดำสนิท เดินรำออกมาจากกำแพงด้านในสุดของครัว จากนั้นไฟก็ดับวูบลง..’ พี่ฟ้าได้ยินแบบนั้น ก็ปล่อยโฮออกมาอีกแบบจะขาดใจ ผมกับพี่บาริสต้าได้ฟังนี่ถึงกับขนลุกเลยครับ</p>
<p>แล้วระหว่างที่ทุกคนเงียบกันอยู่ พี่ผู้จัดการร้านก็ร้องอุทานออกมา ‘เฮ้ย! ตายห่า วันนี้วันพระนี่หว่า..’ แล้วพี่ผู้จัดการร้านก็รีบไปนำน้ำแดง และพวงมาลัยมาถวายบนหิ้ง ซึ่งเป็นนางกวักหรืออะไรสักอย่าง โดยที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าในห้องครัว พี่ผู้จัดการพูดว่า ‘ลูกช้างขอโทษแทนเด็กๆ ด้วยนะครับ ลูกช้างลืมนำสิ่งของมาถวาย ขอท่านได้โปรด ยกโทษให้ลูกช้างด้วย..’ พอปักธูปลงเท่านั้นล่ะครับ ไฟก็ดับลงอีกรอบหนึ่ง พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือก พี่ผู้จัดการหันมาบอกพวกเราว่า ‘ท่านคงรับรู้แล้วล่ะ กลับไปทำงานได้แล้ว..’ จังหวะนั้นนี่ ทุกคนได้แต่อึ้งครับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้..</p>
<p>ระหว่างที่ทุกคนรีบปิดร้านกัน พี่ฟ้าก็ขอตัวออกมานั่งรอข้างนอก พอปิดร้านกันเสร็จ พี่ผู้จัดการร้านก็เรียกทุกคนมาประชุมกัน โดยพี่เค้าเล่าว่า ‘เรื่องนี้มันเคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่ห้างเปิดแล้วล่ะ มีอยู่วันหนึ่ง อยู่ๆ ก็มีตุ๊กตานางรำมาตกอยู่ในห้องครัว ทุกคนในตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าใครเอามา พี่ก็ไม่ได้คิดอะไรเลยเอาไปทิ้ง.. จากนั้นมาไม่นาน ก็เจอกันหมดทุกคนเลย ตัวพี่เองนี่เจอแบบจังๆ เลย คือตอนสิ้นเดือน พี่ต้องทำเอกสารเยอะมากๆ ต้องกลับดึกบ่อยๆ พี่เจอแบบรำออกมาจากครัวเลย เอาเท้าวางเก้าอี้ แล้วชี้มาทางพี่ พร้อมตะโกนว่า กูมาอยู่กับมึง เรียกคนให้มาเข้าร้านมึง มึงไม่เคยแม้แต่จะคิดถวายอะไรให้กูเลย.. พี่นี่ตัวแข็ง หน้าชาเลย.. รีบกลับบ้านเลยครับ ของเขิงไม่เก็บแล้ว.. หลังจากนั้นทุกวันพระ พี่ก็จะถวายของแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แล้วบอกท่านว่า อย่าออกมาหลอกลูกน้องผมเลยครับ เขาอยู่กันไม่ได้ จะออกกันหมด.. จนมาถึงวันนี้แหละที่พี่ลืม ขอโทษน้องๆ ด้วยนะ อย่าไปคิดมาก มาทำงานให้สนุกดีกว่า..’</p>
<p>พวกผมฟังนี่เงิบเลยครับ ไม่สนุกนะครับแบบนี้ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ออกจากงานแบบไม่บอกไม่กล่าวเลย คือมันน่ากลัวจริงๆ  ครับ.. จนผ่านไปได้ 2 เดือน ก็ได้ยินข่าวว่าเขาปิดปรับปรุงห้างชั้นล่างทั้งหมดเลย ตอนนี้คงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั้งครับ</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณเอ็น (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story247/">247 นางรำเรียกแขก</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story247/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>244 ป้าพาไปเจอผี</title>
