<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ต่างประเทศ - The House</title>
	<atom:link href="https://thehouse.online/tag/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thehouse.online</link>
	<description>เว็บไซต์เพื่อความบันเทิงแนวสยองขวัญ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Oct 2020 11:38:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://thehouse.online/wp-content/uploads/2016/04/cropped-tag-32x32.jpg</url>
	<title>ต่างประเทศ - The House</title>
	<link>https://thehouse.online</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>721 ผีจีนรับน้อง</title>
		<link>https://thehouse.online/story721/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story721/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2020 11:37:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าตัวตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หอพัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5897</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณเจย์ครับ คุณเจย์เล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่เจอมากับตัวเอง ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศจีน เป็นประสบการณ์ที่ฝังใจแบบไม่มีวันลืมเลยค่ะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 3&#160;ปีที่แล้ว ช่วงเดือนพฤษภาคมของปี 2560 เราได้รับข่าวดีว่าได้ทุนจากรัฐบาลจีนให้ไปศึกษา ป.โท ที่ประเทศจีน ในมณฑลหนึ่งทางตอนเหนือของจีน และให้ไปรายงานตัวเพื่อเข้าศึกษาต่อในช่วงเดือนกันยายน และเมื่อใกล้ถึงวันมอบตัวเข้าศึกษา ด้วยความตื่นเต้น และอยากออกไปสัมผัสกับประสบการณ์การใช้ชีวิตตัวคนเดียวที่ต่างประเทศ&#160;เราจึงตัดสินใจจะบินไปตระเตรียมเอกสาร และข้าวของเครื่องใช้ล่วงหน้าก่อนวันมอบตัวจริง 9&#160;วัน เพื่อไปดูสถานที่&#160;ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมก่อนเริ่มเรียน และที่สำคัญคืออยากไปเที่ยวด้วย เมื่อเราเดินทางถึงสนามบินที่ประเทศจีนปุ๊ป ก็ออกเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยโดยรถไฟฟ้าทันที แต่พอไปถึงที่นั่นก็ปาเข้าไป 4 โมงเย็นแล้ว บรรยากาศเงียบสงัดเพราะเป็นช่วงก่อนเปิดภาคเรียน ยังมีนักศึกษากลับเข้ามาไม่มากนัก จากนั้นเราจึงรีบนำเอกสารแจ้งมอบตัวเข้าหอพัก แต่! เมื่อเจอกับเจ้าหน้าที่จุดลงทะเบียนเข้าหอพัก เขาแจ้งเราว่า  ‘มามอบตัวเร็วเกินไป ค่าหอที่ทุนจ่ายให้นั้นไม่ครอบคลุม..’ พอได้ยินแบบนั้นเราถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เมื่อทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าเราหน้าเสียเขาเลยบอกว่า ‘สามารถไปเช่าโรงแรมใกล้ๆ มหาวิทยาลัยพักไปก่อน หรือจะพักหอในมหาวิทยาลัยก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าพักเป็นรายวัน’ เราได้ยินแบบนั้นแล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อย เราตัดสินใจพักหอในมหาวิทยาลัย เพื่อต้องการทำความรู้จักกับสถานที่ที่เราจะอยู่จริงๆ มากกว่า พอตกลงกันจ่ายตังเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จึงพาเราเดินไปยังหอพัก โดยหอพักนั้นอยู่ทางทิศใต้จากประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย เดินเข้าไปค่อนข้างลึกเลยทีเดียว บรรยากาศในตอนนั้นเริ่มจะโพล้เพล้ เมื่อไปถึงด้านหน้าหอพัก ดูสภาพแล้วไม่เก่านัก อายุการใช้งานน่าจะไม่เกิน 10 ปี หรือถ้าเกินก็คงได้รับการตกแต่ง และทาสีใหม่อยู่ตลอด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story721/">721 ผีจีนรับน้อง</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณเจย์ครับ คุณเจย์เล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่เจอมากับตัวเอง ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศจีน เป็นประสบการณ์ที่ฝังใจแบบไม่มีวันลืมเลยค่ะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 3&nbsp;ปีที่แล้ว ช่วงเดือนพฤษภาคมของปี 2560 เราได้รับข่าวดีว่าได้ทุนจากรัฐบาลจีนให้ไปศึกษา ป.โท ที่ประเทศจีน ในมณฑลหนึ่งทางตอนเหนือของจีน และให้ไปรายงานตัวเพื่อเข้าศึกษาต่อในช่วงเดือนกันยายน และเมื่อใกล้ถึงวันมอบตัวเข้าศึกษา ด้วยความตื่นเต้น และอยากออกไปสัมผัสกับประสบการณ์การใช้ชีวิตตัวคนเดียวที่ต่างประเทศ&nbsp;เราจึงตัดสินใจจะบินไปตระเตรียมเอกสาร และข้าวของเครื่องใช้ล่วงหน้าก่อนวันมอบตัวจริง 9&nbsp;วัน เพื่อไปดูสถานที่&nbsp;ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมก่อนเริ่มเรียน และที่สำคัญคืออยากไปเที่ยวด้วย</p>



<p>เมื่อเราเดินทางถึงสนามบินที่ประเทศจีนปุ๊ป ก็ออกเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยโดยรถไฟฟ้าทันที แต่พอไปถึงที่นั่นก็ปาเข้าไป 4 โมงเย็นแล้ว บรรยากาศเงียบสงัดเพราะเป็นช่วงก่อนเปิดภาคเรียน ยังมีนักศึกษากลับเข้ามาไม่มากนัก จากนั้นเราจึงรีบนำเอกสารแจ้งมอบตัวเข้าหอพัก แต่! เมื่อเจอกับเจ้าหน้าที่จุดลงทะเบียนเข้าหอพัก เขาแจ้งเราว่า  <em>‘มามอบตัวเร็วเกินไป ค่าหอที่ทุนจ่ายให้นั้นไม่ครอบคลุม..’</em> พอได้ยินแบบนั้นเราถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เมื่อทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าเราหน้าเสียเขาเลยบอกว่า <em>‘สามารถไปเช่าโรงแรมใกล้ๆ มหาวิทยาลัยพักไปก่อน หรือจะพักหอในมหาวิทยาลัยก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าพักเป็นรายวัน’</em> เราได้ยินแบบนั้นแล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อย เราตัดสินใจพักหอในมหาวิทยาลัย เพื่อต้องการทำความรู้จักกับสถานที่ที่เราจะอยู่จริงๆ มากกว่า พอตกลงกันจ่ายตังเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จึงพาเราเดินไปยังหอพัก โดยหอพักนั้นอยู่ทางทิศใต้จากประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย เดินเข้าไปค่อนข้างลึกเลยทีเดียว</p>



<p>บรรยากาศในตอนนั้นเริ่มจะโพล้เพล้ เมื่อไปถึงด้านหน้าหอพัก ดูสภาพแล้วไม่เก่านัก อายุการใช้งานน่าจะไม่เกิน 10 ปี หรือถ้าเกินก็คงได้รับการตกแต่ง และทาสีใหม่อยู่ตลอด เพราะยังดูสภาพดีอยู่ ในตอนนั้นเราไม่ได้สนใจดูว่าหอพักมีกี่ชั้น แต่ห้องที่เราได้พักนั้นคือชั้น 3 ห้อง 303 เจ้าหน้าที่แจ้งเราเพิ่มเติมว่า <em>‘หอพักนี้ไม่ใช่หอพักของนักศึกษานานาชาติที่เราจะได้พักถาวรนะ แต่เป็นหอพักของนักศึกษาจีนระดับปริญญาตรี พักหอนี้ไปก่อน และเมื่อถึงเวลาใกล้วันมอบตัว ถึงจะย้ายเข้าไปหอพักนักศึกษานานาชาติได้’</em> (ตอนนั้นเราก็งงเหมือนกันว่าทำไมถึงให้มาพักหอนี้ แต่ก็ไม่กล้าถามมาก) จากนั้นเราก็ขนของขึ้นห้องพักของเรา ภายในหอนั้นเงียบมากกกก เราเห็นนักศึกษาเดินในหอแค่ 2 คนแล้วก็มีอาอี๋ (คุณป้าที่ดูแลหอ) รวมแล้วเราเจอคนในหอนี้แค่ 3 คนเอง ภายในห้องพักของเรานั้นจะมีเตียงทั้งหมด 4 เตียง เป็นเตียงแบบ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นเตียงนอนส่วนด้านล่างจะมีตู้ และโต๊ะอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับเรามาก เพราะที่ไทยจะไม่ค่อยได้เห็นเตียงแบบนี้</p>



<p><strong>คืนแรก</strong> หลังจากจัดเก็บของเสร็จเรียบร้อย เราก็ออกไปหาข้าวกิน แล้วกลับเข้ามาที่หออีกทีช่วง 2 ทุ่ม ในใจก็ภาวนาอยากให้มีนักศึกษาคนอื่นมามอบตัวล่วงหน้า แล้วเข้ามาพักเป็นเพื่อนจัง แต่พอเปิดห้องมาก็ว่างเปล่าเหมือนเดิม จากนั้นเราก็อาบน้ำทำธุระส่วนตัวของเราเสร็จ ก็ขึ้นไปนอนดูหนังในมือถือบนเตียงที่ถูกปูผ้าปูที่นอนไว้เพียงแค่เตียงเดียว จนประมาณเกือบเที่ยงคืน เราผล็อยหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีไม่รู้ว่าเป็นเวลากี่โมง ตอนนั้นเราได้ยินเสียงเหมือนคนกระซิบอะไรสักอย่าง ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบาอยู่ไกลๆ จับจุดไม่ได้ว่าส่วนไหนของห้อง แต่พอจะฟังออกว่า <em>‘หนี่ จือ เต้า มะ หว่อ ชือ เฉ’</em> ประมาณว่า <em>‘นี่ แกรู้ไหมฉันเป็นใคร?’</em> ตอนนั้นที่ได้ยินเรารู้สึกตัวนะ เราไม่ได้ฝัน ไม่ได้เหมือนกำลังถูกอำ กระดิกตัวได้ แต่แค่ลืมตาไม่ขึ้น พอได้ยินเขาถามแบบนั้น ในใจเราก็คิดว่า หรือจะมีคนเข้ามาพักใหม่ร่วมกับเรา? แล้วเขาบ้าป่าววะ มาถามอะไรดึกดื่น เราก็เลยตอบเขาไปด้วยความงัวเงียปนหงุดหงิดว่า <em>‘หนี่ เวิน หว่อ หว่อ เวิ่น เฉ’</em> (เธอมาถามฉัน แล้วฉันจะรู้ไหมให้ฉันไปถามใครล่ะ?) แล้วปลายทางก็เงียบไม่ตอบกลับมา เราก็หลับต่อไปจนเช้า พอเราตื่นมาเราก็กวาดตาดูเตียงอื่นว่ามีคนมานอนไหม แต่..เตียงมันว่างเปล่า ไม่มีผ้าปูที่นอนหรือแม้กระทั่งหมอนเลย เราได้แต่คิดวนไปวนมาซ้ำๆ ว่าถ้างั้นเมื่อคืนเราคุยกับใครล่ะ? พอหาคำตอบไม่ได้ เราก็ปลอบใจตัวเองว่าจิตเราปรุงแต่งไปเองแน่ๆ คงเหนื่อยจากการเดินทางเราเลยคิดไปเอง..</p>