		<link>https://thehouse.online/story244/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story244/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Apr 2016 07:43:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=2024</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณเจ (นามสมมติ) ครับ คุณเจเล่าว่า.. ย้อนไปประมาณ 4 ปีที่แล้วนะคะ เราอยู่จังหวัดสุรินทร์ ใกล้จะเรียนจบ ม.6 และเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ จำเป็นต้องหางานทำ เพื่อหาเงินค่าเทอมเรียนต่อมหาวิทยาลัย พอดีมีคนรู้จักแนะนำให้ไปทำงานกับป้าคนหนึ่ง ซึ่งป้าคนนี้เปิดร้านขายอาหารอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี.. แล้วพอถึงเวลา เราก็เดินทางจากบ้านไปยังปราจีนบุรี ไปถึงก็ช่วงมืดแล้ว คือเรามาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของป้าคนนี้ตลอดช่วงทำงานเลยน่ะค่ะ พอเจอป้าแกเราก็ไหว้ แนะนำตัวกันเรียบร้อย ป้าแกก็ดูใจดีนะ พาเราไปห้องนอนที่อยู่ชั้นบน ลักษณะบ้านคือเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ ทั้งบ้านมีป้าแกอยู่คนเดียวค่ะ ชั้นบนมี 3 ห้องนอน ห้องใหญ่สุดเป็นห้องของป้า ห้องถัดมาเป็นห้องของแม่แกซึ่งเสียไปแล้ว และห้องสุดท้ายเป็นห้องของน้องชายป้า ซึ่งไม่ได้อยู่ ป้าเลยให้เราอยู่ห้องของน้องชายแก แต่ป้าแกย้ำว่า ‘ห้ามเคลื่อนย้ายของในห้องนะ และของที่อยู่ในลิ้นชัก ไม่ต้องเปิดดู..’ แล้วแกก็ออกจากห้องไป.. ด้วยความที่เราสงสัย เลยขอเปิดดูนิดนึงว่าในลิ้นชักมีอะไร ปรากฏว่าเป็นพวกเสื้อผ้าข้าวของของน้องชายป้า เราก็เลยปิดไปไม่ได้สนใจอะไร ด้วยความที่เพลียจากการเดินทางไกล เราเลยอาบน้ำแล้วเข้านอนทันที.. กลางดึกคืนนั้น เรานอนหลับๆ ตื่นๆ มันมีความรู้สึกว่ามีคนคอยจ้องมองอยู่ เราพยายามมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีอะไร จนไปสะดุดตรงลิ้นชัก.. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story244/">244 ป้าพาไปเจอผี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณเจ (นามสมมติ) ครับ คุณเจเล่าว่า.. ย้อนไปประมาณ 4 ปีที่แล้วนะคะ เราอยู่จังหวัดสุรินทร์ ใกล้จะเรียนจบ ม.6 และเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ จำเป็นต้องหางานทำ เพื่อหาเงินค่าเทอมเรียนต่อมหาวิทยาลัย พอดีมีคนรู้จักแนะนำให้ไปทำงานกับป้าคนหนึ่ง ซึ่งป้าคนนี้เปิดร้านขายอาหารอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี.. แล้วพอถึงเวลา เราก็เดินทางจากบ้านไปยังปราจีนบุรี ไปถึงก็ช่วงมืดแล้ว คือเรามาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของป้าคนนี้ตลอดช่วงทำงานเลยน่ะค่ะ พอเจอป้าแกเราก็ไหว้ แนะนำตัวกันเรียบร้อย ป้าแกก็ดูใจดีนะ พาเราไปห้องนอนที่อยู่ชั้นบน ลักษณะบ้านคือเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ ทั้งบ้านมีป้าแกอยู่คนเดียวค่ะ ชั้นบนมี 3 ห้องนอน ห้องใหญ่สุดเป็นห้องของป้า ห้องถัดมาเป็นห้องของแม่แกซึ่งเสียไปแล้ว และห้องสุดท้ายเป็นห้องของน้องชายป้า ซึ่งไม่ได้อยู่ ป้าเลยให้เราอยู่ห้องของน้องชายแก แต่ป้าแกย้ำว่า ‘ห้ามเคลื่อนย้ายของในห้องนะ และของที่อยู่ในลิ้นชัก ไม่ต้องเปิดดู..’ แล้วแกก็ออกจากห้องไป..</p>
<p>ด้วยความที่เราสงสัย เลยขอเปิดดูนิดนึงว่าในลิ้นชักมีอะไร ปรากฏว่าเป็นพวกเสื้อผ้าข้าวของของน้องชายป้า เราก็เลยปิดไปไม่ได้สนใจอะไร ด้วยความที่เพลียจากการเดินทางไกล เราเลยอาบน้ำแล้วเข้านอนทันที.. กลางดึกคืนนั้น เรานอนหลับๆ ตื่นๆ มันมีความรู้สึกว่ามีคนคอยจ้องมองอยู่ เราพยายามมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีอะไร จนไปสะดุดตรงลิ้นชัก.. มันเปิดอยู่! คือเรามั่นใจว่าเราปิดไปแล้วกับมือแน่ๆ ..แล้วจังหวะนั้นเอง ขนลุกซู่ ตัวแข็งเลยค่ะ ถูกผีอำขยับตัวไม่ได้ ทำได้แค่ลืมตามอง.. จากที่ตอนแรกรู้สึกแค่เหมือนมีคนจ้อง คราวนี้มานั่งทับที่หน้าอกเราเลย! เงาดำที่มองไม่เห็นหน้าตา ได้ยินเสียงหัวเราะ ‘หึๆ’ เรานี่สวดเลย นโม พุทโธอะไรมาหมด คิดอย่างเดียวคือเราไม่ได้ทำร้ายใคร เราไม่ได้มาลบหลู่ใคร เรามาทำงาน เกร็งสู้อยู่แบบนั้นจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้.. ตื่นอีกทีตอนป้ามาเคาะประตูตอนตี 5 เพื่อที่จะไปซื้อกับข้าวที่ตลาด พอตื่นมาปรากฏว่าลิ้นชักปิดอยู่.. เรางงมาก ไม่รู้ฝันหรือจริง เลยลองถามป้าดูเรื่องน้องชายแก ตอนแรกป้าเหมือนจะไม่เล่า แต่พอเราเล่าถึงเหตุการณ์ที่เจอเมื่อคืน ป้าแกก็อึ้งไปสักพัก และตัดสินใจเล่าให้เราฟังว่า ‘น้องชายป้าเสียแล้ว จากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีก่อน น้องป้าเป็นคนหวงของมาก เสื้อผ้าบางส่วนก็เผาให้ไปแล้ว แต่บางส่วนแม่ป้าขอให้เก็บเอาไว้ดูต่างหน้า เพราะทำใจไม่ได้ แต่แล้วแม่ก็จากไปด้วยโรคประจำตัว..’ คือตอนนั้นเราหลอนมากอะ ที่ให้นอนคือห้องน้องชายแกที่เสียไป แล้วคือนอนเตียงแก ข้าวของแกก็ยังอยู่ในห้อง.. หลังจากวันนั้นก็จุดธุปขอขมา ต่างๆ นาๆ กันไป ก็เหมือนจะดีขึ้น แต่เราก็ยังต้องอยู่ห้องนี้ไปอีกหลายวัน.. แล้วหลังจากนั้นก็มีพี่ชายที่เราสนิท มาสมัครเป็นคนส่งของด้วย เราก็เลยไม่ค่อยกลัว แต่มันยังไม่จบแค่นั้นค่ะ..</p>
<p>มีวันหนึ่ง ป้าพาเรากับพี่ชายไปบ้านอีกหลังที่กรุงเทพฯ อยู่นอกเมืองหน่อย คือพวกเราเป็นลูกจ้างแก แกพาไปไหนเราก็ไปหมด.. ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาวพอดี ทำให้มืดเร็ว พอไปถึงหมู่บ้าน ประมาณเกือบ 5 โมงเย็น ภาพที่เห็นคือ มันช่างเงียบสงัดเหลือเกิน 2 ข้างทางมีแต่บ้านร้าง แต่พอเข้าไปในตัวหมู่บ้านค่อยมีคนอยู่บ้าง.. พอถึงบ้านป้า ป้าก็พาเราขึ้นไปห้องข้างบน ซึ่งเป็นห้องของลูกสาวป้าแก แต่ลูกสาวแกเรียนมหาวิทยาลัย และน่าจะไปเช่าหออยู่ใกล้ๆ เราเลยได้นอนห้องลูกสาวแก นอนกับพี่ชายอีกคนด้วย คือเรานอนเตียง พี่ชายนอนพื้น ในห้องจะมีประตูที่สามารถเปิดไปที่ระเบียงข้างนอกได้.. คืนนั้นเป็นอีกคืนที่เรารู้สึกผิดปกติค่ะ รู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด พอลืมตาขึ้นมาดู อีกแล้ว! เจออีกแล้วค่ะ คราวนี้เป็นผู้หญิงใส่ชุดไทย มีชฎา หน้าขาวๆ ยืนอยู่ตรงปลายดท้าที่พี่ชายนอนเลย เราตกใจสุดขีด แต่ทำได้อย่างเดียวคือ เอาผ้าห่มคลุมโปงไว้ กลัวเธอจะเห็น คิดในใจเอาไงดีล่ะ? เราแง้มผ้าห่ม แล้วหลี่ตามองท่ามกลางแสงไฟสลัว ชัดเลยค่ะ เธอยืนบนหน้าอกพี่ชายเราเลย!</p>
<p>ครั้งนี้เราสวดจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวเลย สวดไปสั่นไป แต่รู้สึกได้เองเลยว่าเธอเปลี่ยนจากพี่ชายมาหาเราแทนแล้ว คือรำเลยค่ะ รำมาเลย! เราตัดสินใจลุกวิ่งไปเปิดไฟ พอเปิดไฟก็หายไปแล้ว.. เราปลุกพี่ชายให้ตื่น เหงื่อพี่นี่ท่วมตัวเลย พอพี่ได้สติ ก็เล่าให้เราฟังว่า ‘ฝันเห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยนางรำ มาบอกให้ไปอยู่เป็นเพื่อน..’ เรายิ่งมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองละ เราก็เล่าให้พี่ชายฟังบ้าง แล้วก็พากันสวดมนต์ นอนต่อแบบหวั่นๆ.. พอเช้ามาเราตื่นนอนออกไปสูดอากาศข้างนอกระเบียง ถึงกับตกใจเลยค่ะ คือมีศาลอยู่นอกระเบียงชั้น 2 และที่ตกใจหนักกว่านั้น คือมีรูปปั้นนางรำอยู่ที่ศาลด้วย! เรามองหน้ากันกับพี่ชาย แล้ววิ่งลงมาหาป้าเลยค่ะ ถามป้าว่า ทำไมถึงมีศาลอยู่ที่ระเบียงชั้น 2 คะ? ..ป้าเลยเล่าว่า เจ้าที่ที่นี่แรง ใครมีเซ้นส์แรงๆ เจอกันหมด ลูกสาวป้าก็ยังไม่ค่อยกล้ากลับมาอยู่เลย..</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณเจ (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story244/">244 ป้าพาไปเจอผี</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story244/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>210 นางรำประจำโรงเรียน</title>
		<link>https://thehouse.online/story210/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story210/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2016 18:03:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[นาฏศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1917</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณหนูนาครับ โดยคุณหนูนาเล่าว่า.. เราเรียนอยู่โรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น อาคารที่โรงเรียนจะมีทั้งหมด 3 อาคาร อาคาร 1-2 เป็นอาคารใหม่ ส่วนอาคาร 3 เป็นตึกไม้เก่าแก่ ซึ่งจะมีห้องนาฏศิลป์อยู่ด้วย.. เนื่องจากเราเป็นนักกีฬาโรงเรียนค่ะ การนอนค้างที่โรงเรียนเรียกว่าเป็นเรื่องปกติเลย.. วันหนึ่ง