<p><strong>คืนที่ 2</strong> เกิดเหตุการณ์เช่นเดิม เรานอนเวลาเดิม พอหลับไปสักพักรู้ตัวตื่น ก็ได้ยินเสียงเดิม ถามคำถามเดิมกับเรา <em>‘หนี่ จือ เต้า มะ หว่อ ชือ เฉ’</em> (นี่ แกรู้ไหมฉันเป็นใคร?) เสียงดังใกล้กว่าเมื่อคืน แต่คืนนี้เราไม่ตอบค่ะ ตอนนั้นเราเริ่มกลัวแล้ว รู้สึกตัวว่าตื่นเต็มที่ เราพยายามที่จะลืมตาเพื่อมองหาต้นเสียงว่าอยู่จุดไหนในห้อง แต่มันลืมตาไม่ขึ้นเลย เขาถามซ้ำเป็นรอบที่ 2 ด้วยน้ำเสียงแข็ง เราจึงตอบเขาไป <em>‘หว่อ ปู้ จือ เต้า’</em> ( ฉันไม่รู้ ) แล้วเขาก็เงียบหายไปเหมือนเดิม รุ่งเช้ามา เราก็มาคิดทบทวนว่าสิ่งที่เราเจอคืออะไรกันแน่นะ จิตปรุงแต่ง ผี หรือคนจริงๆ เราต้องการแน่ใจกับสิ่งที่เราเจอ จึงคิดว่าคืนนี้เราจะไม่หลับ หากยังเจอแบบเดิมเราจะเปิดไฟฉายส่องดูให้รู้กันไปเลยว่าคืออะไร?</p>



<p><strong>คืนที่ 3</strong> เหตุการณ์เกิดขึ้นแบบเดิม เขาถามคำถามเดิม เสียงเหมือนอยู่ใกล้มากกว่าเดิม แต่! คืนนี้เราไม่หลับค่ะ เราแค่หลับตาไว้เฉยๆ แต่สติตื่นตลอด เราพยามลืมตาเช่นเดิมแต่ลืมตาไม่ขึ้น จากนั้นเราก็ควานหาโทรศัพท์เพื่อเปิดไฟฉาย พอเปิดไฟฉายได้เราก็พยามใช้นิ้วเปิดเปลือกตาดู&nbsp;แล้วทุกอย่างเงียบลง ไม่มีเสียง และทุกอย่างในห้องว่างเปล่าไม่มีใครเลย นั่นทำให้เราแน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เจอไม่ใช่คนแน่ๆ ตอนนั้นเราไม่รู้จักใคร เราไม่สามารถไปพึ่งพาใครได้เลย เงินค่าห้องก็จ่ายไปแล้ว 7 วัน ครั้นจะให้ไปหาที่พักใหม่ก็เกินงบที่ตั้งไว้ เราทำได้เพียงกัดฟันทนอยู่ให้ครบ 7 วัน ในคืนที่ 4-5-6 เขาก็มาถามคำถามเดิมกับเราทุกคืน แต่สิ่งที่ต่างไปคือ เหมือนเขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เราเรื่อยๆ และน้ำเสียงเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;เราลองไม่ตอบเขาดู แต่เขาจะถามซ้ำๆ จนเราต้องตอบ แล้วจากนั้นเขาก็จะเงียบหายไปเอง</p>



<p><strong>คืนสุดท้าย</strong> เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นเหมือนฉายหนังเรื่องเดิมซ้ำๆ เขาถามเราด้วยคำถามเดิม แต่คืนนี้เขาเรียกชื่อใครก็ไม่รู้ค่ะ (เจียเหวินคือชื่อจีนของเรา) แต่เขาพูดว่า <em>‘อาเชวียน หนี่ จือ เต้า มะ หว่อ ชือ เฉ’</em> คืนนี้เราตอบเขาด้วยน้ำเสียงตะคอกปนโมโหว่า<em> ‘หว่อ เจิ่น เมอะ เริ้น ชือ นี่ เตอะ’</em> ( โอ้ยกุจะไปรู้จักเมิงได้ไงล่ะ! ) ในใจเราก็คิดต่อว่าเขา นี่กะจะหลอกกันแม่งทุกคืนเลยเหรอ? จากนั้นเขาก็หัวเราะ หึหึหึ.. คราวนี้เราได้ยินชัด และจับจุดได้ว่าเขาอยู่ใกล้มาก คงจะเป็นบริเวณโต๊ะหนังสือใต้เตียงของเรานี่ล่ะ เพราะเราได้ยินเสียงเหมือนเก้าอี้มันดัง เอี้ยดอาด เหมือนเวลามีคนนั่งหรือกดตรงที่พนักพิงหลัง เราควานหามือถือเปิดไฟฉายแล้วเขวี้ยงลงไปเลยค่ะ เสียงมือถือหล่นกระแทกพื้นดัง แก๊ก! แล้วแสงสว่างจากมือถือก็สาดขึ้น ตอนนั้นความกลัวบวกโมโหที่ไม่ได้นอน ทำให้เรากล้ามาก เราอยากเห็นว่าเขาหน้าตาเป็นยังไงกันแน่ ไอ้ที่มาหลอกเราทุกคืนๆ แล้วเราก็ผงกหัวลืมตาดูรอบนี้เราลืมตาได้ค่ะ เราก้มลงมองที่โต๊ะหนังสือ แล้วสิ่งที่เราเห็นคือ ผู้หญิงผมประบ่าปรกหน้า เห็นหน้าไม่ชัด เธอผอมบางตัวเล็กมาก ใส่เสื้อเชิ้ตไม่รู้สีเขียวอ่อนหรือสีเหลือง ดูมอมแมมมอซอ เห็นเขาเป็นตัวเป็นตนเหมือนคนปกติเลยค่ะ ชัดเจนมาก พอเห็นแบบนั้นเราสติหลุดเลย หลับตาปี๋ กรี๊ดออกมาอย่างบ้าคลั่ง (ตอนนั้นไม่คิดที่จะสวดมนต์เพราะคิดว่าผีจีนคงฟังไม่รู้เรื่อง) กรี๊ดดังลั่นหอจนอาอี๋คนดูแลหอได้ยิน ซึ่งแกนอนพักอยู่ชั้น 1 วิ่งมาเคาะประตู พอเราลืมตามาอีกทีเขาก็หายไป เรารีบคลานลงจากเตียงชั้น 2 วิ่งไปเปิดประตูให้อาอี๋คนดูแลหอ ตัวเราในตอนนั้นคือเหงื่อท่วม และสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาก็ถามไถ่ว่าเราเป็นอะไร? ตอนนั้นเราไม่กล้าพูดออกไปกลัวอาอี๋ไม่เชื่อ จะหาว่าเราบ้าเอาได้ เราจึงบอกเขาไปว่าเราฝันร้าย.. หลังจากคืนนั้นเราก็ได้ย้ายเข้าไปพักที่หอนักศึกษานานาชาติ ซึ่งอยู่อีกฝั่งนึงทางทิศเหนือของมหาวิทยาลัย ไกลจากหอเดิมพอสมควร หลังจากนั้นมาเราไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้หอเด็กจีนอีกเลย แต่เรื่องราวมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ค่ะ</p>



<p>เวลาผ่านไปเกือบปี เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย จนวันหนึ่งรูมเมทชาวเวียดนามของเรา ผู้คลั่งไคล้เรื่องราวหลอนๆ ก็มาถามเราเกี่ยวกับเรื่องราวของผีไทย เราเลยหลุดปากพูดไปว่า เราเคยเจอดีในมหาวิทยาลัยนี้ด้วยนะ จากนั้นรูมเมทก็คาดคั้นเอาความจริงจากเรา&nbsp;รูมเมทคนนี้ก็แสนจะอยากรู้เหลือเกิน ว่าผีสาวตนนั้นเป็นใคร? จนนำไปสู่การสืบหาต้นตอของผีสาวตนนั้น จนเธอไปสืบเจอเหตุการณ์นักศึกษาหญิงฆ่าตัวตายภายในมหาวิทยาลัยเมื่อ 8 ปีก่อน เหตุการณ์นั้นโด่งดังมาก เป็นข่าวดังในมณฑลเลยทีเดียว นักศึกษา และบุคลากรรุ่นเก่าจะรู้กันหมด แต่ปีการศึกษาที่เราเข้าไปเรียนนั้น คนรุ่นเก่าๆ ทยอยออกไปกันหมดแล้ว ถึงยังมีคนเก่าคนแก่อยู่ก็จะเป็นคณะอาจารย์ ซึ่งก็ไม่มีใครอยากเล่าให้ฟังหรอก มันค่อนข้างเป็นเรื่องในแง่ลบของมหาวิทยาลัย&nbsp;จะมีก็แต่ผู้ดูแลสระว่ายของมหาวิทยาลัยที่ยอมเล่าให้ฟัง&nbsp;</p>



<p>โดย ซูซู ผู้ดูแลสระไหว้น้ำเล่าให้รูมเมทของเราฟังว่า นักศึกษาคนนี้เป็นนักศึกษาปี 1 ที่กำลังจะขึ้น ปี 2 เป็นเด็กจีน เกิดและโตในมณฑลนี้นี่ล่ะ เป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร เรียนเก่งพอตัวเลย เอ็นติดมหาวิทยาลัยท็อปของมณฑลนะ แต่เลือกที่จะมาเรียนมหาวิทยาลัยอันดับรอง โดยครอบครัวทางบ้านก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไม จนเปิดภาคเรียนเทอมแรก เธอก็เข้ามาเรียนตามปกติ เก็บตัวไม่สนิทกับใครแม้กระทั่งรูมเมทอีก 3 คนที่พักร่วมกัน เธอก็ไม่ค่อยพูดคุยด้วย ต่อมาเธอเลือกจบชีวิตด้วยการกระโดดหอพักนักศึกษาจากดาดฟ้าลงมาเสียชีวิตคาที่ (ซึ่งก็คือหอที่เราไปพักนั่นเอง) ไม่มีใครรู้สาเหตุการฆ่าตัวตายเลย.. จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำรูมเมทของเธอ เราขอแทนชื่อผู้ตายว่า อาจิง รูมเมทของเธอทั้ง 3 ต่างก็ไม่รู้สาเหตุที่เธอคิดสั้นเช่นกัน รูมเมทให้ปากคำว่า อาจิงจะเขียนไดอารี่ทุกวัน อาจจะบันทึกอะไรไว้ในไดอารี่ก็ได้ พอทางครอบครัว และรูมเมทได้อ่านไดอารี่ ก็พบว่าสาเหตุที่เธอเลือกจบชีวิตนั้นมาจาก <strong><em>‘การโดนแกล้ง’</em></strong></p>



<p>เนื้อหาคร่าวๆ ในไดอารี่ เธอเขียนระบายความรู้สึกที่ทั้งหวาดกลัว ทั้งวิตกกังวลจากการโดนบูลลี่ (Bully) โดนทำร้ายมาตลอดช่วงชีวิต ม.ปลาย อาจิงคิดว่าเมื่อจบ ม.ปลาย เข้ามหาวิทยาลัย เธอก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ในสภาพแวดล้อมใหม่ ได้เจอกับเพื่อนใหม่ และจะไม่ถูกแกล้งเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่! เหมือนสวรรค์ไม่เข้าข้างเธอเลย เพราะเธอนั้นดันต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับคนที่เคยกลั่นแกล้งเธอ ตลอดระยะเวลาเทอมแรกที่เรียนที่นี่ เธอพยามหลบหน้าเพื่อไม่ให้เจอเพื่อนเก่าคนนั้น แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด อาจิง และเพื่อนเก่าคนนั้นดันเรียนคณะเดียวกัน และเอกเดียวกันอีกด้วย อาจิงจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเจอกับอดีต โดยในบันทึกอาจิงระบุว่า เพื่อนเก่าคนนั้นจำอาจิงได้ชัดเจน และไม่เลิกนิสัยเดิม คราวนี้รังแกอาจิงหนักกว่าเดิมเพื่อโชว์ให้แก๊งค์เพื่อนใหม่ดูว่าตนเองมีอิทธิพลมากมายแค่ไหน จนมาถึงฟางเส้นสุดท้าย วันนั้นอาจิงถูกเพื่อนเก่าคนนั้นสาดอาหารใส่เธอ แล้วหัวเราะเยาะเธอ จากนั้นก็ด่าทอต่อว่าเธอเรื่องที่ทำเป็นไม่รู้จักเพื่อนเก่า ทั้งๆ ที่จำได้ดี เพื่อนเก่าคนนั้นเอาแต่ถามอาจิงซ้ำๆ ว่า <em>‘หนี่ หาย จี้ เตอะ หว่อ มะ? หนี่ จือ เต้า มะ หว่อ ชือ เฉ’</em> ( เธอยังจำฉันได้ไหม แล้วรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?) หลังจากเหตุการณ์นั้น พออาจิงกลับถึงหอ เธอเขียนไดอารี่แผ่นสุดท้ายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง เธอบันทึกว่าเธอคิดว่าชีวิตกำลังจะเริ่มต้นใหม่ที่นี่ แต่เปล่าเลย! มันจบลงไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เธอเข้าเรียนที่โรงเรียน ม.ปลายแล้ว (ในไดอารี่เธอเขียนเป็นชื่อโรงเรียนนั้น) และประโยคสุดท้ายที่เขียนไว้ก่อนเธอจะตัดสินจบชีวิตลงคือ <em><strong>‘หนี่ จือ เต้า มะ หว่อ ชือ เฉ’</strong></em> พอฟังมาถึงตรงนี้เราก็เข้าใจเลยค่ะ ว่าทำไมเขาถึงถามเราด้วยประโยคนั้นทุกคืน เขาคงยึดติดกับคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินจากปากคนที่ทำร้ายเขาค่ะ </p>