มีโปรแกรมแข่งขันที่ต่างจังหวัด เลยต้องนอนค้างที่โรงเรียนกับพี่ๆ ในทีมรวมทั้งหมด 7 คน โดยห้องที่จะใช้นอนในคืนนั้น คือห้องวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่ที่อาคาร 3 ชั้น 2 ซึ่งชั้นล่างของห้องวิทย์นี้ จะตรงกันกับห้องนาฏศิลป์พอดีเลย คืนนั้นหลังจากซ้อมเสร็จ พอพวกเราขึ้นไปถึงห้องวิทย์แล้ว ก็จัดแจงจองที่นอน เรานอนกับเพื่อนสนิทชื่อกวาง นอนด้านในสุดของห้อง เพราะมีปลั๊กไฟไว้ชาร์จมือถือ ส่วนพวกพี่ๆ ก็นอนห่างกันออกไปไม่มากเท่าไหร่.. พอได้ที่นอนแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว พี่ๆ เขาก็พากันไปกินข้าวข้างนอกต่อ เพราะฉะนั้นเลยเหลือที่อยู่ในห้องวิทย์กัน 3 คน คือ เรา กวาง และพี่ยิม ก็นอนเล่นกันไป คุยกันไปได้สักพัก เราก็ได้กลิ่นของน้ำหอมค่ะ กลิ่นไทยๆ เรียกว่าน้ำอบหรือเปล่าไม่แน่ใจ ลอยมาเตะจมูก คือกลิ่นแรงมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story210/">210 นางรำประจำโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณหนูนาครับ โดยคุณหนูนาเล่าว่า.. เราเรียนอยู่โรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น อาคารที่โรงเรียนจะมีทั้งหมด 3 อาคาร อาคาร 1-2 เป็นอาคารใหม่ ส่วนอาคาร 3 เป็นตึกไม้เก่าแก่ ซึ่งจะมีห้องนาฏศิลป์อยู่ด้วย.. เนื่องจากเราเป็นนักกีฬาโรงเรียนค่ะ การนอนค้างที่โรงเรียนเรียกว่าเป็นเรื่องปกติเลย.. วันหนึ่ง มีโปรแกรมแข่งขันที่ต่างจังหวัด เลยต้องนอนค้างที่โรงเรียนกับพี่ๆ ในทีมรวมทั้งหมด 7 คน โดยห้องที่จะใช้นอนในคืนนั้น คือห้องวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่ที่อาคาร 3 ชั้น 2 ซึ่งชั้นล่างของห้องวิทย์นี้ จะตรงกันกับห้องนาฏศิลป์พอดีเลย</p>
<p>คืนนั้นหลังจากซ้อมเสร็จ พอพวกเราขึ้นไปถึงห้องวิทย์แล้ว ก็จัดแจงจองที่นอน เรานอนกับเพื่อนสนิทชื่อกวาง นอนด้านในสุดของห้อง เพราะมีปลั๊กไฟไว้ชาร์จมือถือ ส่วนพวกพี่ๆ ก็นอนห่างกันออกไปไม่มากเท่าไหร่.. พอได้ที่นอนแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว พี่ๆ เขาก็พากันไปกินข้าวข้างนอกต่อ เพราะฉะนั้นเลยเหลือที่อยู่ในห้องวิทย์กัน 3 คน คือ เรา กวาง และพี่ยิม ก็นอนเล่นกันไป คุยกันไปได้สักพัก เราก็ได้กลิ่นของน้ำหอมค่ะ กลิ่นไทยๆ เรียกว่าน้ำอบหรือเปล่าไม่แน่ใจ ลอยมาเตะจมูก คือกลิ่นแรงมาก เราเลยลุกขึ้นนั่ง แล้วหันไปมองหน้าพี่ยิม และกวาง เรา 3 คนมองหน้ากันไม่พูดอะไร ได้แต่พยักหน้าเหมือนรู้กัน.. จากนั้น เสียงระนาดก็ดังขึ้นมาไกลๆ เป็นระยะ ดังขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นเรา 3 คนนั่งชิดกันมาก และเราได้ยินเสียงคนเดินดัง ‘แอ๊ดๆ’ ได้ยินเสียงชัดมาก เนื่องจากเป็นพื้นไม้..</p>