<p>ปัจจุบันภาพเนื้อหาไดอารี่เหล่านี้ก็ยังคงมีในเว็บบอร์ดของคณะที่อาจิงศึกษาอยู่ เนื่องจากหนึ่งในรูมเมทของเธอปล่อยภาพนี้ออกไป เพื่อเตือนคนที่กำลังแกล้งคนอื่น และบุคคลที่มีกรณีแบบนี้อยู่ โดยซูซูผู้ดูแลสระไหว้น้ำเล่าว่า เด็กที่พักหอนั้นเจอบ่อยมาก เธอหลอกไปทั่วทั้งหอค่ะ คนโดนหลอกก็จะโดนถามคำถามแบบนี้ประจำเลย พอฟังๆ ไป เราถึงกับร้องไห้เลยค่ะ คนโดนบูลลี่จนเก็บกดมันเป็นแบบนี้นี่เอง&nbsp;และเหตุการณ์นี้คือครั้งแรก และครั้งเดียวที่เราโดนผีจีนรับน้องจนฝังใจมาจนทุกวันนี้ค่ะ</p>



<p><strong>Story by</strong> คุณเจย์</p><p>The post <a href="https://thehouse.online/story721/">721 ผีจีนรับน้อง</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story721/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>715 เจอผีที่ต่างประเทศ</title>
		<link>https://thehouse.online/story715/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story715/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2020 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5875</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอดีแอดเข้าพันทิปแล้วได้ไปเจอกระทู้ที่เค้าเล่าประสบการณ์การเจอผีที่ต่างประเทศมา เลยคัดบางเรื่องที่แอดว่าใช้ได้อยู่มาให้อ่านกัน เริ่มเลยนะ.. เรื่องที่ 1 : คุณ ครีมโซดา ตอนนั้นไปสิงคโปร์กับเพื่อนๆ หลายคน พักที่โรงแรมใจกลางออชาด มีเพื่อนได้พักห้องมุมเป็นห้อง 3 คน มีเสาหนึ่งต้นในห้องนอน เพื่อนทั้ง 3 คนที่ได้ห้องนี้เป็นผู้ชาย หลังจากเข้าห้องเก็บของอะไรเสร็จ เพื่อนก็ลงมาแล้วโชว์รูปที่เป็นรอยนิ้วมือ 5 นิ้วติดอยู่ที่เสาในห้องให้ดู ก็ยังไม่คิดอะไร.. พอตอนกลางคืนเพื่อนอาบน้ำ พอเปิดน้ำอุ่นกระจกจะขึ้นฝ้าใช่ไหมคะ เพื่อนมองเห็นรอยนิ้วมือแบบเดิมปรากฏที่กระจกห้องน้ำอีก เพื่อนก็ตกใจเลยลบๆ ออก หลังจากผ่านคืนแรกไป ช่วงหัวค่ำวันที่ 2 เพื่อนพาเพื่อนผู้หญิงอีกคนมา ถือแซนด์วิชหมูเดินไปที่ห้อง แล้วใช้คีย์การ์ดเสียบเพื่อเปิดประตู มันก็ขึ้นไฟสีเขียวนะ แต่ประตูกลับเปิดไม่ออก เหมือนมีแรกดันกลับมาจากด้านใน พร้อมกับมีแรงเหมือนถีบประตูปิดดัง ‘ตึ้ง!!!!!’ สวนออกมาโดยที่ไม่มีใครอยู่ห้อง.. เพื่อนโทรมาหาพร้อมบอกว่าผีหลอกจะขอเปลี่ยนห้อง เพื่อนอีกคนลงไปขอฟร้อนท์เปลี่ยน ตอนแรกเค้าก็ไม่ยอม จนตื๊อๆ ได้เปลี่ยน พนักงานโรงแรมที่เป็นคนแขกเดินมาพร้อมเราไปช่วยขนของจากห้องเดิมเจ้าปัญหา ซึ่งการ์ดใบเดิมยังเสียบประตูไฟเขียวขึ้นอยู่แต่เปิดไม่ได้ พนังงานเค้าทำท่าสวดอะไรสักอย่าง แล้วถึงประตูเปิดออก.. พวกเรารีบช่วยกันเก็บของอย่างไว พนักงานบอกว่า ‘ไม่ต้องรีบๆ ฉันอยู่กับเธอนะ’ เราแบบ เหรอวะ!? [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story715/">715 เจอผีที่ต่างประเทศ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>พอดีแอดเข้าพันทิปแล้วได้ไปเจอกระทู้ที่เค้าเล่าประสบการณ์การเจอผีที่ต่างประเทศมา เลยคัดบางเรื่องที่แอดว่าใช้ได้อยู่มาให้อ่านกัน เริ่มเลยนะ..</p>
<p><b><span style="color: #d70000;">เรื่องที่ 1</span> : คุณ ครีมโซดา<br />
</b>ตอนนั้นไปสิงคโปร์กับเพื่อนๆ หลายคน พักที่โรงแรมใจกลางออชาด มีเพื่อนได้พักห้องมุมเป็นห้อง 3 คน มีเสาหนึ่งต้นในห้องนอน เพื่อนทั้ง 3 คนที่ได้ห้องนี้เป็นผู้ชาย หลังจากเข้าห้องเก็บของอะไรเสร็จ เพื่อนก็ลงมาแล้วโชว์รูปที่เป็นรอยนิ้วมือ 5 นิ้วติดอยู่ที่เสาในห้องให้ดู ก็ยังไม่คิดอะไร.. พอตอนกลางคืนเพื่อนอาบน้ำ พอเปิดน้ำอุ่นกระจกจะขึ้นฝ้าใช่ไหมคะ เพื่อนมองเห็นรอยนิ้วมือแบบเดิมปรากฏที่กระจกห้องน้ำอีก เพื่อนก็ตกใจเลยลบๆ ออก</p>
<p>หลังจากผ่านคืนแรกไป ช่วงหัวค่ำวันที่ 2 เพื่อนพาเพื่อนผู้หญิงอีกคนมา ถือแซนด์วิชหมูเดินไปที่ห้อง แล้วใช้คีย์การ์ดเสียบเพื่อเปิดประตู มันก็ขึ้นไฟสีเขียวนะ แต่ประตูกลับเปิดไม่ออก เหมือนมีแรกดันกลับมาจากด้านใน พร้อมกับมีแรงเหมือนถีบประตูปิดดัง <em>‘ตึ้ง!!!!!’</em> สวนออกมาโดยที่ไม่มีใครอยู่ห้อง.. เพื่อนโทรมาหาพร้อมบอกว่าผีหลอกจะขอเปลี่ยนห้อง เพื่อนอีกคนลงไปขอฟร้อนท์เปลี่ยน ตอนแรกเค้าก็ไม่ยอม จนตื๊อๆ ได้เปลี่ยน พนักงานโรงแรมที่เป็นคนแขกเดินมาพร้อมเราไปช่วยขนของจากห้องเดิมเจ้าปัญหา ซึ่งการ์ดใบเดิมยังเสียบประตูไฟเขียวขึ้นอยู่แต่เปิดไม่ได้ พนังงานเค้าทำท่าสวดอะไรสักอย่าง แล้วถึงประตูเปิดออก.. พวกเรารีบช่วยกันเก็บของอย่างไว พนักงานบอกว่า <em>‘ไม่ต้องรีบๆ ฉันอยู่กับเธอนะ’</em> เราแบบ เหรอวะ!? หลังจากนั้นเพื่อนคนอื่นๆ ที่รู้ข่าวก็มานอนห้องเดียวกัน อัดกัน 10 กว่าคน อบอุ่นมาก กลับไทยเอาเลขห้องไปแทงหวยค่ะ เลขห้อง 3 ตัวพอดี บ่นกันลอยๆ ไหนๆ ก็ให้หลอกแล้ว ก็ให้โชคกลับหน่อยนะ สรุปถูกหวยยกแก๊งค์ค่ะ</p>
<p><b><span style="color: #d70000;">เรื่องที่ 2</span> : คุณ millionways<br />
</b>เคยเช่าบ้านอยู่ที่ LA ครับ มีพี่ในบ้านบอกชอบเห็นเงาเด็กผู้หญิงผิวดำอยู่ในบ้านตอนกลางวัน เห็นหลายครั้งเลย แบบเห็นแวบๆ อะไรแบบนั้น.. มีวันหนึ่ง ผมนอนอยู่ในห้อง วันนั้นต้องตื่นเช้าไปทำงาน แต่นาฬิกามันไม่ปลุก แล้วเหมือนมีคนมาตบที่หน้าขาผม แปะๆๆ เหมือนจะปลุกให้ตื่นไปทำงาน พอผมลืมตามา ชัดเลย! ยืนอยู่ตรงหน้าเลย น่ารักเชียว ผิวสีดำ เป็นเด็ก แล้วแกก็เดินผ่านประตูออกไปโดยไม่ได้เปิดประตู..</p>
<p><b><span style="color: #d70000;">เรื่องที่ 3</span> : คุณ lennon forever<br />
</b>ตอนเราย้ายมาอยู่ที่เมลเบิร์นใหม่ๆ ตอนนั้นบ้านยังไม่เสร็จดี เลยอาศัยบ้านพ่อแม่สามีอยู่ชั่วคราว ห้องเรากับสามีจะอยู่ริมสุดของบ้าน ส่วนห้องพ่อแม่สามีจะอยู่อีกด้าน มีห้องน้ำอยู่ตรงกลาง ปกติเราจะตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนตี 1 ตี 2 ทุกคืน คืนนั้นก็ตื่นมาจะเข้าห้องน้ำตามปกติ เดินมาจะถึงห้องน้ำละ ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินตาม ก็นึกว่าสามี เลยหันไปดู แต่ที่เห็นคือผู้หญิงแก่สวมชุดนอนกระโปรงแขนยาว เดินตามมาแล้วยิ้มให้ เราหยุดดูด้วยความอึ้ง แล้วภาพนั้นก็ค่อยๆ หายไปต่อหน้า.. ฉี่นี่เกือบราด วิ่งไปตั้งหลักในห้องน้ำ พอทำธุระเสร็จก็นั่งทำใจอยู่เกือบ 15 นาที ถึงรีบเดินกลับเข้าห้อง ใจนึงก็กลัว แต่อีกใจนึงรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกๆ เลยคิดว่าเค้าคงมาดี ภาพคุณยายคนนั้นติดตาเรามาก</p>
<p>วันสองวันต่อมา นั่งคุยกับแม่สามี แล้วแม่สามีก็เอาอัลบั้มรูปเก่าๆ มาให้ดู มีรูปคุณยาย ซึ่งก็คือแม่ของแม่สามี หน้าเหมือนคุณยายที่เราเห็นคืนนั้นมากๆ แต่ท้วมกว่า เรานี่อึ้งเลย พอเปิดมาอีกรูป เป็นคุณยายตอน 2 ปีก่อนเสีย คุณยายผอมลง และหน้าตาเหมือนที่เราเห็นคืนนั้นเป๊ะๆ ตอนนั้นรู้สึกอึ้ง ขนลุก แต่คิดในใจว่า <em>‘Nice to meet you..’</em> จะเล่าให้สามีฟัง ก็กลัวจะหาว่าไร้สาระ เพราะเค้าไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ หลังจากรู้ว่าเป็นคุณยายเราก็หายกลัว เพราะสามีชอบเล่าเรื่องคุณยายให้ฟัง ว่าท่านน่ารัก ใจดี และวัยรุ่นมากๆ ค่ะ</p>
<p><b><span style="color: #d70000;">เรื่องที่ 4</span> : คุณ til the love runs out<br />