<p>พวกเราตัดสินใจเดินออกมาข้างนอก โดยให้พี่ยิมเดินนำหน้า พอเดินออกมาถึงหน้าห้อง รู้สึกเลยว่ามีลมแรงมาก พัดผ่านหน้าไป ทำให้ต้องหันตามไปมองที่ต้นลม เท่านั้นล่ะ แทบช็อคค่ะ! ภาพที่เห็นคือผู้หญิงผมดำยาวมากๆ ในชุดนางรำ ยืนอยู่ที่ทางเดินหน้าห้องๆ หนึ่งที่ไม่เคยเปิดเลย และเขาค่อยๆ หันมาหาพวกเราพร้อมกับร่ายรำ โดยมีเสียงเครื่องดนตรีไทยบรรเลงอย่างวังเวง.. เรา 3 คนได้แต่ยืนอึ้งกับภาพที่เห็น เพราะผู้หญิงคนนั้นร่ายรำไป ชิ้นส่วนในร่างกาย นิ้ว แขน ก็หลุดไปทีละชิ้นๆ จนเป็นกองผ้าชุดรำอยู่ที่พื้น! กวางถึงกับน้ำตาไหล เหงื่อแตกพลั่กๆ พี่ยิมอ้าปากค้าง ยืนขาแข็ง ส่วนเราพอมีสติอยู่บ้าง จึงกระชากทั้ง 2 คนวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งแบบเอาเป็นเอาตาย วิ่งมาจนถึงห้องโยธวาทิตที่มีพวกพี่ๆ อยู่ พี่ๆ ที่รู้จักกันก็ร้องทักว่า ‘เด็กชมรมนาฏศิลป์หรอ? ใส่ชุดนางรำมาด้วยเลยนะ!’ เท่านั้นล่ะค่ะ พวกเราหยุดชะงักทันที ด้วยความอยากรู้ พี่ยิมจึงหันกลับไปดู แล้วพี่ยิมก็ล้มพับลงไปทันทีเลยค่ะ พี่ๆ วงโยจึงต้องช่วยกันอุ้มพี่ยิมเข้าไปในห้อง ส่วนเรากับกวางก็รีบวิ่งตามไปอย่างเสียวๆ สันหลังมากๆ</p>
<p>พอรุ่งเช้า พี่ยิมไข้ขึ้นสูงมาก พี่ยิมบอกว่าเมือคืนเห็นผู้หญิงชุดไทยอยู่ข้างหลังจริงๆ ส่วนเราเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้พี่ๆ และลุงภารโรงฟัง จนลุงภารโรงได้ฟังก็บอกว่า ‘มานี่ๆ มีอะไรจะให้ดู..’ พวกเราทั้งหมดพร้อมกับพี่ๆ วงโยก็เดินตามหลังลุงแกไปอย่างงงๆ ลุงแกพาขึ้นไปหน้าห้องที่เราเจอผู้หญิงคนนั้นรำเมื่อคืน และก็ไขกุญแจเปิดห้องออก สิ่งที่เห็นคือ ชุดไทยสีเขียว สไบสีแดง ชุดเดียวกับที่เห็นเมื่อคืนเลย! พี่ๆ วงโยก็ยืนยันว่า ‘เมื่อคืนคนที่วิ่งตามมา ใส่ชุดนี้แหละ!’ เรากับกวางนั่งร้องไห้หน้าห้องนั้นเลยค่ะ หลอนมากๆ ไม่กล้านอนค้างโรงเรียนอีกเลย นับจากวันนั้น..</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณหนูนา</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story210/">210 นางรำประจำโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story210/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>150 นางรำในงานโรงเรียน</title>
		<link>https://thehouse.online/story150/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story150/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Apr 2016 17:07:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[นางรำ]]></category>
		<category><![CDATA[นาฏศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=1480</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณแบมครับ คุณแบมเล่าว่า.. ตอนนี้แบมเรียนอยู่ชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดยโสธร เรื่องที่จะเล่านี้เกิดขึ้นสมัยที่ยังเรียนอยู่ ม.3 นะคะ.. แบมอยู่ชมรมนาฏศิลป์ ช่วงนั้นกำลังจะมีงานคือสู่เหย้า ก็จะมีการแสดง การรำ แบมเองก็เป็นหนึ่งในนางรำค่ะ ก่อนจะถึงวันงาน 2 วัน ต้องซ้อมจนดึกทุกวัน เลยต้องนอนที่โรงเรียนค่ะ นอนกัน 8 คน มีรุ่นพี่ ม.ปลาย 5 คน.. คืนแรกพอซ้อมรำเสร็จก็เข้านอนกันปกติไม่มีอะไร แต่พอคืนที่ 2 ซ้อมรำเสร็จประมาณเที่ยงคืนพอดี ทุกคนทำธุระส่วนตัวกัน กว่าจะได้เข้านอนก็ประมาณตี 1 ขณะที่ทุกคนนอนกันหมดแล้ว รวมถึงแบมเองด้วย อยู่ๆ แบมก็ได้ยินเสียง เป็นเสียงเหมือนคนพยายามจะเปิดประตู ทีแรกก็คิดว่าคงจะเป็นครู เลยไม่ได้ลุกมาดูค่ะ  พอหลับไปได้ไม่นานมาก ประมาณตี 3 แบมก็ตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงเพื่อนที่นอนข้างๆ ร้องไห้ ร้องแบบว่า ‘ฮือๆๆ’ เลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้หันไปถามว่าเป็นอะไร เพราะคิดว่าคงทะเลาะกับแฟน เลยไม่อยากยุ่งดีกว่า ตอนนั้นแบมนอนหันหลังให้เพื่อนอยู่ แล้วก็รู้สึกว่า เพื่อนขยับเข้ามาเบียด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story150/">150 นางรำในงานโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณแบมครับ คุณแบมเล่าว่า.. ตอนนี้แบมเรียนอยู่ชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดยโสธร เรื่องที่จะเล่านี้เกิดขึ้นสมัยที่ยังเรียนอยู่ ม.3 นะคะ.. แบมอยู่ชมรมนาฏศิลป์ ช่วงนั้นกำลังจะมีงานคือสู่เหย้า ก็จะมีการแสดง การรำ แบมเองก็เป็นหนึ่งในนางรำค่ะ</p>
<p>ก่อนจะถึงวันงาน 2 วัน ต้องซ้อมจนดึกทุกวัน เลยต้องนอนที่โรงเรียนค่ะ นอนกัน 8 คน มีรุ่นพี่ ม.ปลาย 5 คน.. คืนแรกพอซ้อมรำเสร็จก็เข้านอนกันปกติไม่มีอะไร แต่พอคืนที่ 2 ซ้อมรำเสร็จประมาณเที่ยงคืนพอดี ทุกคนทำธุระส่วนตัวกัน กว่าจะได้เข้านอนก็ประมาณตี 1 ขณะที่ทุกคนนอนกันหมดแล้ว รวมถึงแบมเองด้วย อยู่ๆ แบมก็ได้ยินเสียง เป็นเสียงเหมือนคนพยายามจะเปิดประตู ทีแรกก็คิดว่าคงจะเป็นครู เลยไม่ได้ลุกมาดูค่ะ  พอหลับไปได้ไม่นานมาก ประมาณตี 3 แบมก็ตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงเพื่อนที่นอนข้างๆ ร้องไห้ ร้องแบบว่า ‘ฮือๆๆ’ เลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้หันไปถามว่าเป็นอะไร เพราะคิดว่าคงทะเลาะกับแฟน เลยไม่อยากยุ่งดีกว่า ตอนนั้นแบมนอนหันหลังให้เพื่อนอยู่ แล้วก็รู้สึกว่า เพื่อนขยับเข้ามาเบียด และร้องไห้ ‘ฮือๆๆ’ อยู่ข้างๆ แต่แบมก็ไม่ได้อะไรค่ะ ก็หลับไปทั้งอย่างนั้น</p>
<p>ตื่นเช้ามา เป็นวันที่ต้องแสดง แต่การแสดงจะมีตอนกลางคืนค่ะ พอตอนบ่ายก็เริ่มแต่งตัว แต่งหน้า แบมก็นึกขึ้นได้ เลยถามเพื่อนคนเมื่อคืนว่า ‘เมื่อคืนเป็นอะไร ทำไมร้องไห้ไม่เก็บเสียงเลย ไม่กลัวพวกพี่ๆ ว่าหรอ?’ เพื่อนแบมทำหน้างงๆ แล้วบอกว่า ‘เมื่อคืนเราหลับสนิทตั้งแต่ตี 1 แล้ว ไม่ได้ตื่นมาเลย แกฝันรึเปล่า?’ แบมได้ยินอย่างนั้น ถึงกับพูดไม่ออกเลย ในหัวก็นึกถึงเรื่องที่เคยได้ยินจากรุ่นพี่ในชมรม ว่าเวลามาซ้อมดึกๆ ก็มักจะได้กลิ่นธูป ทั้งที่ไม่มีคนจุด หรือก็เคยได้ยินเสียงร้องไห้เหมือนกัน.. แต่เมื่อคืน แบมได้ยินเสียงร้องไห้ชัดมากๆ ใกล้มากๆ และรู้สึกสัมผัสที่หลังเต็มๆ เลยอีกด้วยค่ะ ตอนนั้นนี่ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเลย..</p>