</b>เคยไปเที่ยวออสเตรเลียแล้วแวะเยี่ยมเพื่อนที่มันมาเรียนต่อเมลเบิร์น มันฝากกุมารทองกลับไทยด้วย ขอร้องให้เราเอาไปไว้ที่วัด กุมารนี้เป็นกุมารทรงคลาสสิคคือเป็นไม้แกะรูปเด็กแช่ในขวดน้ำมันเล็กๆ แม่เพื่อนแอบเอามาทิ้งไว้ที่บ้านเพื่อนตอนมาเยี่ยม ประมาณว่าให้คุ้มครองดูแลลูก เหตุผลที่เพื่อนให้เราเอากลับ เพราะนักเรียนคนอื่นๆ ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกันบอกว่าเจออะไรแปลกๆ หลอนกันมาก แต่ส่วนตัวเพื่อนไม่เคยเจอ ตัวมันเป็นคนแนวๆ มาทางสายวิทยาศาสตร์ มาเรียนต่อนี่ก็เรียนทางด้านพลังงานอะไรไม่รู้ พื้นฐานเพื่อนจึงไม่เชื่ออะไรแบบนี้อยู่แล้ว เราเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่ว่าไม่ลบหลู่ แค่ไม่กลัว ก็เออชิลๆ รับฝากกลับ มันให้พักบ้านมันตั้งนานฝากแค่นี้เรื่องเล็ก รับกุมารมาก็ใส่ช่องซิบในกระเป๋าสะพาย แล้วลืมไปเลย คือที่ใส่กระเป๋าสะพายไว้นี่เพราะเรามักวางกระเป๋าไว้หัวนอน กลัวเอาไปไว้ที่อื่นผิดทิศผิดทางแล้วเป็นการลบหลู่กุมาร เป็นคนไม่ได้อินทางนี้ แต่ก็ขอทำดีๆ ไว้ก่อน ซึ่งเราไม่เคยเจอเรื่องแปลกๆ ผีๆ อะไรเลยระหว่างที่น้องกุมารอยู่ในกระเป๋า กลับมีแต่คนอื่นที่เจอหลอนๆ</p>
<p>ก่อนกลับเราไปเที่ยวซิดนีย์ ระหว่างเดินริมถนน อยู่ดีๆ มีผู้หญิงเอเชียหน้าแขกๆ คนนึงเดินสวนมา นางหันขวับมาจ้องหน้าเรา ทำตาเหลือก ชูแขนแกว่งไปมาใส่เรา แล้วตะโกนด่าเป็นภาษาอะไรไม่รู้ เรากลัวก็เลยหนีไปอีกฝั่งถนน คนแถวนั้นก็งงตกใจ สาวแขกคนนั้นก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊ตะโกนอยู่ตลอด จนมีคนเข้ามาห้าม Relax, please calm down อะไรงี้นางก็ไม่หยุดนะ ส่วนเราก็มีคนมาถามไถ่ ยูรู้จักกับเขาเหรอ อะไรยังไง เขาทำร้ายยูป่าว เป็นไรไหม อย่าสนใจเลยคนบ้า ก็เออผ่านไปไม่ได้อะไร.. คืนนั้นยังว๊อทแอพคุยกับแฟนเล่าเรื่องนี้กันสนุกๆ เลย พอใกล้ๆ วันกลับ เราไปนั่งกินร้านซุปตอนเช้า ก็มีผู้หญิงฝรั่งคนนึงดูเป็นผู้หญิงทำงาน ใส่สูทมาแวะซื้อซุปอาหารเช้าตามปกตินี่แหละ นางมาขอแชร์โต๊ะด้วย เราก็โอเค ตอนแรกนางก็นั่งกินแล้วเมคเฟรนด์อะไรนิดหน่อยตามมารยาท แล้วอยู่ๆ นางก็พูดขึ้นมาว่า <em>‘ชั้นชื่อ Monica (นามสมมติ) นะคะ คุณไม่ได้อยากได้ Spirit นี้ใช่ไหม? งั้นขอชั้นได้ไหม?’</em> จังหวะแรกเราก็งงๆ นึกว่าเจอคนเพี้ยนอีกรอบ นางก็พูดต่อว่าเรามี Dark art bottle ลักษณะแบบนี้ๆ อยู่ในกระเป๋าถูกมั๊ย นั่นน่ะนางขอนะ นางรู้ว่าเราไม่อยากได้ อารมณ์ตอนนั้นเราแบบ เชี่ยยยยยยย แล้วยังไงก็ไม่รู้ เหมือนมือมันขยับไปเอง เราหยิบกุมารออกมาบอกยกให้นางไปเลย นางดีใจใหญ่ ขอบอกขอบใจ และขอแลกอีเมล์กับเราไว้ เราก็ให้อีเมล์แฟนเราไป</p>
<p>หลังจากนั้นปีนึงได้<span class="Apple-converted-space">  </span>Monica อีเมล์มาบอกว่า ได้ปล่อย Voodoo baby ไปแล้วนะ ตอนนี้ฝังขวดไว้ใต้ต้นไม้ในป่าแห่งหนึ่ง</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story715/">715 เจอผีที่ต่างประเทศ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story715/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>709 เจอดีที่ญี่ปุ่น</title>
		<link>https://thehouse.online/story709/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story709/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2020 13:59:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5831</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้อ่านเจอจากกลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเฟส เรื่องมีอยู่ว่า.. เราเคยเจอเรื่องขนหัวลุกที่ญี่ปุ่น​ ตอนนั้นบินไฟลท์ดึก​ ถึงโตเกียวเช้า​แล้วเที่ยวต่อเลย​ วันนั้นทั้งสนุกและก็เหนื่อยมาก ตกเย็นเข้าที่พัก​ อาบน้ำแล้วรีบนอนเลย​ ห้องเราปิดไฟหมด​แต่แง้มผ้าม่านเอาไว้เล็กน้อย​ แสงไฟจากถนนจึงลอดเข้ามามองเห็นภายใน​ห้องได้ลางๆ เราสะดุ้ง​ตื่นอีกทีราวๆ ตี 2​ เพราะรู้สึก​เหมือนมีคนมาจ้องเราที่ปลายเตียง​ และอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก​ เราค่อยๆ แง้มตาดูนิดๆ แม่เจ้า!!! เราเห็นมีขา​ 2 ขา​ ลอยอยู่ติดผนังถัดจากเท้าเราไปนิดเดียว​ (โรงแรมที่ญี่ปุ่นห้องมันแคบ)​ และที่สำคัญ​ มันมีแค่ช่วงเอวลงมาถึงเท้า​เท่านั้น ไม่มีท่อนบน!​ และไม่มีหัว! ใจตอนนั้นนี่เต้นโครมคราม​ ร้องไม่ออก​ เอายังไงดี?​ สวดมนต์​แผ่เมตตา​ ผีญี่ปุ่นคงฟังไม่ออก เลยหลับตาไปสักพัก​ ลืมตาขึ้นมา​ใหม่ ขาคู่นั้น​ก็ยังลอยอยู่​ที่เดิม!​ ทั้งกลัวทั้งโมโห​ ทำไมไม่ไปไหนสักที​ ไอ้รูมเมท​ก็นอนกรนคร่อก​ๆ ไม่ตื่นมาโดนผีหลอกร่วมชะตากรรมด้วยกันเลย สุดท้าย​ตัดสินใจ​ เป็น​ไงเป็น​กัน​ รวบรวมความกล้า​ลุกไปเปิดไฟห้อง ‘​พรึ่บ’​ สว่างทั้งห้อง​ ..แต่!​ 2 ขานั้นยังลอยอยู่​ที่เดิม​ ไม่หายไปไหน! ส่วนเพื่อน​โดนเราปลุกมาด่า.. ‘ฮึ่ม​! ทีหลังมึงอย่าเอากางเกงยีน​ส์มาแขวงไว้ปลายเท้ากูอีกนะ​ อีดวก อีผีลีวายส์!’ Story by [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story709/">709 เจอดีที่ญี่ปุ่น</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้อ่านเจอจากกลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเฟส เรื่องมีอยู่ว่า.. เราเคยเจอเรื่องขนหัวลุกที่ญี่ปุ่น​ ตอนนั้นบินไฟลท์ดึก​ ถึงโตเกียวเช้า​แล้วเที่ยวต่อเลย​ วันนั้นทั้งสนุกและก็เหนื่อยมาก ตกเย็นเข้าที่พัก​ อาบน้ำแล้วรีบนอนเลย​ ห้องเราปิดไฟหมด​แต่แง้มผ้าม่านเอาไว้เล็กน้อย​ แสงไฟจากถนนจึงลอดเข้ามามองเห็นภายใน​ห้องได้ลางๆ</p>
<p>เราสะดุ้ง​ตื่นอีกทีราวๆ ตี 2​ เพราะรู้สึก​เหมือนมีคนมาจ้องเราที่ปลายเตียง​ และอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก​ เราค่อยๆ แง้มตาดูนิดๆ แม่เจ้า!!! เราเห็นมีขา​ 2 ขา​ ลอยอยู่ติดผนังถัดจากเท้าเราไปนิดเดียว​ (โรงแรมที่ญี่ปุ่นห้องมันแคบ)​ และที่สำคัญ​ มันมีแค่ช่วงเอวลงมาถึงเท้า​เท่านั้น ไม่มีท่อนบน!​ และไม่มีหัว! ใจตอนนั้นนี่เต้นโครมคราม​ ร้องไม่ออก​ เอายังไงดี?​ สวดมนต์​แผ่เมตตา​ ผีญี่ปุ่นคงฟังไม่ออก เลยหลับตาไปสักพัก​ ลืมตาขึ้นมา​ใหม่ ขาคู่นั้น​ก็ยังลอยอยู่​ที่เดิม!​ ทั้งกลัวทั้งโมโห​ ทำไมไม่ไปไหนสักที​ ไอ้รูมเมท​ก็นอนกรนคร่อก​ๆ ไม่ตื่นมาโดนผีหลอกร่วมชะตากรรมด้วยกันเลย</p>
<p>สุดท้าย​ตัดสินใจ​ เป็น​ไงเป็น​กัน​ รวบรวมความกล้า​ลุกไปเปิดไฟห้อง <em>‘​พรึ่บ’​</em> สว่างทั้งห้อง​ ..แต่!​ 2 ขานั้นยังลอยอยู่​ที่เดิม​ ไม่หายไปไหน! ส่วนเพื่อน​โดนเราปลุกมาด่า..</p>
<p><em>‘ฮึ่ม​! ทีหลังมึงอย่าเอากางเกงยีน​ส์มาแขวงไว้ปลายเท้ากูอีกนะ​ อีดวก อีผีลีวายส์!’</em></p>
<p><b>Story by</b> : กลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเฟส</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story709/">709 เจอดีที่ญี่ปุ่น</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story709/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>707 ศพคุณทวด</title>
		<link>https://thehouse.online/story707/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story707/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Feb 2020 14:46:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานศพ]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ศพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5804</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้มาจากคุณ Korn Srisawat สมาชิกกลุ่ม TheHOUSE ครับ เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านเรื่องสยองที่ดัดแปลงมาจาก Podcast เล่าเรื่องสยองขวัญรายการหนึ่ง ขอตั้งชื่อเรื่องว่า ‘ศพคุณทวด’ (Make Sure The Dead are Dead) ครับ วันหนึ่ง ครอบครัวผมคุยกันว่าจะย้ายที่ฝังศพคุณป้า และคุณทวดของผม ตอนแรกผมเข้าใจว่ามันผิดกฎหมาย แม่อธิบายให้ผมฟังว่าหลุมศพสามารถย้ายที่ตั้งได้ แต่ต้องทำเรื่องตามกฎหมายเสียก่อน ครอบครัวของผมก็ไปทำเรื่องกับทางการ วันแล้ววันเล่า จนใกล้จะถึงวันย้ายหลุมศพ เราจึงทำพิธีศพใหม่อีกครั้งเพื่อรำลึกถึงคุณป้า และคุณทวดที่จากไป คนในครอบครัวของผมมาร่วมงานน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นญาติห่างๆ ที่อยากมาแสดงตัวให้เห็นในงานเพื่อร่วมเคารพศพเสียมากกว่า หลังเสร็จพิธี พวกผู้ใหญ่ก็ทำการขุด ยก และขนโลงศพคุณป้าขึ้นไปยังรถกระบะ ต่อจากนั้นก็ไปขนศพของคุณทวดต่อ หลุมศพของคุณทวดจะขนยากกว่าของคุณป้า เพราะบริเวณที่ฝังเก่ามากจนเป็นหินแข็ง ต้องใช้เครื่องขุดเจาะมาช่วย เมื่อขุดเจอโลงศพ ก็ต้องใช้เครื่องยกโลงขึ้นมาจากหลุม แต่เพราะโลงศพเก่ามาก จึงทำให้ฝาโลงหลุด ส่วนตัวโลงหล่นกลับลงไปในหลุม และภาพที่พวกเราเห็นนั้นเป็นภาพที่น่ากลัวมากๆ โลงศพของคุณทวดมีแต่รอยขีดข่วน ร่างของคุณทวดนอนคว่ำ มือประสานอยู่ที่หน้า นั่นทำให้พวกเรารู้ว่า.. ท่านถูกฝังทั้งเป็น! Story by คุณ Korn [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story707/">707 ศพคุณทวด</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้มาจากคุณ Korn Srisawat สมาชิกกลุ่ม<a href="http://www.facebook.com/groups/152869821935827"><strong> TheHOUSE</strong></a> ครับ เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านเรื่องสยองที่ดัดแปลงมาจาก Podcast เล่าเรื่องสยองขวัญรายการหนึ่ง ขอตั้งชื่อเรื่องว่า ‘ศพคุณทวด’ (Make Sure The Dead are Dead) ครับ</p>
<p>วันหนึ่ง ครอบครัวผมคุยกันว่าจะย้ายที่ฝังศพคุณป้า และคุณทวดของผม ตอนแรกผมเข้าใจว่ามันผิดกฎหมาย แม่อธิบายให้ผมฟังว่าหลุมศพสามารถย้ายที่ตั้งได้ แต่ต้องทำเรื่องตามกฎหมายเสียก่อน ครอบครัวของผมก็ไปทำเรื่องกับทางการ วันแล้ววันเล่า จนใกล้จะถึงวันย้ายหลุมศพ เราจึงทำพิธีศพใหม่อีกครั้งเพื่อรำลึกถึงคุณป้า และคุณทวดที่จากไป คนในครอบครัวของผมมาร่วมงานน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นญาติห่างๆ ที่อยากมาแสดงตัวให้เห็นในงานเพื่อร่วมเคารพศพเสียมากกว่า</p>
<p>หลังเสร็จพิธี พวกผู้ใหญ่ก็ทำการขุด ยก และขนโลงศพคุณป้าขึ้นไปยังรถกระบะ ต่อจากนั้นก็ไปขนศพของคุณทวดต่อ หลุมศพของคุณทวดจะขนยากกว่าของคุณป้า เพราะบริเวณที่ฝังเก่ามากจนเป็นหินแข็ง ต้องใช้เครื่องขุดเจาะมาช่วย เมื่อขุดเจอโลงศพ ก็ต้องใช้เครื่องยกโลงขึ้นมาจากหลุม แต่เพราะโลงศพเก่ามาก จึงทำให้ฝาโลงหลุด ส่วนตัวโลงหล่นกลับลงไปในหลุม และภาพที่พวกเราเห็นนั้นเป็นภาพที่น่ากลัวมากๆ</p>
<p><em><strong>โลงศพของคุณทวดมีแต่รอยขีดข่วน ร่างของคุณทวดนอนคว่ำ มือประสานอยู่ที่หน้า นั่นทำให้พวกเรารู้ว่า.. ท่านถูกฝังทั้งเป็น!</strong></em></p>
<p><strong>Story by</strong> คุณ Korn Srisawat<br />
<strong>Original</strong> : Scarystorypodcast.com</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story707/">707 ศพคุณทวด</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story707/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>703 โรงแรมใหม่ชายแดน</title>
		<link>https://thehouse.online/story703/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story703/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jan 2020 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สุสาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5778</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้มาจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 751932 ครับ เรื่องมีอยู่ว่า.. มีครั้งหนึ่งตอนไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน เป็นเมืองติดชายแดนแห่งหนึ่งที่คนไทยยังไม่นิยมไปเท่าไร เลยมีโรงแรมให้เลือกไม่เยอะ พอไปถึงเขาบอกว่าโรงแรมนี้ใหม่มากไม่ต้องกลัวอะไร ตอนถึงโรงแรมก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว เลยไม่ได้สำรวจอะไร พนักงานบอกว่าลิฟท์เสียต้องเดินขึ้นบันได ห้องที่เราพักเป็นห้องเบอร์ 314 ค่ะ ประเด็นคือโรงแรมนี้จะมีห้อง 311, 312 แล้วข้ามไป 314 เลย อาจจะเพราะเลข 13 มันไม่ดีคนเค้าถือ แต่ถ้านับจริงๆ ห้อง 314 มันก็คือห้อง 313 นั่นแหละ.. แต่ห้อง 314 จะเป็นห้องที่กว้างที่สุดของโรงแรม ระหว่างเดินก็สงสัยว่าทำไมโรงแรมนี้ไม่มีหน้าต่างตรงบันไดทางขึ้นเลย ปิดทึบแบบตึกพาณิชย์มากๆ พอมาถึงห้อง ก่อนพนักงานจะไปเค้าก็บอกว่า ห้ามเปิดระเบียงนะ ข้างหลังเป็นป่า มีแมลงเยอะ.. ตอนนั้นสงสัยค่ะ แต่ไม่กล้าถามอะไร สิ่งแรกที่รู้สึกคือห้องเหม็นเหล้าจีนมาก กลิ่นควันบุหรี่คลุ้งไปหมด ก็คิดว่าคงเพิ่งลงทัวร์จีนมา เราวางกระเป๋าได้แป๊บเดียวมาเลยค่ะ! ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันตรงระเบียง แบบซุบซิบๆ แต่พอเดินไปใกล้ๆ ระเบียงก็เงียบไป จะเปิดดูก็ไม่กล้าอีก เพราะพนักงานเตือนไว้.. แบบนี้ประมาณ 4-5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story703/">703 โรงแรมใหม่ชายแดน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้มาจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 751932 ครับ เรื่องมีอยู่ว่า.. มีครั้งหนึ่งตอนไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน เป็นเมืองติดชายแดนแห่งหนึ่งที่คนไทยยังไม่นิยมไปเท่าไร เลยมีโรงแรมให้เลือกไม่เยอะ พอไปถึงเขาบอกว่าโรงแรมนี้ใหม่มากไม่ต้องกลัวอะไร ตอนถึงโรงแรมก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว เลยไม่ได้สำรวจอะไร พนักงานบอกว่าลิฟท์เสียต้องเดินขึ้นบันได</p>
<p>ห้องที่เราพักเป็นห้องเบอร์ 314 ค่ะ ประเด็นคือโรงแรมนี้จะมีห้อง 311, 312 แล้วข้ามไป 314 เลย อาจจะเพราะเลข 13 มันไม่ดีคนเค้าถือ แต่ถ้านับจริงๆ ห้อง 314 มันก็คือห้อง 313 นั่นแหละ.. แต่ห้อง 314 จะเป็นห้องที่กว้างที่สุดของโรงแรม ระหว่างเดินก็สงสัยว่าทำไมโรงแรมนี้ไม่มีหน้าต่างตรงบันไดทางขึ้นเลย ปิดทึบแบบตึกพาณิชย์มากๆ พอมาถึงห้อง ก่อนพนักงานจะไปเค้าก็บอกว่า ห้ามเปิดระเบียงนะ ข้างหลังเป็นป่า มีแมลงเยอะ.. ตอนนั้นสงสัยค่ะ แต่ไม่กล้าถามอะไร</p>
<p>สิ่งแรกที่รู้สึกคือห้องเหม็นเหล้าจีนมาก กลิ่นควันบุหรี่คลุ้งไปหมด ก็คิดว่าคงเพิ่งลงทัวร์จีนมา เราวางกระเป๋าได้แป๊บเดียวมาเลยค่ะ! ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันตรงระเบียง แบบซุบซิบๆ แต่พอเดินไปใกล้ๆ ระเบียงก็เงียบไป จะเปิดดูก็ไม่กล้าอีก เพราะพนักงานเตือนไว้.. แบบนี้ประมาณ 4-5 รอบ เราเริ่มไม่โอเคละ มันยังไงๆ เลยคุยกับเพื่อนว่า เดี๋ยวเข้าไปอาบน้ำพร้อมกัน แล้วย้ายไปนอนห้องเพื่อนอีกห้องดีกว่า</p>
<p>ระหว่างอาบน้ำ เราก็แปรงฟันไป ยืนหันหลังให้กระจกเพราะกลัวเจออะไรในกระจก เพื่อนก็อาบน้ำไป จู่ๆ ทีวีที่เปิดไว้ในห้องมันก็เปลี่ยนช่องค่ะ เป็นช่องงิ้วของจีน อารมณ์แบบเคเบิ้ลท้องถิ่น เพื่อนเลยบอกว่าสงสัยสัญญาณไม่ดี เลยหยุดอาบน้ำแล้วเดินออกไปเปลี่ยนช่องด้วยกัน แต่สักพักมันก็กลับไปช่องงิ้วอีก! ตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ เลยปิดทีวี เก็บของเท่าที่จำเป็นแล้วลาขาดจากห้องนี้ไปนอนห้องเพื่อน</p>
<p>พอเช้ามาตอนเช็คเอ้าท์ออก ก็ลากกระเป๋ากันลงมาที่ถนน (โรงแรมอยู่ในซอยต้องขึ้นเนินเข้าซอยไป) ก็เลยมาเห็นว่าข้างๆโรงแรมเนี่ยเป็นสุสานคนจีนแบบฮวยซุ้ยอะค่ะ แล้วที่สำคัญคือระเบียงห้อง 314 มันอยู่ด้านบนติดกับฮวงซุ้ยที่ใหญ่ที่สุดของสุสานพอดีเลยด้วย! คิดแล้วก็ยังหลอน ถึงจะไม่ได้เห็นเป็นตัวก็ตาม..</p>
<p><b>Story by</b> สมาชิกพันทิป 751932</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story703/">703 โรงแรมใหม่ชายแดน</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story703/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>698 ยายแก่ที่สวนสาธารณะ</title>