<p>พอถึงเวลาแสดง แบมกับรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อ พี่เจน จะต้องรำเปิดก่อน เรารำเพลงรากไทยอยู่บนเวทีกันเพียง 2 คน พอใกล้จะจบเพลง แบมก็เห็นพี่เจนดูท่าทางแปลกๆ คือรำแข็งๆ หน้านิ่ง ไม่ยิ้ม แต่สิ่งหนึ่งที่แบมเห็นแล้วต้องขนลุก คือดวงตาของพี่เจนเหลือกขึ้น จนเกือบจะไม่เห็นตาดำค่ะ! แบมตกใจมาก จากนั้นก็รำต่อไปโดยที่ไม่กล้ามองหน้าพี่เจนอีกเลยจนจบเพลง.. พองานเสร็จ พี่ต้อม แฟนพี่เจนซึ่งเป็นคนถ่ายวีดีโอให้ ก็เดินมาถามว่า ‘เจน โกรธอะไรต้อมรึเปล่า? ทำไมตอนรำถึงหน้าบึ้งอย่างนั้น..’ พี่เจนก็ทำหน้างง แล้วบอกว่า ‘ป่าวนี่ ตอนรำเจนยิ้มจนปากจะฉีกอยู่แล้วนะ’</p>
<p>หลังจบการแสดง ครูก็เดินมาแล้วถามพี่เจนว่า ‘ใครเอาชุดนี้ให้เธอใส่?’ (คือชุดที่พี่เจนใส่ เป็นชุดที่มีสีต่างกับของพวกแบมนิดหน่อยค่ะ) พี่เจนก็บอกว่า ‘พอดีชุดของหนูขาดค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง แล้วพอดีไปเจอชุดนี้ในตู้ เลยต้องรีบเอามาใส่ก่อน..’ จนวันรุ่งขึ้น พี่ต้อมเอาวีดีโอการแสดงมาเปิดที่ห้องนาฏศิลป์ ทุกคนก็มานั่งดู.. พอถึงเพลงรากไทย ช่วงใกล้ๆ จะจบเพลง ทุกคนก็ต้องช็อคค่ะ เพราะภาพที่เห็นคือ มีเงาดำๆ รำทับร่างพี่เจนอยู่! พี่เจนเห็นภาพตัวเองในวีดีโอก็ร้องไห้เลยค่ะ และบอกว่า ‘จริงๆ ตอนนั้นรำอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหมือนวูบๆ แล้วก็มารู้ตัวอีกทีก็ลงมาจากเวทีแล้ว..’ ทุกคนได้ฟังก็มองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไรเลยค่ะ</p>
<p>แล้วตอนเย็นวันนั้น แบมกับเพื่อนก็ไปเล่าให้ครูนาฏศิลป์ฟัง และถามครูว่าเกิดอะไรขึ้น? ครูเลยพาออกมานอกโรงเรียนแล้วเล่าว่า ‘6 ปีก่อน มีนักเรียนในชมรมถูกรถชนเสียชีวิต แล้วชุดที่พี่เจนใส่เมื่อวาน คือชุดที่พี่คนนั้นจะใส่แสดงในงานคืนสู่เหย้าเหมือนกัน.. และ 3 ปีจากนั้น ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันกับเมื่อวานเกิดขึ้น คือมีนางรำใส่ชุดนั้นขึ้นแสดงแล้วเกิดสลบล้มลงกลางเวทีเฉยๆ เลย พอฟื้นขึ้นมาก็ดูหวาดกลัวมีอาการแปลกๆ อยู่เป็นอาทิตย์ ครูเลยต้องเก็บชุดนั้นไว้ในตู้..’ แบมกับเพื่อนฟังแล้วขนลุกเลยค่ะ.. และหลังจากวันนั้น พี่เจนก็ไม่มาโรงเรียนตั้ง 2 อาทิตย์เลย จนปัจจุบันนี้ ครูได้นำชุดไปทำพิธี และเก็บไว้ที่วัดแทนแล้วค่ะ</p>
<p><strong>Story by</strong> คุณแบม</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story150/">150 นางรำในงานโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story150/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