		<link>https://thehouse.online/story698/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story698/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2019 14:30:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สุสาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=5759</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณหมิง (นามสมมติ) ครับ คุณหมิงเล่าว่า.. เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยตรงกับแม่เราค่ะ เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ตอนนั้นแม่เราอยู่ที่ประเทศจีน มันจะมีสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง ด้านล่างจะเป็นสวนสาธารณะเปิดใหม่ ให้ผู้คนไปนั่งเล่นเดินเล่นพักผ่อนริมน้ำกัน.. เย็นวันหนึ่ง แม่เราก็ไปเดินเล่นกันที่สวนแห่งนั้น พอช่วงค่ำๆ ขณะเดินๆ อยู่ สายตาแม่ก็เหลือบไปเห็นยายแก่หน้าตาเศร้าๆ อายุประมาณ 80 เดินหลังค่อมๆ กำลังจะลงไปในแม่น้ำพร้อมกับกระบอกไม้ไผ่ แม่จึงเดินเข้าไปถามว่า ‘ยายจะลงไปทำไม?’ ยายตอบว่า ‘จะลงไปตักน้ำ..’ ด้วยความสงสารคนแก่ แม่จึงยื่นน้ำให้แกไป 1 ขวด พร้อมกับเงินอีก 20 หยวน พร้อมกับบอกว่า ‘ยายเอานี่ไปดีกว่า เดี๋ยวจะตกลงไป’ ยายหันมาบอกแม่ว่า ‘ขอบใจนะ ขอให้โชคดีๆ’ แม่รับคำ และถามยายต่อว่า ‘แล้วนี่ยายจะไปไหนต่อ?’ ยายว่า ‘จะกลับบ้าน..’ พร้อมกับชี้มือไปสุดทางเดิน ซึ่งแม่มองดูแล้วไม่น่าจะมีบ้านคนแถวนั้นได้ จากนั้นยายก็เดินจากไป.. พอตอนกลับ แม่ก็เดินไปทางเดียวกับที่ยายคนนั้นเดินไป เดินไปเรื่อยๆ แม่ก็เริ่มรู้สึกเย็นวูบวาบแปลกๆ พอรู้ตัวอีกทีก็คือแม่กำลังเดินผ่านหลุมศพนับร้อย เนื่องจากสวนสาธารณะตั้งอยู่ติดกับพื้นที่สุสานนั่นเอง แล้วแม่ก็ต้องขนลุกวาบอีกรอบ เพราะเห็นมีขวดน้ำตั้งอยู่ที่หลุมศพหลุมหนึ่ง แม่เริ่มใจคอไม่ดี แต่ก็ยังกัดฟันเดินเข้าไปดู.. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story698/">698 ยายแก่ที่สวนสาธารณะ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณหมิง (นามสมมติ) ครับ คุณหมิงเล่าว่า.. เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยตรงกับแม่เราค่ะ เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ตอนนั้นแม่เราอยู่ที่ประเทศจีน มันจะมีสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง ด้านล่างจะเป็นสวนสาธารณะเปิดใหม่ ให้ผู้คนไปนั่งเล่นเดินเล่นพักผ่อนริมน้ำกัน..</p>
<p>เย็นวันหนึ่ง แม่เราก็ไปเดินเล่นกันที่สวนแห่งนั้น พอช่วงค่ำๆ ขณะเดินๆ อยู่ สายตาแม่ก็เหลือบไปเห็นยายแก่หน้าตาเศร้าๆ อายุประมาณ 80 เดินหลังค่อมๆ กำลังจะลงไปในแม่น้ำพร้อมกับกระบอกไม้ไผ่ แม่จึงเดินเข้าไปถามว่า <em>‘ยายจะลงไปทำไม?’</em> ยายตอบว่า <em>‘จะลงไปตักน้ำ..’</em> ด้วยความสงสารคนแก่ แม่จึงยื่นน้ำให้แกไป 1 ขวด พร้อมกับเงินอีก 20 หยวน พร้อมกับบอกว่า <em>‘ยายเอานี่ไปดีกว่า เดี๋ยวจะตกลงไป’</em> ยายหันมาบอกแม่ว่า <em>‘ขอบใจนะ ขอให้โชคดีๆ’</em> แม่รับคำ และถามยายต่อว่า <em>‘แล้วนี่ยายจะไปไหนต่อ?’</em> ยายว่า <em>‘จะกลับบ้าน..’</em> พร้อมกับชี้มือไปสุดทางเดิน ซึ่งแม่มองดูแล้วไม่น่าจะมีบ้านคนแถวนั้นได้ จากนั้นยายก็เดินจากไป..</p>
<p>พอตอนกลับ แม่ก็เดินไปทางเดียวกับที่ยายคนนั้นเดินไป เดินไปเรื่อยๆ แม่ก็เริ่มรู้สึกเย็นวูบวาบแปลกๆ พอรู้ตัวอีกทีก็คือแม่กำลังเดินผ่านหลุมศพนับร้อย เนื่องจากสวนสาธารณะตั้งอยู่ติดกับพื้นที่สุสานนั่นเอง แล้วแม่ก็ต้องขนลุกวาบอีกรอบ เพราะเห็นมีขวดน้ำตั้งอยู่ที่หลุมศพหลุมหนึ่ง แม่เริ่มใจคอไม่ดี แต่ก็ยังกัดฟันเดินเข้าไปดู.. แม่เล่าว่าแม่ถึงกับเข่าอ่อนเลยค่ะ! เพราะที่สุสานนั้นมีขวดน้ำ พร้อมกับเงิน 20 หยวนวางอยู่ และรูปหน้าสุสานก็คือยายคนเมื่อกี้นี่เอง..</p>
<p>ภายหลังแม่ก็มาทราบว่า เมื่อไม่นาน ยายคนนี้แกจมน้ำเสียชีวิตที่แม่น้ำแห่งนี้ แต่เหมือนแกจะไม่มีลูกหลาน ก็เลยไม่มีใครมาเยี่ยม หรือมาถวายอะไรให้แกเลย.. พอได้รู้แบบนั้น แม่ก็จะคอยมาวางอาหาร และน้ำที่หลุมศพของยายแกเรื่อยมาค่ะ</p>
<p><b>Story by</b> คุณหมิง (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story698/">698 ยายแก่ที่สวนสาธารณะ</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story698/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>587 เงานั้นของใคร?</title>
		<link>https://thehouse.online/story587/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story587/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Oct 2018 14:00:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เงา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4741</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณที (นามสมมติ) ครับ คุณทีเล่าว่า.. ครั้งหนึ่งผมไปเที่ยวประเทศจีนกับแฟนครับ แบ็กแพ็คไปกันเอง มันจะมีคืนหนึ่งที่ได้ไปค้างบนเขา เป็นบ้านพักตากอากาศ อารมณ์เหมือนบังกะโลเป็นหลังๆ เล็กๆ กระจัดกระจายไปตามเนินเขาครับ ข้างในบ้านไม่มีอะไรเลย มีเตียงเล็ก 2 เตียง กับโต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่งแค่นั้นเลย ห้องน้ำต้องออกไปเข้าข้างนอกเอา ผมกับแฟนกว่าจะมาถึงบ้านพักที่ว่าก็มืดแล้วครับ กะว่ามานอนเพื่อที่จะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่ คืนนั้นหลังจากอาบน้ำ ทำอะไรเสร็จเรียบร้อย ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางไกล ผมก็นอนหลับไปตั้งแต่ราว 3 ทุ่มได้ ผมนอนเตียงที่ติดกำแพงฝั่งประตูห้อง ส่วนแฟนนอนเตียงที่ติดกับหน้าต่าง ผมนอนไปได้สักพักใหญ่ ก็รู้สึกปวดฉี่ครับ ผมหันหน้าเข้ากำแพง พอลืมตามาก็เห็นเงาของแฟนผมนั่งอยู่ เพราะแสงจากนอกหน้าต่างฝั่งเตียงของแฟนมันสาดเข้ามา ทำให้เห็นเป็นเงาตกกระทบบนกำแพงฝั่งผม ผมก็เลยหันไปหาแฟนเพื่อที่จะถามว่า ทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่นอนอีก? แต่พอผมหันไป สิ่งที่ผมเห็นคือแฟนผมนอนหลับอยู่.. ผมเลยแปลกใจหันกลับไปดูที่กำแพงอีกที ยังเห็นมีเงาคนนั่งอยู่! ผมก็เลย อ้าว? ถ้าไม่ใช่เงาแฟนผมแล้วจะเป็นเงาใคร? ผมนอนมองเงานั้นอยู่หลายนานที โดยไม่มีท่าทีว่ามันจะขยับเขยื้อนเลย หันไปหันกลับเพื่อดูว่ามันน่าจะเป็นเงาของอะไรในห้องได้บ้าง? แต่ก็ไม่มี เพราะในห้องแทบจะไม่มีของอะไรเลย.. ผมทนปวดฉี่ และข่มตานอนต่อไป แต่บอกตามตรงครับ เจอแบบนี้ผมก็นอนหลับไม่ลงจริงๆ ผมลืมตาขึ้นมาใหม่ ปรากฏว่าเงานั้นไม่อยู่แล้วครับ ผมหันไปมองที่แฟนผม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story587/">587 เงานั้นของใคร?</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณที (นามสมมติ) ครับ คุณทีเล่าว่า.. ครั้งหนึ่งผมไปเที่ยวประเทศจีนกับแฟนครับ แบ็กแพ็คไปกันเอง มันจะมีคืนหนึ่งที่ได้ไปค้างบนเขา เป็นบ้านพักตากอากาศ อารมณ์เหมือนบังกะโลเป็นหลังๆ เล็กๆ กระจัดกระจายไปตามเนินเขาครับ ข้างในบ้านไม่มีอะไรเลย มีเตียงเล็ก 2 เตียง กับโต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่งแค่นั้นเลย ห้องน้ำต้องออกไปเข้าข้างนอกเอา ผมกับแฟนกว่าจะมาถึงบ้านพักที่ว่าก็มืดแล้วครับ กะว่ามานอนเพื่อที่จะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่</p>
<p>คืนนั้นหลังจากอาบน้ำ ทำอะไรเสร็จเรียบร้อย ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางไกล ผมก็นอนหลับไปตั้งแต่ราว 3 ทุ่มได้ ผมนอนเตียงที่ติดกำแพงฝั่งประตูห้อง ส่วนแฟนนอนเตียงที่ติดกับหน้าต่าง ผมนอนไปได้สักพักใหญ่ ก็รู้สึกปวดฉี่ครับ ผมหันหน้าเข้ากำแพง พอลืมตามาก็เห็นเงาของแฟนผมนั่งอยู่ เพราะแสงจากนอกหน้าต่างฝั่งเตียงของแฟนมันสาดเข้ามา ทำให้เห็นเป็นเงาตกกระทบบนกำแพงฝั่งผม ผมก็เลยหันไปหาแฟนเพื่อที่จะถามว่า ทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่นอนอีก? แต่พอผมหันไป สิ่งที่ผมเห็นคือแฟนผมนอนหลับอยู่.. ผมเลยแปลกใจหันกลับไปดูที่กำแพงอีกที ยังเห็นมีเงาคนนั่งอยู่! ผมก็เลย อ้าว? ถ้าไม่ใช่เงาแฟนผมแล้วจะเป็นเงาใคร?</p>
<p>ผมนอนมองเงานั้นอยู่หลายนานที โดยไม่มีท่าทีว่ามันจะขยับเขยื้อนเลย หันไปหันกลับเพื่อดูว่ามันน่าจะเป็นเงาของอะไรในห้องได้บ้าง? แต่ก็ไม่มี เพราะในห้องแทบจะไม่มีของอะไรเลย.. ผมทนปวดฉี่ และข่มตานอนต่อไป แต่บอกตามตรงครับ เจอแบบนี้ผมก็นอนหลับไม่ลงจริงๆ ผมลืมตาขึ้นมาใหม่ ปรากฏว่าเงานั้นไม่อยู่แล้วครับ ผมหันไปมองที่แฟนผม คราวนี้ภาพที่ผมเห็นคือแฟนผมกำลังนอนบีบคอตัวเองอยู่ แล้วมีเสียงดัง ‘อ่อก อ่อก’ จากลำคอ เหมือนคนหายใจไม่ออก ผมตกใจมากรีบลุกไปปลุกแฟน ต้องปลุกอยู่นาน จนแฟนผมลุกขึ้นมาด้วยความตกใจ หน้านี่ซีดเลย บอกผมว่าเธอฝันร้าย ฝันว่ามีผู้หญิงมาบีบคอจนเกือบหายใจไม่ออก ผมก็เลยเล่าให้ฟังว่าเมื่อกี้ผมเห็นเธอนอนบีบคอตัวเองอยู่ แฟนผมนี่ร้องไห้เลยครับ..</p>
<p>ผมนั่งปลอบแฟนไป ก็มองไปที่กำแพงฝั่งเตียงผม เพื่อจะดูว่าถ้าผมกับแฟนนั่งอยู่ตรงนี้ จะเห็นเงาตัวเองที่กำแพงนั้นใช่ไหม? ซึ่งก็คือใช่เลยครับ ผมเห็นเงาผมกับแฟนนั่งอยู่ แต่ความหลอนมันอยู่ตรงนี้ครับ พอแฟนผมล้มตัวลงนอนต่อ ผมเห็นเงาแฟนผมนอนลงไปจริง แต่ที่กำแพงกลับยังมีเงาอีกเงาหนึ่งนั่งอยู่ข้างผม! เหมือนว่าก่อนหน้านี้เงามันซ้อนทับกับเงาแฟนผมอยู่! ถึงตรงนี้ผมนี่ล้มตัวลงนอนคลุมโปงกอดแฟนแน่นเลยครับ ไม่พูดไม่จากันเลย เข้าใจว่าแฟนผมก็คงเห็นเหมือนกันกับที่ผมเห็น</p>
<p>สุดท้ายตอนเช้ามืด ผมกับแฟนก็รีบเก็บของออกไปจากบ้านนี้ทันที ไม่ดงไม่ดูมันละพระอาทิตย์ขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าเงาของผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ต้องการอะไร แล้วก็ไม่อยากจะรู้ด้วยครับ.. นี่คือประสบการณ์การถูกผีหลอกในต่างแดนของผมกับแฟน ถึงจะไม่ได้เห็นเป็นตัว แต่ผมว่าเจอแบบนี้มันโคตรหลอนเลยครับ</p>
<p><b>Story by</b> คุณที (นามสมมติ)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story587/">587 เงานั้นของใคร?</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story587/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>586 เจ้าของบ้านเช่า</title>
		<link>https://thehouse.online/story586/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story586/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Oct 2018 14:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4734</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้แอดเคยอ่านเจอมาจากคอมเม้นท์ที่เล่าไว้ในเว็บครับ เรื่องจากคุณ Aor_Cookie ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวีเดน เรื่องมีอยู่ว่า.. สมัยนั้นเราเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่งกับเพื่อนร่วมภาค ตอนนั้นเราเขียน lab report หนักมาก ทำงานตอนกลางคืน ห้องนอนเราอยู่ชั้นล่าง คืนหนึ่งที่เราทำงานดึกๆ เราก็ออกจากห้องมาหาน้ำดื่ม เวลาประมาณตี 4 กว่าๆ เราเห็นเป็นขาคนใส่รองเท้าจ๊อกกิ้งกำลังลงมาจากบันได ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเพื่อนฝรั่งจะออกไปวิ่งแต่เช้าตรู่ แต่พอขานั้นเดินลงมา กลับมีแต่ขาโปร่งๆ ไม่มีตัว!! เรานี่วิ่งเข้าห้องแทบไม่ทัน ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยออกมาจากห้องตอนกลางคืนอีกเลย แล้วที่สำคัญคือเราไม่ได้เห็นคนเดียวนะ การันตีโดยเพื่อนสาวชาวบราซิลเลี่ยนที่อยู่ร่วมบ้าน เธอ 2 คนกลับจากปาร์ตี้เวลาประมาณเดียวกันกับที่เราเจอ กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบนแล้วหันกลับมา เจอผู้ชายอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน แล้วเดินทะลุประตูออกไปเลย ที่สำคัญคือใส่รองเท้าวิ่งเหมือนกันเลย! สองสาวนั่นกรี๊ดลั่นบ้านจนทุกคนตื่นหมด.. แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นนะ เพื่อนฝรั่งผู้ชายที่อยู่บ้านเดียวกันไม่เชื่อ ลงทุนถ่างตารอไม่หลับไม่นอน นั่งเฝ้าข้างล่าง แต่ก็ไม่เคยเจอเลย จนคู่หมั้นเพื่อนเราต้องเอาเลขที่บ้านไปสืบดู (เราสืบเองไม่ได้ เพราะภาษาประจำชาติเขาเราง่อยมาก) ปรากฏว่าเจ้าของบ้านเก่าเสียชีวิตไปแล้ว โดยเขาออกไปวิ่งตอนเช้าแล้วไม่กลับมาอีกเลย อีก 2-3 สัปดาห์ถึงไปเจอศพที่แถวทะเลสาบ คาดว่าน่าจะฆ่าตัวตาย ซึ่งเราก็เคยอ่านข่าวนี้ผ่านๆ เหมือนกัน ได้ยินแล้วนี่อึ้งเลย เราอยู่บ้านหลังนั้นได้ 3 เดือนตามสัญญาเช่าร่วมกันกับเพื่อน หลังจากนั้นเราก็ย้ายออก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story586/">586 เจ้าของบ้านเช่า</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้แอดเคยอ่านเจอมาจากคอมเม้นท์ที่เล่าไว้ในเว็บครับ เรื่องจากคุณ Aor_Cookie ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวีเดน เรื่องมีอยู่ว่า.. สมัยนั้นเราเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่งกับเพื่อนร่วมภาค ตอนนั้นเราเขียน lab report หนักมาก ทำงานตอนกลางคืน ห้องนอนเราอยู่ชั้นล่าง คืนหนึ่งที่เราทำงานดึกๆ เราก็ออกจากห้องมาหาน้ำดื่ม เวลาประมาณตี 4 กว่าๆ เราเห็นเป็นขาคนใส่รองเท้าจ๊อกกิ้งกำลังลงมาจากบันได ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเพื่อนฝรั่งจะออกไปวิ่งแต่เช้าตรู่ แต่พอขานั้นเดินลงมา กลับมีแต่ขาโปร่งๆ ไม่มีตัว!! เรานี่วิ่งเข้าห้องแทบไม่ทัน ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยออกมาจากห้องตอนกลางคืนอีกเลย</p>
<p>แล้วที่สำคัญคือเราไม่ได้เห็นคนเดียวนะ การันตีโดยเพื่อนสาวชาวบราซิลเลี่ยนที่อยู่ร่วมบ้าน เธอ 2 คนกลับจากปาร์ตี้เวลาประมาณเดียวกันกับที่เราเจอ กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบนแล้วหันกลับมา เจอผู้ชายอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน แล้วเดินทะลุประตูออกไปเลย ที่สำคัญคือใส่รองเท้าวิ่งเหมือนกันเลย! สองสาวนั่นกรี๊ดลั่นบ้านจนทุกคนตื่นหมด.. แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นนะ เพื่อนฝรั่งผู้ชายที่อยู่บ้านเดียวกันไม่เชื่อ ลงทุนถ่างตารอไม่หลับไม่นอน นั่งเฝ้าข้างล่าง แต่ก็ไม่เคยเจอเลย</p>
<p>จนคู่หมั้นเพื่อนเราต้องเอาเลขที่บ้านไปสืบดู (เราสืบเองไม่ได้ เพราะภาษาประจำชาติเขาเราง่อยมาก) ปรากฏว่าเจ้าของบ้านเก่าเสียชีวิตไปแล้ว โดยเขาออกไปวิ่งตอนเช้าแล้วไม่กลับมาอีกเลย อีก 2-3 สัปดาห์ถึงไปเจอศพที่แถวทะเลสาบ คาดว่าน่าจะฆ่าตัวตาย ซึ่งเราก็เคยอ่านข่าวนี้ผ่านๆ เหมือนกัน ได้ยินแล้วนี่อึ้งเลย</p>
<p>เราอยู่บ้านหลังนั้นได้ 3 เดือนตามสัญญาเช่าร่วมกันกับเพื่อน หลังจากนั้นเราก็ย้ายออก บ้านหลังนั้นเพื่อนๆ ผู้ชายเราก็ยังอาศัยอยู่ เพราะมันใกล้มหาวิทยาลัย มีคนในภาคเดียวกันแวะเวียนไปอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าได้ยินเสียงคนเดินตรงบันไดทั้งๆ ที่ไม่มีใคร.. เราเองก็เจอครั้งนั้นครั้งเดียว แต่ก็ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟัง เพราะฝรั่งไม่ค่อยเชื่อกันหรอก ปัจจุบันเราย้ายกลับมาอยู่อพาร์ทเม้นท์เดิม สบายใจกว่า</p>
<p><b>Story by</b> Aor_Cookie (สมาชิก Pantip)</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story586/">586 เจ้าของบ้านเช่า</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story586/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>577 ทัวร์พม่า</title>
		<link>https://thehouse.online/story577/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story577/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Aug 2018 15:06:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเข้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4617</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณ CrEaMmY KaNtY ครับ คุณ CrEaMmY เล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนเราที่ชื่อ เน็ต ค่ะ เรื่องเมื่อหลายปีมาแล้ว คือตอนนั้นเน็ตได้รวมตัวกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวประเทศพม่ากัน ไปแบบกรุ๊ปทัวร์ค่ะ วันที่ไปเที่ยวพระราชวังบุเรงนอง หงสาวดี ด้วยความที่เน็ตเป็นคนพูดอะไรไม่คิด พอไปถึงที่พระราชวัง หลังจากก้าวลงจากรถ เน็ตก็พูดขึ้นมาว่า ‘อะไรเนี่ย ไม่เห็นจะสวยเลย..’ ก่อนจะเดินเที่ยวถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ตามปกติ พอกลับมาถึงที่พัก จู่ๆ เน็ตก็ถอดสร้อยพระออก ทั้งที่ปกติจะใส่ติดตัวตลอดเวลา ระหว่างรอเพื่อนอีกคนอาบน้ำ เน็ตก็นั่งนิ่ง เหม่อลอย ซึ่งผิดวิสัยคนพูดมากอย่างเน็ตมากๆ เพื่อนอีกคนเลยเดินเข้ามาถาม (ในห้องจะนอนกัน 3 คนค่ะ) เน็ตก็ตาขวางใส่เลยค่ะ แถมยังตัวสั่นไม่หยุด เพื่อนที่ชื่อ ตั้ม ก็เรียก อาร์ท ที่อาบน้ำอยู่ออกมาช่วย อาร์ทเป็นคนใจแข็งค่ะ เลยพยายามเข้าไปจับเน็ตพร้อมบอกให้ตั้มเอาสร้อยพระมาใส่ให้ แต่ตั้มไม่กล้า เลยโทรเรียกเพื่อนคนอื่นๆ รวมถึงคุณหนิงหัวหน้าไกด์มา พอคุณหนิงมาถึงก็ถึงกับอึ้ง เพราะพอเปิดประตูเข้าไป คุณหนิงบอกว่าเห็นกองทัพทหารพม่า ทั้งหญิงชาย มีช้าง ม้าด้วย แต่ว่าที่นี่มันคือชั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story577/">577 ทัวร์พม่า</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณ CrEaMmY KaNtY ครับ คุณ CrEaMmY เล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนเราที่ชื่อ เน็ต ค่ะ เรื่องเมื่อหลายปีมาแล้ว คือตอนนั้นเน็ตได้รวมตัวกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวประเทศพม่ากัน ไปแบบกรุ๊ปทัวร์ค่ะ วันที่ไปเที่ยวพระราชวังบุเรงนอง หงสาวดี ด้วยความที่เน็ตเป็นคนพูดอะไรไม่คิด พอไปถึงที่พระราชวัง หลังจากก้าวลงจากรถ เน็ตก็พูดขึ้นมาว่า ‘อะไรเนี่ย ไม่เห็นจะสวยเลย..’ ก่อนจะเดินเที่ยวถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ตามปกติ</p>
<p>พอกลับมาถึงที่พัก จู่ๆ เน็ตก็ถอดสร้อยพระออก ทั้งที่ปกติจะใส่ติดตัวตลอดเวลา ระหว่างรอเพื่อนอีกคนอาบน้ำ เน็ตก็นั่งนิ่ง เหม่อลอย ซึ่งผิดวิสัยคนพูดมากอย่างเน็ตมากๆ เพื่อนอีกคนเลยเดินเข้ามาถาม (ในห้องจะนอนกัน 3 คนค่ะ) เน็ตก็ตาขวางใส่เลยค่ะ แถมยังตัวสั่นไม่หยุด เพื่อนที่ชื่อ ตั้ม ก็เรียก อาร์ท ที่อาบน้ำอยู่ออกมาช่วย อาร์ทเป็นคนใจแข็งค่ะ เลยพยายามเข้าไปจับเน็ตพร้อมบอกให้ตั้มเอาสร้อยพระมาใส่ให้ แต่ตั้มไม่กล้า เลยโทรเรียกเพื่อนคนอื่นๆ รวมถึงคุณหนิงหัวหน้าไกด์มา พอคุณหนิงมาถึงก็ถึงกับอึ้ง เพราะพอเปิดประตูเข้าไป คุณหนิงบอกว่าเห็นกองทัพทหารพม่า ทั้งหญิงชาย มีช้าง ม้าด้วย แต่ว่าที่นี่มันคือชั้น 3 ของโรงแรม! คุณหนิงรวบรวมความกล้าเดินไปตบหน้าของเน็ต พยายามทำให้ได้สติคืนกลับมา แต่ก็ไม่เป็นผล..</p>
<p>คุณหนิงเห็นท่าไม่ดี แต่ด้วยคุณหนิงเป็นคนเข้าวัดทำบุญบ่อยๆ เลยเดินไปเอาน้ำเทใส่แก้ว พร้อมทั้งสวดมนต์อะไรอยู่สักพัก แล้วเอาน้ำนั้นเทราดใส่หัวของเน็ต และสวดมนต์ไปด้วย เพื่อนๆ รอบตัวก็ช่วยกันสวดตาม จนสักพักเน็ตถึงกลับมาเป็นปกติ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ราวกับไม่รู้ตัว.. หลังจากจบเรื่อง ก่อนที่คุณหนิงจะกลับห้อง ก็กำชับว่า ‘ให้ใส่พระนอนด้วย’ ส่วนเพื่อนๆ ทุกคนก็กลัว เลยมานอนรวมกันหมด เลยเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งคุยกันครบทุกคน จนได้รู้ว่า ทุกคนปีชงหมดเลย!</p>
<p>หลังจากกลับมาเมืองไทย เน็ตกับเพื่อนๆ ก็รีบไปที่วัดเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้คำตอบว่า ‘ชาติปางก่อน เน็ตเป็นนายทหารพม่าชั้นสูง พวกที่มาหาเป็นบริวารของนายทหารผู้นี้ พวกเขาแค่มาเยี่ยม..’ หลังจากนั้นเน็ตกับเพื่อนๆ ทุกคนก็นุ่งขาวห่มขาว เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ 3 วันค่ะ</p>
<p><b>Story by</b> คุณ CrEaMmY KaNtY</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story577/">577 ทัวร์พม่า</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story577/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>567 ซิสเตอร์ที่โบสถ์</title>
		<link>https://thehouse.online/story567/</link>
					<comments>https://thehouse.online/story567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thehouse]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Jul 2018 13:02:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าเรื่องสยองก่อนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[โบสถ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thehouse.online/?p=4555</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณเจนครับ คุณเจนเล่าว่า.. เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์สยองขวัญในคืนวันเกิดของตัวเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ เมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เป็นวันเกิดอายุครบ 19 ปีของเรา คือหลังจากที่เรียนจบ ม.6 ที่ไทย เราก็ไปต่อที่อเมริกาในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่ไฟแรง เราเลยอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย บางทีก็นอนมันตรงนั้นเลย (ห้องสมุดเปิด 24 ชั่วโมง) แต่ในคืนวันเกิดเรา ที่บ้านโทรตามให้กลับไปฉลองกัน เราเลยกลับบ้านเร็วกว่าปกติ มองดูนาฬิกาตอนนั้นก็ 3 ทุ่มเกือบๆ 4 ทุ่ม ยังไม่ดึกมาก ด้วยความที่อยากกลับถึงบ้านเร็วๆ เราเลยเดินลัดไปที่โบสถ์เพราะจะได้ไม่ต้องเดินอ้อม และเราเพิ่งเคยกลับทางนี้เป็นครั้งแรกด้วยค่ะ เราเดินไปเรื่อยๆ จนเดินมาถึงภายในโบสถ์ ก็ได้ยินเสียงระฆังจากหอนาฬิกาดังขึ้นบอกเวลา 4 ทุ่ม เราก็เดินไปอย่างชิลๆ เพราะรอบๆ เปิดไฟสว่างไว้ตลอด พอเดินมาถึงหอนาฬิกา ก็มีซิสเตอร์คนหนึ่งเดินสวนเราไป คาดว่าน่าจะไปสวดมนต์ก็เลยไม่ได้สนใจ พอเราเดินต่อไปได้แค่ 5-6 ก้าว ก็ได้ยินเสียงระฆังบนหอนาฬิกาดังขึ้นอีกครั้ง ก็เลยงงว่าทำไมถึงดังขึ้นมาอีก พอเราหันไปมองเท่านั้นล่ะค่ะ เห็นซิสเตอร์คนที่เพิ่งเดินสวนมาเมื่อกี้ ขึ้นไปผูกคอตายอยู่บนหอนาฬิกาห้อยต่องแต่ง เรารู้เลยว่านี่คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ อะไรจะขึ้นไปได้เร็วขนาดนั้น? แถมหอนาฬิกาเองก็สูงด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thehouse.online/story567/">567 ซิสเตอร์ที่โบสถ์</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="td-paragraph-padding-1">
<p>เรื่องนี้ส่งมาจากคุณเจนครับ คุณเจนเล่าว่า.. เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์สยองขวัญในคืนวันเกิดของตัวเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ เมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เป็นวันเกิดอายุครบ 19 ปีของเรา คือหลังจากที่เรียนจบ ม.6 ที่ไทย เราก็ไปต่อที่อเมริกาในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง</p>
<p>ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่ไฟแรง เราเลยอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย บางทีก็นอนมันตรงนั้นเลย (ห้องสมุดเปิด 24 ชั่วโมง) แต่ในคืนวันเกิดเรา ที่บ้านโทรตามให้กลับไปฉลองกัน เราเลยกลับบ้านเร็วกว่าปกติ มองดูนาฬิกาตอนนั้นก็ 3 ทุ่มเกือบๆ 4 ทุ่ม ยังไม่ดึกมาก ด้วยความที่อยากกลับถึงบ้านเร็วๆ เราเลยเดินลัดไปที่โบสถ์เพราะจะได้ไม่ต้องเดินอ้อม และเราเพิ่งเคยกลับทางนี้เป็นครั้งแรกด้วยค่ะ เราเดินไปเรื่อยๆ จนเดินมาถึงภายในโบสถ์ ก็ได้ยินเสียงระฆังจากหอนาฬิกาดังขึ้นบอกเวลา 4 ทุ่ม เราก็เดินไปอย่างชิลๆ เพราะรอบๆ เปิดไฟสว่างไว้ตลอด</p>
<p>พอเดินมาถึงหอนาฬิกา ก็มีซิสเตอร์คนหนึ่งเดินสวนเราไป คาดว่าน่าจะไปสวดมนต์ก็เลยไม่ได้สนใจ พอเราเดินต่อไปได้แค่ 5-6 ก้าว ก็ได้ยินเสียงระฆังบนหอนาฬิกาดังขึ้นอีกครั้ง ก็เลยงงว่าทำไมถึงดังขึ้นมาอีก พอเราหันไปมองเท่านั้นล่ะค่ะ เห็นซิสเตอร์คนที่เพิ่งเดินสวนมาเมื่อกี้ ขึ้นไปผูกคอตายอยู่บนหอนาฬิกาห้อยต่องแต่ง เรารู้เลยว่านี่คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ อะไรจะขึ้นไปได้เร็วขนาดนั้น? แถมหอนาฬิกาเองก็สูงด้วย วินาทีนั้นเหมือนเราตัวชาไปหมดเลยค่ะ ไม่พอแค่นั้น ซิสเตอร์ที่ผูกคอตายเธอมองมาที่เราแล้วสวดมนต์ สวดอะไรก็ไม่รู้แบบจับใจความไม่ได้เลย แถมยังหัวเราะอีกด้วย เวลานั้นบรรยากาศก็ช่างเป็นใจ ไฟที่โบสถ์ดับพอดี ลมก็พัดมาหวิวๆ โอ้โห้! ลองคิดดูว่าเสียงสวดมนต์พึมพำไป พร้อมกับหัวเราะคลอกันไป มันน่าสยดสยองขนาดไหน? พอได้สติ เราก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด</p>
<p>พอกลับถึงบ้าน เรารีบเล่าเรื่องที่เจอทั้งหมดให้ป้าฟัง ป้าเราเป็นคนอเมริกันค่ะ อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ป้าเลยเล่าให้ฟังว่า ‘ซิสเตอร์คนนี้ฆ่าตัวตายไปเมื่อ 47 ปีก่อน เธอปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อพระเจ้าเพียงผู้เดียว จึงครองตัวเป็นโสด แต่ด้วยความที่เธอมีหน้าตาสละสลวย จึงทำให้มีชายหนุ่มมาติดพัน แต่เธอก็ไม่คิดจะรักใคร จนกระทั่งมีอาจารย์หนุ่มรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยเข้ามาทำให้เธอรัก จนกระทั่งซิสเตอร์และอาจารย์หนุ่มคนนั้นมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เธอรู้สึกผิดต่อพระเจ้ามาก จึงได้ไปผูกคอตายบนหอนาฬิกาอย่างที่เล่ามานั่นล่ะ..’</p>
<p><b>Story by</b> คุณเจน</p>
</div><p>The post <a href="https://thehouse.online/story567/">567 ซิสเตอร์ที่โบสถ์</a> first appeared on <a href="https://thehouse.online">The House</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thehouse.online/story567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
